พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

รูปภาพของ sss29675

 

         

           สืบทราบมาว่า ใกล้กับที่ทำการไปรษณีย์กลาง บางรัก มีบ้านไม้ที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมฟรี ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ข้าวของมากมายภายในบ้าน ไม่ใช่ของสะสม หากแต่ผ่านการ ใช้งานจริง โดย คนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงก่อนและหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2


          บ้านไม้ใจกลางกรุงหลังนี้ ตั้งอยู่ห่างจากปากซอยเจริญกรุง 43 เข้าไปราว 300 เมตร เจ้าของบ้านคือ 'วราพร สุรวดี' ผู้ได้รับมรดกตกทอดทั้งบ้านและทรัพย์สินภายในบ้านจาก 'คุณแม่สอาง สุรวดี (ตันบุญเต็ก) ซึ่งเมื่อเธอสำรวจข้าวของมากมายแล้วพบว่า ของทุกอย่างมีคุณค่า จึงคิดที่จะเปิดบ้านให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยไปปรึกษากับผู้รู้จนได้จัดตั้งเป็น 'พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก' 


          ต่อมาในปี 2547 อ.วราพรได้ยกบ้านให้เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร สถานที่แห่งนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า 'พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก' ซึ่งมีผู้มาเยี่ยมชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทุกสารทิศ

          ผู้เขียนเริ่มเดินสำรวจตั้งแต่อาคารหลังที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่มีหลังคาทรงปันหยา และมีลวดลายฉลุที่ชายคา พบว่าภายในบ้านมีห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอนหลายห้อง ห้องแต่งตัว ห้องเขียนหนังสือ ห้องน้ำ ส่วนของใช้และเครื่องเรือนก็ได้แก่ เปียโน โซฟา 
ตู้หนังสือ โทรทัศน์ทรานซิสเตอร์ ถ้วยชามกระเบื้อง เครื่องลายคราม เครื่องแก้วเจียระไน เครื่องอัดผ้า ฯลฯ   


           ไปต่อที่อาคารหลังที่ 2เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เดิมปลูกอยู่ที่ทุ่งมหาเมฆ โดยต้องการใช้ชั้นล่างเป็นคลินิกของหมอฟรานซิส คริสเตียน ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นศัลยแพทย์จากอังกฤษ แต่หลังจากหมอฟรานซิสเสียชีวิต คุณแม่สอางก็ให้รื้อบ้านแล้วย่อส่วนมาปลูกไว้ ณ ที่แห่งนี้ ภายในบ้านจึงมีสิ่งของที่เกี่ยวกับการแพทย์ อาทิ เข็มฉีดยา ใบสั่งยา ตาชั่ง และจัดชั้นบนเป็นห้องนอน รวมถึงมีรูปหล่อของหมอฟรานซิสตั้งอยู่ด้วย


            ส่วนอาคารหลังที่ 3 ชั้นล่างจัดแสดงของใช้ในครัวเรือน เครื่องมือช่าง อุปกรณ์เย็บปักถักร้อย กระเป๋าเดินทาง ฯลฯ ชั้นบนจัดแสดงนิทรรศการภาพรวมของกรุงเทพมหานคร โดยมีส่วนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาของชื่อถนนหลายสายในกรุงเทพฯ บุคคลสำคัญในเขตบางรัก เรื่องราวด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับชาติตะวันตก มีตู้โชว์แสดงเงินเหรียญ อุปกรณ์ถ่ายภาพ โทรศัพท์ ฯลฯ
และอาคารหลังที่ 4 เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ด้านล่างเคยใช้ประกอบกิจกรรมต่าง เช่น อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานห้องสมุดของ อ.วราพร


            อ.วราพร สุรวดี ในวัย 78 ปี อธิบายเหตุผลที่เธอไม่ได้เป็นนักสะสม แต่มีสิ่งของจัดแสดงมากมายก็เพราะ “ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนในละแวกใกล้เคียงต่างก็รื้อบ้านแล้วนำไม้ไปขาย ได้เงินก็นำไปใช้ในช่วงอพยพหรือนำไปปลูกบ้านใหม่ แต่คุณแม่สอางตัดสินใจไม่รื้อบ้านขาย ซึ่งบ้านก็รอดพ้นจากระเบิดและไฟไหม้ จึงยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนของใช้ ตั้งแต่จำความได้ คนสมัยโบราณจะใช้ของจนกว่าของจะชำรุดเสียหาย  เมื่อชำรุดแล้วก็ซ่อม ของใช้จึงมีอยู่เยอะ และยังคงสภาพดี ต่างจากคนสมัยนี้ อะไรเสียก็โยนทิ้งแล้วซื้อใหม่”


             ที่นี่คือแหล่งจัดแสดงสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชาวบางกอก ฐานะปานกลาง ในระหว่างปี พ.ศ. 2480 - 2500 ที่มีมนต์เสน่ห์อย่างยิ่งสำหรับผู้มาเยือน และยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก...มากกว่าที่จะบอกเล่าออกมาได้หมดในสองหน้ากระดาษ รอเพียงคุณผู้อ่านไปเห็นและสัมผัสบรรยากาศย้อนอดีตด้วยตาตนเอง

 

 

all Magazine : ปีที่ 8  ฉบับที่ 1  เดือนพฤษภาคม 2556
นักสืบเสาะ : ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล 
ภาพ : วิลาสินี เตียเจริญ

 

 

 

ที่มาภาพแบนเนอร์ : http://www.thailandexhibition.com/Eat-Travel/623

 

 

 

 


 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์