ขนมกุฎีจีน

รูปภาพของ sss29749

 

 

ที่มาhttp://mpics.manager.co.th/pics/Images/556000016531106.JPEG 

 


ที่มาของภาพ http://ed.files-media.com/ud/cmsold/144/2011/08/09/42069_8687137289.jpg

 

 

“โบสถ์ซางตาครู้ส” และ “กุฎีจีน” เป็นผืนดินที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1769 (พ.ศ.2312) เป็นเวลาล่วงมาถึง 239 ปี โดยมอบให้บาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้รวบรวมคริสตชนราว 400 คน มาพำนักอยู่ในชุมชนแห่งนี้ ซึ่งคริสตังเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชาวโปรตุเกส และได้สร้างวัดขึ้นหลังหนึ่งพร้อมกับตั้งชื่อว่า “โบสถ์ซางตาครู้ส” ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

 

มื่อเอ่ยถึง “กุฎีจีน” และ “โบสถ์ซางตาครู้ส” แล้ว คนส่วนใหญ่จะนึกถึง “ขนมฝรั่ง” ควบคู่กันไปกับ “ชาวโปรตุเกส” เพราะ “ขนมฝรั่ง” ได้มีคำคล้องจองทำนองเชิญชวนของแม่ค้าขายขนมสมัยก่อนว่า “ซื้ออ้อยจีนบางใหญ่ อ้อยไทยบางโคกวัด ข้าวหลามตัดวัดระฆัง ขนมฝรั่งกุฎีจีน แม่เอ๊ย” และสำหรับ “ชาวโปรตุเกส” นั้นเล่าเป็นที่แน่นอนว่า เคยมีชาวโปรตุเกสพำนักอยู่ในบริเวณกุฎีจีนมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และสืบเชื้อสายมาจนปัจจุบัน

ชาวกุฎีจีนมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สำหรับแม่บ้านก็หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากการทำอาหารและขนมขาย เพราะมีฝีมือ และได้รับการถ่ายทอดวิธีปรุงอาหารหลายชนิด ที่แปลกไปจากท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น ขนมฝรั่ง มีหลายเจ้าที่มีรสอร่อยจนลือชื่อ ได้แก่ ขนมฝรั่งบ้านแม่เป้า หลังวัดซางตาครู้ส แม่สำรวมอยู่ปากคลองกุฎีจีน และแม่แช่ม ซึ่งขายดีจนทำส่งพ่อค้าที่มารอรับถึงบ้านไม่ทัน นอกจากนี้ยังมีขนมปุสรัง บ้างก็เรียก กุสรัง (เล่ากันว่าเดิมน่าจะชื่อตรุษฝรั่ง เพราะมีทำกันเฉพาะช่วงคริสตมาส) มีขนมบ้าบิ่น หวานมันอร่อยมาก กะละแมยายชื่น เป็นต้น

กรรมวิธีในการทำขนมฝรั่งกุฎีจีน โดยการตีไข่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟู นำมาผสมแป้งสาลี ไม่ใส่สี ไม่ใส่สารกันบูด จากนั้นนำมาหยอดใส่พิมพ์ แล้วอบด้วยเตาอบแบบโบราณ เตาอบโบราณนี้ไม่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ผู้ทำขนมจะเป็นผู้ก่อเตาเอง การอบด้วยเตานี้จะทำให้ขนมมีลักษณะกรอบนอกนุ่มในและทำให้ขนมมีความหอม

ขนมฝรั่งบ้านแม่เป้าได้รับการสืบทอดการทำขนมฝรั่งมาเป็นเวลานาน และได้สืบทอดต่อให้ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในสมัยบาทหลวงกอร์ร มีแม่หม้าย(สามีตาย)ชาวโปรตุเกส(รุ่นที่1) เข้ามาเมืองไทยโดยมาอยู่ที่กุฎีจีน มีลูกติดมา 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงมีชื่อไทยว่าเผื่อน คนเล็กชื่อson ภายหลังมาอยู่เมืองไทยจึงเรียกชื่อว่า สั้น นามสกุล “BENEDICT” แปลเป็นไทยว่าอวยพร ต่อมาได้เปลี่ยนนามสกุลเป็นภาษาไทยว่า “ประสาทพร”และได้ทำขนมต่าง ๆ ซึ่งนำสูตรมาจากโปรตุเกส เช่น ขนมฝรั่ง ขนมหน้านวล ขนมบ้าบิ่น ขนมกุสรัง เป็นต้น ต่อมาลูกชายคนเล็กที่ชื่อสั้น มาได้ภรรยาเป็นคนไทยซึ่งอยู่ที่กุฎีจีนนี่เอง ชื่อสนิท (รุ่นที่2) และคุณสนิทได้เรียนการทำขนมต่าง ๆ จากแม่สามีนี่เอง
คุณชวดสั้นและคุณชวดสนิท มีบุตรทั้งหมด 12 คือ 1.ศิลา 2. สุรินทร์ 3. เพแรท(เล็ก) 4. เป้า (รุ่นที่3) 5. จิ๋ว 6. แวน 7. ชีวา 8. ชลอ 9. นารี 10. สาลี 11. ชาลี 12. นารินทร์

แม่เป้าได้สืบทอดการทำขนมต่าง ๆ มาจากย่าสนิท ต่อมาได้แต่งงานกับคุณศิริ มณีประสิทธิ์ และได้สืบทอดต่อให้ลูกสะไภ้ 2 คน คือ สมศรี มณีประสิทธิ์ และ วรรณา มณีประสิทธิ์ (รุ่นที่ 4)


คุณวรรณา มณีประสิทธิ์ มีบุตร 4 คน 1. วิสินี 2.วริศา 3. ผจงลักษณ์ 4. ผกายวรรณ
คุณวรรณาได้ถ่ายทอดการทำขนมให้ลูกสาว 2 คน คือ วิสินี และผจงลักษณ์ (รุ่นที่ 5) ตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร 089-662-5299 คุณผจงลักษณ์ ( เจ๊ก )

 

  

  

รูปภาพของ ssspoonsak

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์