• รายงานการพัฒนาการสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรีย

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาการสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลข วิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียน และเจตคติต่อการเรียนด้วยแบบฝึกกับวิธีการสอนปกติตามคู่มือครู สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดศรีสำราญราษฏร์บำรุง (แช่มประชาอุทิศ)

ผู้รายงาน นางเยาวลักษณ์ จันทร์ทองศรี

ปีการศึกษา 2554

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพการสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค การใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียน และเจตคติต่อการเรียนด้วยแบบฝึกกับวิธีการสอนปกติตามคู่มือครู สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดศรีสำราญราษฏร์บำรุง (แช่มประชาอุทิศ) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนวัดศรีสำราญราษฏร์บำรุง (แช่มประชาอุทิศ) จำนวนทั้งหมด 81 คน แบ่งออกเป็น 2 ห้องเรียน ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวนทั้งหมด 40 คนเป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับการสอนสอนปกติตามคู่มือครู และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวนทั้งหมด 41 คนที่ได้รับการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย แบบฝึก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดความคงทนทางการเรียน และแบบวัดเจตคติต่อการเรียน นำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ด้วยค่าสถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที(t-test) แบบ Independent sample group และทดสอบค่าที(t-test) แบบ Dependent sample group

ผลการศึกษาพบว่า

1. การสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหาด้วยแบบฝึก มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 70/70

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้วยแบบฝึกมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้วยแบบฝึกมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอน ปกติตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้วยแบบฝึกมีความคงทนทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอน ปกติตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

5. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ด้วยแบบฝึกมีเจตคติต่อการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนปกติ ตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

คำสำคัญ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เทคนิคการใช้ตัวเลขวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียน และเจตคติต่อการเรียน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์