รายงานการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์

เรื่องที่ศึกษา           รายงานการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์

ผู้รายงาน              นายนิวัติ  ภัคภูริวัฒน์

ตำแหน่ง               รองผู้อำนวยการโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์

สถานที่ทำงาน        โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์

หน่วยงานที่สังกัด    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33

                            สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

ปีที่ศึกษา              ปีการศึกษา   2557

บทคัดย่อ

         การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์  ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงประเมินผล(Evaluation Research)  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1)ประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33  ปีการศึกษา 2557  ในด้านความเหมาะสมของสภาวะแวดล้อม  ด้านปัจจัยในการดำเนินงาน ด้านกระบวนการ และ ด้านผลผลิตของโครงการ  โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model)ของ Stufflebeam และ 2)ประเมินผลกระทบของโครงการที่มีต่อโรงเรียน ผู้บริหาร ครู และนักเรียน

      ประชากรที่ใช้ในการประเมินเป็น ผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์  ปีการศึกษา 2557 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร และครูโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์  จำนวน 108 คน และ นักเรียน จำนวน 331 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่าย( Simple Random Sampling ) กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตาราง Krejcie & Morgan (1970) ที่ความเชื่อมั่นร้อยละ 95

       เครื่องมือที่ใช้ประเมินประกอบด้วย แบบประเมินแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating  Scale) จำนวน 6 ฉบับ  ได้แก่ แบบประเมินความเหมาะสมของสภาวะแวดล้อมของโครงการนิเทศภายใน   แบบประเมินความพร้อมของปัจจัยในการดำเนินงานตามโครงการนิเทศภายใน  แบบประเมินความเหมาะสมในการดำเนินการด้านกระบวนการของโครงการนิเทศภายในแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของครู  แบบประเมินความพึงพอใจของครูต่อการจัดกิจกรรมการนิเทศภายในตามโครงการ  และ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอนของครู  มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นแอลฟาของครอนบาค" (Cronbach's alpha coefficient of reliability)  ตั้งแต่ 0.79 ถึง 0.92  ข้อมูลที่ได้นํามาวิเคราะห์และประมวลผลหาค่าสถิติด้วยโปรแกรมสําเร็จรูป  Microsoft Excel 2010 และ SPSS for Windows v.17 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่(Frequency) ค่าร้อยละ(Percentage)  ค่าเฉลี่ย (Mean)  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

                ผลการประเมินโครงการ พบว่า

               1. ด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการพบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความเหมาะสมของกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ  อยู่ในระดับมากที่สุด  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 รองลงมา คือ วัตถุประสงค์ของโครงการนิเทศภายใน  มีความสอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56

               2. ด้านปัจจัยในการดำเนินงานตามโครงการพบว่า มีความพร้อมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 และรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การกำหนดกิจกรรมศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.86

               3. ด้านการดำเนินการด้านกระบวนการของโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50  เมื่อพิจารณาแต่ละขั้นตอน  มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุดทุกขั้นตอน ได้แก่  ขั้นตอนที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือขั้นเตรียมการนิเทศภายใน  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.65  รองลงมา คือ ขั้นดำเนินงานจัดกิจกรรมการนิเทศภายใน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.51  และขั้นประเมินผลและรายงาน  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.35 ตามลำดับ

               4. ด้านผลผลิตของโครงการสรุปได้ ดังนี้

                  4.1 การดำเนินงานตามโครงการนิเทศภายในโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์

                        4.1.1 กิจกรรมการนิเทศภายในโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้ทุกกิจกรรมตามโครงการ และกิจกรรมที่ปฏิบัติมากเป็นอันดับที่ 1  คือ การประชุมกลุ่มบริหารวิชาการร่วมกับหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้  รองลงมา คือ การประชุมประจำเดือน ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และประชุมคณะกรรมการนิเทศ

                        4.1.2 การปฏิบัติงานของครูตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.48  เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้   อยู่ในระดับมากที่สุด  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.51  รองลงมา ได้แก่ การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และ การดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.48  และ การผลิตและการใช้สื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.39 ตามลำดับ

                        4.1.3 ความพึงพอใจของครูต่อการจัดกิจกรรมการนิเทศภายในโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.50  และกิจกรรมนิเทศภายในที่ครูพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่  การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนช่วยส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75  รองลงมา คือ การนิเทศงานวิชาการช่วยส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.72

                        4.1.4 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอนของครู อยู่ในระดับมาก และ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.35  รายการพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด 2 รายการ คือ  ครูแจ้งผลการวัดประเมินผลทุกครั้งเพื่อให้นักเรียนทราบความก้าวหน้าของตนเองและนำผลไปพัฒนาตนเอง และ นักเรียนได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม อยู่ในระดับมากที่สุด  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50  รองลงมา คือ  นักเรียนร่วมกันสรุปผลงานของกลุ่ม อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  4.46

                5. ผลกระทบจากการดำเนินโครงการ

                   5.1 โรงเรียนได้รับการพัฒนา เป็นที่ยอมรับของชุมชน ผู้ปกครอง หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ

                   5.2 ผู้บริหารโรงเรียนได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา และสาธารณชนทั่วไป  ได้รับรางวัลต่าง ๆ  จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

                   5.3 ครูได้รับการพัฒนาและได้พัฒนาตนเอง  มีความรู้ ความสามารถและมีทักษะ ในการปฏิบัติงาน  ทำให้พัฒนางานจนมีผลงานเป็นที่ยอมรับ  และได้รับรางวัลต่าง ๆ จากหน่วยงาน  ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

                   5.4 นักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผ่านเกณฑ์  ตามที่โรงเรียนกำหนด และได้รับรางวัล ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                 ข้อเสนอแนะ  ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ จึงสมควรพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) และเทคนิคการใช้ระบบการพัฒนาการศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงควรเพิ่มกิจกรรมการนิเทศภายในด้านนี้ให้มากยิ่งขึ้น  และทำการประเมินเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งเพิ่มศักยภาพของครูในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 45 คน กำลังออนไลน์