งานครั้งที่ 1 ม.6/2

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ห้องเรียนออนไลน์ ครูพิมพ์สิริ พันธ์เตี้ย

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย กทม. ภาคเรียนที่ 2/2558

 

ม. 6/2

สวัสดีค่ะ นักเรียนที่น่ารักทุกคน ขอต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่การจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558

 

งานครั้งที่ 1 ขอให้นักเรียนสืบค้นความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องมารยาทไทย คนละ 1 เรื่อง

( ห้ามซ้ำกันในแต่ละห้องเรียน )

เนื้อหาขั้นต่ำ 15 บรรทัด พร้อมภาพประกอบ

ส่งภายในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 เวลา 20.00 น.

 

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจแล้วค่ะ

http://www.thaigoodview.com/node/204852

 

 นายรัชตพล ฮวดหนองโพธิ์ เลขที่ 14

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจงานเรียบร้อยแล้วนะคะ

http://www.thaigoodview.com/node/202788

นาย พรเทพ มีแสง เลขที่ 16 ม.6/2

รูปภาพของ ชฎาทิพย์

.

การใช้ชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีในญี่ปุ่น นอกจากจะรู้จักกับ มารยาทการขึ้นรถไฟ มารยาทการขึ้นรถเมล์ และมารยาทการกินอาหารในญี่ปุ่น แล้ว การใช้ชีวิตปกติแบบเดินเล่นชมวิว ชิว ในสถานที่สาธารณะในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ยังมี “มารยาท” ที่ควรปฏิบัติด้วย ดังนี้

 

  • การข้ามทางม้าลาย ต้องรอสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามแม้ว่าถนนในตอนไฟแดงมันจะแสนว่างก็ตามที แต่ถ้าไฟยังไม่เขียวห้ามก้าวขาออกไปโดยเด็ดขาด
  • การใช้อ่างล้างหน้าและกระจกในห้องน้ำ เมื่อคุณสาวๆ ล้างหน้าแต่งเติมเสริมแป้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้สำรวจให้ดีว่ากระจกมีรอยน้ำกระเด็นหรือไม่ มีคราบแป้งลอยไปติดหรือเปล่า รวมถึงเศษผมต้องเก็บให้เรียบร้อย เหตุที่จะต้องมีมารยาทการใช้อ่างล้างหน้าในห้องน้ำสาธารณะขนาดนี้ก็เพราะว่า “คนญี่ปุ่นเป็นคนที่มีนิสัยขี้เกรงใจ คนญี่ปุ่นถึงให้ความใส่ใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก”
  • การใช้บริการแช่น้ำร้อน (ออนเซ็น) ก่อนที่เราจะไปใช้บริการแช่น้ำในบ่อน้ำร้อน ตามธรรเนียมของคนญี่ปุ่นแล้วนั้นเราจะต้องอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายก่อน และสิ่งที่ควรปฏิบัติในขณะอาบน้ำคือนั่งเก้าอี้ที่บ่อน้ำร้อนมีให้บริการให้เรียบร้อยไม่ควรยืนประเจิดประเจ้อ (ในกรณีที่ใช้บริการห้องอาบน้ำแบบรวม แยกโซนชาย หญิง)
  • การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เราจะไม่สามารถเดินสูบบุหรี่ตามท้องถนนได้โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โกเบ และ นาโกย่า หากคุณเผลอจุดตัวก่อมะเร็งขึ้นมาคุณอาจจะต้องโดนปรับในทันทีอัตราค่าปรับขึ้นอยู่กับแต่ละเขตพื้นที่มากน้อยไม่เท่ากับ แต่หากว่าคุณติดบุหรี่จนขาดไม่ได้และต้องการสูบบุหรี่ ให้หาบริเวณที่มีป้ายติดชัดเจนว่าเป็นโซนสำหรับสูบบุหรี่เท่านั้น
  • การใช้ทางเท้า เราไม่ควรจะเดินเกะกาะหรือเดินเรียงหน้ากระดาน ควรจะเดินเป็นแถวตอนและควรเว้นทางเดินให้ผู้อื่นได้เดินบ้าง
  • ห้ามปัสสาวะตามสถานที่สาธารณะ ห้ามเด็ดขาดข้อนี้หากเผลอไปทำโดนจับทันทีเพราะ “ผิดกฎหมาย”

ที่มาhttp://nstda.or.th/blog/?p=1162

ชื่อนางสาว นฤมล ทำนานอก เลขที่ 28

มารยาทในการใช้ลิฟท์

นายกิตติธัช คงประการ ม.6/2 เลขที่ 5

http://www.thaigoodview.com/node/200245

http://www.thaigoodview.com/node/200234

นางสาว วิชญารัตน์ บุญกัน

เลขที่ 38 ม.6/2

http://www.thaigoodview.com/node/200237

นาย ธิติสรณ์   กวาวสอง

เลขที่ 15 ม.6/2

มารยาทการแต่งกายไปโรงเรียน

http://www.thaigoodview.com/node/200235

นาย รฐนนท์   สังข์ทอง เลขที่ 17 ม. 6/2

เรื่อง มารยาท ในการไปงานบวช

http://www.thaigoodview.com/node/200214

มารยาทในการเล่นและเข้าชมกีฬา

นายพลวัต รื่นอายุ ม.6/2 เลขที่7

มารยาทในการรับส่งของให้ผู้ใหญ่

นายจิรวัฒน์     ชูแสง  ชั้นม.6/2 เลขที่ 1

http://www.thaigoodview.com/node/200207

มารยาทในการเดินทางท่องเที่ยว

http://www.thaigoodview.com/node/200197

นายสถาพร พึ่งพัฒนา เลขที่ 6 ม.6/2

 

มารยาทในการนอนและการตื่นนอน

การนอน

๑. ไม่ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะอยู่ในห้องนอน (หากนอนร่วมกันกับผู้อื่น)
๒. เมื่อไฟปิดแล้วไม่ควรทำให้มีแสงใด ๆ เกิดขึ้นในห้องนอน เช่น แสงไฟฉาย เป็นต้น 
๓. ไม่วางสิ่งของใด ๆ ขวางทางเดินในห้องนอน เพราะอาจเดินสะดุดได้เวลากลางคืน 
๔. นอนในที่นอนของตน, ไม่นอนบนที่นอนเดียวกัน ๒ คนขึ้นไป 
๕. หันเท้าไปในทางเดียวกันกับเพื่อนร่วมห้อง และไม่หันไปในทางที่มีสิ่งสักการะบูชา 
๖. นอนอย่างมีสติ สำรวมกิริยาอาการของร่างกาย

การตื่นนอน

หลายคนมองข้ามความสำคัญในช่วงการตื่นนอน โดยคาดไม่ถึงว่าคุณค่าของช่วงเวลาของ
การลืมตาตื่นขึ้นมาครั้งแรกของวัน อาจจะหมายถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการสร้างบารมี
ในวัน ๆ นั้นได้เลยทีเดียว 
               หากวันใดเราตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกเบิกบานสดชื่น ความสุขจากความสดชื่นจากใจที่เบิกบาน
จะทำให้เราทำอะไรได้สำเร็จอย่างง่ายดาย แต่หากวันใดเราตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหงอยเหงาเศร้าซึม
อารมณ์ไม่สดใส จะทำให้เมื่อคิดจะทำอะไร ๆ ก็ดูจะมีอุปสรรคติดขัดไปเสียหมด เพราะความล้มเหลว
นั้นเริ่มจากใจที่ขุ่นมัวเป็นเบื้องต้นเสียแล้ว 

สิ่งที่ควรทำเมื่อตื่นนอน

ตามเวลาที่กำหนด ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทำอารมณ์ให้เบิกบาน สดชื่นแจ่มใส และมีสติ
โดยตะแคงด้านขวา ใช้มือขวายันพื้นลุกขึ้นนั่งก่อนแล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาสักครู่หนึ่ง
โดยมีลำดับขั้นตอนในการตื่นนอนดังนี้ 
     ๑.๑ นอนตะแคงขวา ถ้านอนในท่าอื่น เช่น นอนหงาย ก็ต้องตะแคงตัวก่อนเหมือนกัน 
     ๑.๒ ใช้ข้อศอกช่วยรับน้ำหนัก 
     ๑.๓ ใช้มือยันกายขึ้น 
     ๑.๔ อยู่ในท่านั่งก่อน ค่อยยืนขึ้น

๒. เมื่อลุกนั่งแล้วควรบริหารร่างกาย ยืดเส้น ด้วยท่าคีมคู่ และ คีมเดี่ยว

๓.  ดื่มน้ำประมาณ ๑ ลิตร โดยดื่มช้า ๆ เพื่อป้องกันการจุกเสียดการดื่มน้ำในตอนเช้าทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยให้เซลส์ในร่างกายตื่นตัว และช่วยในการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก 

๔. พับจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องนอนจัดเข้าตู้ให้เรียบร้อย 

๕. ทำภาระกิจส่วนตัว (ก่อนออกจากห้องควรปิดไฟ ปิดพัดลมให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง)

                   มารยาทการนั่งที่ควรปฏิบัติ

การนั่ง

การนั่งเป็นกิริยามารยาทของไทยอีกแบบหนึ่ง ซึ่งแสดงออกถึงลักษณะบางประการของวัฒนธรรมไทย ในสมัยที่ยังไม่มีเก้าอี้ใช้นั้น เรามีแบบฉบับการนั่งกับพื้นมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเริ่มติดต่อกับประเทศตะวันตก จึงยอมรับวัฒนธรรมและความเจริญทางวัตถุของประเทศเหล่านั้นเข้ามาใช้

 

เก้าอี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาใช้การใช้ครั้งแรกยังใช้กันไม่มารยาทในการนั่งค่อยถูก ถึงกับต้องออกประกาศวิธีการนั่งดังได้กล่าวแล้วข้างต้น จนเกิดเป็นแบบฉบับของการนั่งต่อมา แม้ว่าการนั่งเก้าอี้จะเป็นอารยธรรมของตะวันตกแต่คนไทยสามารถคงไว้ซึ่งลักษณะของความเป็นไทยไว้ได้ กล่าวคือ จะนั่งอย่างสุภาพตามแบบฉบับของคนไทย ถ้านั่งต่อหน้าผู้ใหญ่การนั่งก็แสดงออกถึงความอ่อนน้อม เคารพยกย่อง เป็นต้น นับว่าเป็นมารยาทอันดีงามที่สามารถจะนำไปใช้ได้ในทุกโอกาส ทุกชาติ ทุกสังคมของโลก เป็นมรดกที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ไว้ให้ จึงควรที่เราทุกคนควรถือปฏิบัติสืบต่อไป

มารยาทในการนั่งที่ควรปฏิบัติจำแนกตามประเภทของการนั่งดังนี้คือ

๑. การนั่งเก้าอี้ ควรนั่งตัวตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าชิด เข่าชิด มือวางบนหน้าขา ไม่ควรนั่งเขย่าขา ไขว่ห้าง หรือนั่งโยกเก้าอี้เอนไปมา โดยเฉพาะสตรี ควรระมัดระวังเรื่องเครื่องแต่งกายไม่ควรให้ประเจิดประเจ้อ

การนั่งเก้าอี้ถ้านั่งตามลำพัง ควรนั่งตามมารยาทการนั่งเก้าอี้ ถ้ามีท้าวแขน ก็วางมือพาดบนท้าวแขนได้

ในกรณีนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ ควรนั่งน้อมตัวลงเล็กน้อย มือวางประสานไว้บนหน้าขา ถ้ามีอาวุโสมาก ควรนั่งลงศอก กล่าวคือ น้อมตัวลงเงยหน้าเล็กน้อย วางแขนทั้ง ๒ ลงบนหน้าขาให้ข้อศอกวางอยู่บนตัก มือที่ประสานกันลํ้าออกมาจากปลายเข่าเล็กน้อย

๒. นั่งกับพื้น เป็นกิริยามารยาทที่คนไทยได้ปฏิบัติกันมานานแล้ว และสามารถใช้ได้ในโอกาสต่างๆ เช่น ฟังพระเทศน์ ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ นั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ นั่งประชุมกับพื้น เป็นต้น

ก. การนั่งพับเพียบ เป็นกิริยาอาการนั่งที่นิยมกันมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นกิริยาที่สุภาพเรียบร้อยเหมาะแก่มารยาทของคนไทยซึ่งมักใช้ปฏิบัติกันทั้งทางโลกและทางธรรม การนั่งพับเพียบนี้นั่งพับขาทั้งสองราบลงกับพื้น หันปลายเท้าไปด้านหลัง จะพับขาทั้งสองไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้ตามถนัด ไม่ควรหันปลายเท้าไปยังปูชนียวัตถุหรือปูชนียสถาน การนั่งพับเพียบนี้นิยมนั่งตัวตรงไม่เอนหน้า หรือเอนหลัง ผู้ชายนิยมนั่งแยกหัวเข่าทั้งสองออกห่างกันประมาณ ๑ คืบ ส่วนผู้หญิงนิยมให้หัวเข่าทั้งสองแนบชิดกัน ถ้าเป็นการนั่งตามลำพัง ไม่ต้องนั่งเก็บปลายเท้า มือวางไว้บนตักหรือจะท้าวแขนก็ได้แต่ไม่ควรเอาท้องแขนไว้ข้างหน้า ให้ปลายมืออยู่ข้างหน้า ผู้ชายไม่ควรนั่งท้าวแขนเพราะจะดูเป็นผู้หญิงไป แต่นั่งปล่อยแขนได้ ถ้าเป็นการนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ นั่งเช่นเดียวกับนั่งตามลำพังแต่เก็บปลายเท้า น้อมตัวลงเล็กน้อย มือประสานไว้บนตัก แต่ถ้าผู้ใหญ่มีอาวุโสมากควรนั่งพับเพียบเก็บปลายเท้าน้อมตัวลงตํ่าเงยหน้าเล็กน้อย วางส่วนแขนลงบนหน้าขาข้างเดียว มืออีกข้างอยูใกล้ๆ ถ้าจะวางส่วนแขนทั้งสองลงบนหน้าขา มือประสานกัน การวางศอกลงกับพื้นนั้นเป็นกิริยาอาการของการหมอบ

ข. การนั่งคุกเข่า นั่งตัวตรง วางก้นลงบนส้นเท้า ปลายเท้าตั้ง มือทั้งสองประสานหรือจะวางควํ่าลงบนหน้าขาได้ ถ้าเป็นหญิงจะนั่งคุกเข่าให้ปลายเท้าราบกับพื้นได้ ใช้ในโอกาสกราบพระพุทธรูป พระ สงฆ์ เป็นการกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ หรือนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่ และอื่นๆ ตามที่เห็นควร

นอกจากนี้ยังมีมารยาทอื่นๆ ที่ปฏิบัติกันในสังคมอีก เช่นการรักษาความสะอาด จะเห็นได้ว่าในเรื่องนี้ได้มีการขอร้องให้ร่วมมือกันรักษาความสะอาดกันมาช้านาน แม้ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ได้มีประกาศห้ามทิ้งซากศพสัตว์ลงในแม่น้ำลำคลอง เนื่องจากต้องใช้นํ้าในการอุปโภคและบริโภค ประกอบกับในระยะนั้นมีชาวต่างประเทศเข้ามากรุงเทพฯ มากขึ้นจะทำให้ชาวต่างประเทศรังเกียจ ซึ่งเป็นผลให้เสื่อมเสียเกียรติของชาติได้ ดังจะเห็นได้จากประกาศทรงตักเตือน ไม่ให้ทิ้งศพสัตว์ลงในนํ้าว่า

“มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ประกาศแก่ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยแลราษฎรทั้งปวง ให้รู้ทั่วหน้ากันว่า บัดนี้ได้ทราบข่าวคนนอกประเทศแลคนนอกกรุงฯ เป็นลาวแลเขมร แลชาวหัวเมือง ดอน ใช้น้ำบ่ออื่นๆ หลายพวก ย่อมติเตียนว่าชาวกรุงเทพฯ นี้ทำโสมมนักลงในแม่น้ำลำคลอง ด้วยทิ้งซากศพสัตว์ตายให้ลอยไปๆ มาๆ น่าเกลียดน่าชัง แล้วก็ใช้กิน แลอาบนํ้าอยู่เป็นนิจ เป็นน่ารังเกียจเสียเกียรติยศพระมหานคร

เพราะเหตุฉะนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดฯ สั่งสอนเตือนสติมาว่า แต่นี้ไปห้ามมิให้ใครผู้ใดผู้หนึ่งทิ้งสุนัขตาย แมวตาย แลซากศพสัตว์ต่างๆ ลงในแม่น้ำลำคลองใหญ่น้อยทั้งปวงเป็นอันขาด ขอให้คิดอ่านใช้สอยจ้างวานใครๆ เอาไปทิ้งเสียที่ป่าช้าดังซากศพคนนั้นเถิด ถัดบ้านเรือนอยู่ที่ริมนํ้าจะเอาไปป่าช้ายาก ก็ให้ฝังเสียในดินในโคลนให้ลับลี้ไป อย่าให้ลอยไปลอยมาในนํ้าได้ แลการซึ่งทิ้งซากศพสัตว์ต่างๆ ลงในนํ้าให้ลอยขึ้นลอยลงอยู่ดังนี้ คิดดูโดยละเอียดก็เห็นเป็นที่รังเกียจแก่คนที่ได้อาศัยใช้นํ้าอยู่ทั้งสิ้นด้วยกัน พระสงฆ์ สามเณร เป็นพระสมณะ  ชาวนอกกรุงเทพฯ คือเมืองลาวแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง แลชาวราษฎร ชาวนอกกรุงฯ เมื่อมีเหตุต้องลงมายังกรุงเทพฯ นี้แล้วก็รังเกียจติเตียนว่าเพราะต้องใช้นํ้าไม่สะอาด จึงเป็นโรคต่างๆ ไม่เป็นสุขเหมือนอยู่นอกกรุงฯ ถึงคนนอกประเทศคือ ฝรั่ง อังกฤษ จีนแขกทั้งปวงซึ่งเข้ามาค้าขายในกรุงเทพฯ ก็ติเตียนดังนั้นอยู่โดยมาก…ถ้าผู้ใดไม่ฟังพระบรมราโชวาท เดือนสติมาดังนี้แล้ว ยังขืนทำมักง่ายอยู่ดังเก่า ก็จะให้นายอำเภอสืบชาวบ้านใกล้เคียงเป็นพยานชำระเอาตัวไม่เอื้อเฟื้อมักง่ายทำให้โสโครกนั้นมาตระเวนประกาศห้ามผู้อื่นต่อไป”

จะเห็นได้ว่าการทำสกปรก ทิ้งซากสัตว์ ขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลอื่นๆ ลงในแม่นํ้าลำคลอง หรือตามถนนหนทาง เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง จึงควรที่จะช่วยกันรักษามารยาท เพื่อสุขภาพของส่วนรวม ดังจะเห็นมีการประกาศให้ช่วยกันรักษาความสะอาดอยู่เสมอ จนบางสมัยต้องใช้วิธีบังคับ เช่น สมัยรัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้จับผู้ที่ทิ้งขยะมูลฝอยตามท้องถนน เป็นต้น ในปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๕) มีการชักชวนให้ประชาชนร่วมมือกันรักษาความสะอาด ดังจะเห็นได้จากคำขวัญของกรุงเทพมหานครว่า “อย่าทำบ้านเมืองสกปรกนะคะ” “ความสะอาดของบ้านเมืองคือของขวัญที่ประชาชนมอบให้แผ่นดิน” “กวาดไม่รู้จักหมด ถ้าไม่งดทิ้งขยะ” “ทิ้งขยะไม่เลือกที่ หมดราศีไปทั้งเมือง” เป็นต้น คำขวัญเหล่านี้จะพบทั่วไปในบริเวณต่างๆ ของกรุงเทพฯ

การรักษาความสะอาดเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่คนไทยควรช่วยกันรักษา จะเห็นได้ว่าคนบางคนมักง่าย เห็นแก่ตัว เพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน เช่น คนที่เดินกินอ้อยแล้วทิ้งชานอ้อยไว้ตามถนนหนทาง บางคนกวาดขยะมูลฝอยจากภายในบ้านเอามาทิ้งไว้ตามถนน ปัญหาเหล่านี้จะพบเห็นมากจึงควรที่จะแก้ไขให้ประชาชนช่วยกันรักษามารยาทเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม อันเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง โดยอย่ามักง่าย ช่วยกันเก็บช่วยกันทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง บ้านเมืองก็จะสะอาด สุขภาพของคนก็จะดีไปด้วย

กิริยามารยาทต่างๆ ที่ปฏิบัติกันในสังคมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึง นิสัยใจคอ บุคลิกลักษณะ ตลอดจนความมีชาติตระกูลได้ ดังคำพังเพยได้กล่าวว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล”

ที่มา http://www.silpathai.net

น.ส. จิรพร ล่ำฮวด ชั้น 6/2 เลฃที่ 32

เรื่อง มารยาทในการแสดงออก

http://www.thaigoodview.com/node/200159

น.ส.ปัญญากร  สามารถ ม.6/2 เลขที่ 29

มารยาทในการใช้สุขา 

นางสาว รัตนสุดา รัตนภักดี ม.6/2 เลขที่ 30

http://www.thaigoodview.com/node/200143

มารยาทในการใช้รถไฟฟ้า

http://www.thaigoodview.com/blog/111734
นางสาว ธิติมา ไชยทิพย์ ม.6/2 เลขที่37
รูปภาพของ nbr 11001

มารยาทในการชมภาพยนต์ในโรงภาพยนต์      

          1.ไม่ควรนำลูกหรือเด็กอายุน้อยๆเข้ามาในโรงหนัง

              ในกรณีหนักที่ทำมาสำหรับเด็กสามารถนำเด็กเล็กเข้ามาชมได้ แต่กับหนังบางประเภทเช่น หนังไล่ฆ่า ยิงกัน ฟันดาบ มีเลือดสาดกระจาย ใช้ความรุ่นแรง มีการใช้คำพูดหยาบที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น และเด็กมักจะมีสมาธิสั้นการที่จะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆนั้นเป็นเรื่องยาก อาจาทำให้เกิดการก่อกวนผู้อื่น และการนำเด็กเล็นเข้ามาในโรงหนังอาจทำให้ยากต่อการดูแลซึ่งเด็กอาจจะลุกเดินส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น หากต้องออกจากบ้านควรฝากเด็กเล็กไว้กับญาติผู้ใหญ่ก่อน ถ้าจำเป็นที่ต้องทำเด็กเล็กไปด้วยควรหาพี่เลี้ยงถ้าหาคนเลี้ยงไม่ได้ควรอดใจรอให้หนักที่อยากดูออกจากโรงดูจากแผ่น DVD หรือ VCD ไม่ควรปล่อยเด็กเล็กไว้บ้านคนเดียว

                                   

 

          2.งดใช้เครื่องมือสื่อสารในขณะรับชมภาพยนต์

             ควรปิดโทรศัพท์เพราะเสียงที่ดังเข้าหรือเสียงสั้นทำให้รบกวนผู้อื่นและขัดจังหวะในการรับชมหนังงดถ่ายภาพหรืออัดวีดีโอแสงไฟที่ส่งสว่างแยงตาผู้คนที่ร่วมอยู่ในโรงภาพยนต์และการอัพสเตตัสในfacbook

                                 

          3.งดใช้เสียงพูดคุยระหว่างการรับชมภาพยนต์

             ถ้าเป็นการพูดคุยเรื่องหนังควรใช้เสียงที่เบาเพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นให้ได้ดูหนังอย่างเต็มอรรถรส ให้เวลาสมองและจิตใจตัวเองจดจ่ออยู่กับหนังให้มากที่สุดแล้วจะเข้าใจหนังได้เมื่อผู้กำกับหนังต้องการ ถ้าจะสอบถามอะไรควรที่จะถามในช่วงเดินออกจากโรงหนังไปแล้ว

                               

          4.ไม่ควรเล่าเรื่องของหนังในโรงหนังที่กำลังแสดงหนังเรื่องนั้น

              สำหรับผุ้ที่ดูหนังเรื่องนั้นมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งรอบ ไม่ควรเล่าเรื่องให้แก่ผู้อื่นฟังหรือคนที่พึ่งมาดูควรให้ผู้อื่นได้ซึมซับหนังด้วยตัวเอง

การทำตัวเป็นกูรูอาจจะทำให้ผู้ที่พึ่งมาดูหนึ่งเรื่องนั้นเป็นครั้งแรกหมดสนุกไปเลย

                               

          5.ควรที่จะศึกษาภาพยนต์ที่จะดูก่อนเข้าไปดู

             ควรหาข้อมูลของหนังที่จะดูก่อนทำความเข้าใจหนังเองก่อนให้รู้แนวของหนังและที่มาว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไรเหมาะสมกับวันแล้วหรือไม่

          6.ไม่ควรเตะเก้าอี้เบาะด้านหน้าหรือเอาขาพาดไปยังเบาะหน้า

             การเอาเท้าดันเบาะเป็นสิ่งที่น่ารำคาญและเป็นการเสียมารยาท ซึ่งจะเป็นปัญหามากในคนที่ขายาวนั้งนานๆทำให้เมื่อและเปลี่ยนท่านั้งขามักจะไปเตะดดนเบาะข้างหน้า ควรเก็บขาให้อยุ่ในตำแหน่งที่ไม่ดดนเบาะ สำหรับคนขายาวมากควรเลือกที่นั้งริมทางเดินที่สามารถเยียดขาได้บ้าง

                                 

           7.ระวังกลิ่นเท้าที่ส่งกลิ่นเหม็น

              ไม่ควรถอดถุงเท้าหากรู้ว่าเท้าตัวเองมีกลิ่นเหม็นที่จะไปรบกวนการดูหนังของผู้อื่น การอยู่ในพื้นที่ปิดจะทำให้ได้กลิ่นอับ

          ควรหาถุงเท้าใส่ให้มิดชิด หรือฉีดสะไปร์ระงับกลิ่นเท้าก่อนออกจากบ้านหรือก่อนเข้าโรงภาพยนต์ หรือเลือกที่จะใส่รองเท้าหุ้มส้น

          ไม่ยกเท้าขึ้นมา ดูแลเท้าไม่ให้เกิดกลิ่นและไม่สร้างกลิ่นรบกวนคนข้างๆ

 

                                             

          8.ควรเข้าโรงภาพยนต์ให้ทันเวลาที่ฉาย

             การเข้าโรงหนังช้าและการเดินหาที่นั้งเป็นการรบกวนผู้ที่นั่งชมหนังอในช่วงการเดินแทรงตัวเข้าไปนั้งยู่ เป็นการเสียมารยาท 

         และทำให้เราพลาดการแสดงของหนังในช่วงต้นทำให้ไม่เข้าใจในเนื้อหาของเรื่อง

                               

          9.ไม่ควรนำขนมเข้าไปรับประทานในโรงอาหารเยอะจนเกินไป

              การนำขนมเข้าไปในโรงหนังมากจนเกินไปอาจทำให้กินพื้นที่นั้งและไม่สะดวงต่อการเครื่องตัวและเมื่อตื่นเต้นตกใจกับหนังอาจทำให้ขนมพุงไปโดนคนข้างๆข้างหน้าและไม่ควรเคี้ยวขนมเสียงดังจนเกินไป ควรซื้อขนมเข้าไปแต่พอดี

                            

          10.ไม่ควรสวีดหวานกับคนรักในโรงหนังจนเกินความเหมาะสม

              คู่รักบางคู่อาศัยโรงหนังมาเป็นที่นั้งคุยกระซิบกระซาบเป็นที่สนุกสนานของคนทั้งคู่ และทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมการถึงเนื้อถึงตัวจนเกินไปไม่สุภาพไม่ไม่สมควรทำในที่สาธารณะ และยังทำให้เป็นที่ลำบากใจของคนรอบข้าง

                               

          11.ไม่ควรนั้งผิดที่ในโรงภาพยนต์

              การนั้งผิดที่ทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่ารุนแรง เนื้องจากเข้าใจผิดกัน ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตนถูก เมื่อไม่มีการยอมกับก็ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาตามมา 

          12.ห้ามนำสัตย์เลี้ยงเรามาในโรงภาพยนตื์

              การนำสัตย์เลี้ยงเข้าโรงหนังเป็นการรบกวนผู้อื่นเมื่อสัตย์ส่งเสียงก่อกวน ไม่อยู่นิ่ง และเป็นปัญหาต่อผู้ท่แก้ขนสัตย์ชนิดนั้นๆหรือไม่ชอบสัตย์ อาจทำให้เกิดการผิดใจกัน 

                             

 

 

                                                     

 

แหล่งอ้างอิง  : www.trangzone.com/webboard_show.php?ID=4188

                 : www.patsonic.com/movie/etiquette-in-cinema/

     มารยาทในการรับชมภาพยนต์ในโรงภาพยนต์

จัดทำโดยนางสาวสุจิตรา   ละอองคำ ชั้น ม.6/2 เลขที่ 27

 #แก้ไขแล้ว

 

       

 

 

 

 

มารยาทในการใช้รถใช้ถนน  

http://www.thaigoodview.com/node/200125

"นาย วสันต์ กมลงาม ม.6/2 เลขที่ 19"

มารยาทในการสนทนากับพระสงฆ์

http://www.thaigoodview.com/node/200124

(นางสาวขนิษฐา แสงกระจ่าง ชั้น ม. 6/2 เลขที่ 34) 

รูปภาพของ nititorntan1

http://www.thaigoodview.com/node/200121

มารยาทในการเขียนจดหมาย

จัดทำโดย นายนิติธร พงษ์กำเหนิด ชั้นม.6/2 เลขที่3

รูปภาพของ ชฎาทิพย์

 ชื่อ นส.ชฎาทิพย์ ภมรเรวดี เลขที่19 ม.6/2

http://www.thaigoodview.com/node/200117

มารยาทและวิธีใช้บันไดเลื่อนอย่างปลอดภัย

บันไดเลื่อนและทางเลื่อนเป็นทางเลือกที่ใช้ในการเดินทางที่สะดวกจากชั้นหนึ่งสู่อีกชั้นหนึ่ง โดยเคลื่อนขึ้น-ลงในลักษณะเอียง และสะดวกแม้ทางเดินขนานราบกับพื้น ต่อไปนี้คือวิธีการเพื่อให้มั่นใจว่าคุณและผู้ที่อยู่หลังคุณจะใช้งานบันไดเลื่อนได้อย่างปลอดภัย

เมื่อมาถึงบันไดเลื่อนและทางเลื่อน ให้ปฏิบัติดังนี้

1.อย่าใช้บันไดเลื่อนและทางเลื่อน โดยมีไม้เท้าค้ำยัน เครื่องช่วยเดิน รถขนอาหาร หรือรถเข็นทุกประเภท
2.อย่าใช้บันไดเลื่อนและทางเลื่อน ด้วยเท้าเปล่าหรือรองเท้าที่มีเชือกผูกที่หลวม
3.บนบันไดเลื่อน ให้มองดูทิศทางการเคลื่อนของขั้นบันได และก้าวขึ้นขั้นบันไดเมื่อขั้นบันไดเลื่อนไหลเป็นปกติ และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและสะดวก
4.ระมัดระวังจังหวะการก้าวเท้าขึ้นและลงจากบันไดเลื่อนและทางเลื่อน ระวังเป็นพิเศษสำหรับบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อนที่มีสองช่องทางเดิน
5.จูงหรือจับมือเด็กเล็กให้แน่น
6.จับสิ่งของติดตัวให้แน่น ด้วยมือเดียว
7.จับราวบันไดเมื่อก้าวขึ้นขั้นบันไดหรือทางเลื่อน เพื่อการประคองหรือทรงตัว
8.เก็บส่วนเสื้อผ้าที่หลวมห่างจากขั้นบันไดและด้านขอบข้างบันได
9.อย่าใช้บันไดเลื่อนแทนขั้นบันได หากขั้นบันไดเลื่อนไม่ทำงาน
10.อย่าใช้บันไดเลื่อนในการขนย้ายสิ่งของ
11.ถ้าหากคุณรู้สึกไม่สบายใจในการใช้งานบันไดเลื่อน ให้ใช้ลิฟต์แทน

เมื่ออยู่ระหว่างการเคลื่อนที่ของขั้นบันได ให้ปฏิบัติดังนี้

1.บนบันไดเลื่อน ให้ยืนตรงส่วนกลางของขั้นบันไดและมองไปข้างหน้า
2.บนทางเลื่อน ผู้โดยสารที่ยืนอยู่ให้ยืนชิดขวา และเว้นว่างด้านซ้ายเพื่อให้ผู้ที่เดินอยู่ได้เดินผ่านไปทางซ้ายมือ
3.เก็บเท้าให้ห่างจากขอบด้านข้าง
4.จับราวบันไดเลื่อนให้มั่น
5.อย่างวางกระเป๋าเป้ หรือสิ่งของบนราวจับบันได
6.อย่าใจลอยหรือสนใจสิ่งรอบข้างขณะยืนอบู่บนทางเลื่อน
7.อย่ายืนพิงขอบด้านข้าง
8.อย่าวิ่ง
9.อย่านั่งบนขั้นบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน
10.ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานให้ใช้บันไดเลื่อนและทางเลื่อนด้วยความเรียบร้อย

 

เมื่อออกจาก บันไดเลื่อนและทางเลื่อน ให้ปฏิบัติดังนี้

 

1.เตรียมพร้อมที่จะก้าวเท้าออก
2.อย่าลังเลในการที่จะเดินออกจากบริเวณสุดทางของบันไดเลื่อนหรือทางเดินเลื่อน อย่าหยุดพูดคุยหรือมองโดยรอบ เพราะอาจมีผู้โดยสารคนอื่นอยู่ด้านหลังคุณ

แหล่งอ้างอิง www.otis.com
นาย ธนกร อำนาจสถิตย์ ม.6/2 เลขที่ 2

 

มารยาทในการแสดงความคิดเห็

 

http://www.pirlantak.com/wp-content/uploads/2013/03/%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%9421.jpg

 ๑. ภาษาในการแสดงความคิดเห็นต้องเป็นภาษาสุภาพ ชัดเจน เข้าใจง่าย เลือกใช้ถ้อยคำ ให้มีความหมายตรงตามที่คิด มีความสมเหตุสมผล ตรงประเด็น ไม่ออกนอกเรื่อง 
๒. ข้อมูลหลักฐานที่นำมาใช้ประกอบความคิดเห็นต้องเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ข้อมูลเท็จ หรือ มีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวง 
๓. ควรใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่หนักแน่น น่าเชื่อถือ ไม่พูดเสียงดังเกินไป 


๔. ใช้กริยาท่าทางที่สุภาพ ไม่ก้าวร้าว 
๕. ไม่พูดเพื่อเอาชนะ ต้องใช้เหตุผลเป็นสำคัญ ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ยอมรับฟังผู้อื่นที่ มีเหตุผลหนักแน่นกว่า 
๖. เป็นนักฟังที่ดี ตั้งใจฟัง ไม่พูดแทรกผู้อื่น
๗. ศึกษาหัวข้อการประชุมเตรียมรายละเอียดเพื่อการประชุม

๘. พฤติกรรมที่แสดงออกต้องสุภาพ
๙. ให้เกียรติประธานในที่ประชุม
๑o.ต้องขออนุญาตพูดโดยยกมือขึ้นเหนือศรีษะเสมอ



๑๑. พยายามหลีกเลี่ยงการพูดตำหนิ
๑๒.หากประสงค์จะคัดค้านให้ถือหลักว่าไม่ให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย
๑๓.หากที่ประชุมมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งต้องให้เกียรติที่ประชุมและปฏิบัติตาม
๑๔.ไม่นำรายละเอียดการอภิปรายซึ่งเป็นการพิจารณาจากที่ประชุมไปแสดงภายนอกในลักษณะไม่เห็นด้วย


๑๕.พูดหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยให้ที่ประชุมหาทางออกและช่วยให้ได้มติตามวัตถุประสงค์
รักษาความลับของที่ประชุมและสิ่งที่พิจารณากันในที่ประชุม


นายภัทรชนน   วินโกมินทร์  ม.6/2 เลขที่8

อ้างอิง:www.aompim.blogspot.com
www.247friend.net/blog/yims/2010/09/10/entry-1


 

 

 

เรื่อง มารยาทการไหว้พระสงฆ์

http://www.thaigoodview.com/node/200085

น.ส กฤติมา ล้อมหทัย ม.6/2 เลขที่31

การแต่งกายไปงานศพ

การแต่งกายไปงานศพ
การแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำ มีมานานแล้วและเป็นความคิดที่เป็นสากล ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านนั้น แต่ในประเทศอื่น ๆ เช่น จีน และประเทศในโลกตะวันตกก็มีวัฒนธรรมนี้ ถามว่ามีมาแต่เมื่อไหร่ ยังสืบค้นไม่ได้ แต่อย่างน้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 มีประเพณีแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำแล้ว ก่อนหน้านั้นถ้าดูจากวรรณคดี ภาพจิตรกรรมและพงศาวดารจะเห็นว่ามีการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีขาว ถ้าเป็นเจ้านายในวัง ข้าในวังจะต้องโกนศีรษะไว้ทุกข์ด้วย ถ้าเป็นเจ้าวังหน้า โกนแต่ข้าในวังหน้า ข้าวังหลวงไม่ต้องโกนศีรษะ ส่วนประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ได้มีเฉพาะสีดำ
 
- สีขาว แต่งเมื่อเจ้านายผู้ไปร่วมงานพระศพมีอายุหรือมีฐานานุศักดิ์น้อยกว่าเจ้านายที่สิ้นพระชนม์
- สีดำ แต่งเมื่อเจ้านายผู้ไปร่วมงานพระศพมีอายุหรือมีฐานานุศักดิ์มากกว่าเจ้านายที่สิ้นพระชนม์
- สีน้ำเงิน สีม่วง แต่งเมื่อเจ้านายผู้ไปร่วมงานพระศพไม่ได้มีความใกล้ชิดสนิทสนม มีความสัมพันธ์ห่าง ๆ กับเจ้านายที่สิ้นพระชนม์
 
 
ซึ่งตามคตินี้ตามงานศพแต่ก่อน เราจะรู้ได้ว่าผู้มาร่วมงานมีความสัมพันธ์อะไรกับผู้ตาย แต่ว่าในประวัติศาสตร์ก็ยังมีเรื่องยกเว้น คือในสมัยรัชกาลที่ 1ทรงแต่งขาวไว้ทุกข์ ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนศรีสุนทรเทพ และในสมัยรัชกาลที่ 3 1ทรงแต่งขาวไว้ทุกข์ ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทั้ง ๆ ที่พระมหากษัตริย์จะต้องทรงพระภูษาดำ เพื่อทรงแสดงว่าทรงรักและลัยในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอยิ่งนักทั้งนี้ประเพณีการแต่งสีดำ ขาว น้ำเงินไว้ทุกข์นี้ ไทยน่าจะรับมาจากจีน ซึ่งก็มีคติว่าสีขาวเป็นสีไว้ทุกข์ใหญ่ สีคราม สีน้ำเงินเป็นสีไว้ทุกข์ที่รองลงมา ดังนั้นจะเห็นว่างานศพชาวจีนในปัจจุบัน ญาติสนิทจะแต่งขาวไว้ทุกข์ ส่วนการแต่งกายไปร่วมงานศพด้วยสี ขาว ดำ น้ำเงิน ยังพอพบได้ในบางกลุ่มชนที่จังหวัดภูเก็ต
แหล่งอ้างอิง:http://pongchumjai.blogspot.com/2010/01/blog-post_949.html
 
 ปฐพี อุดมเลิศปรีชา ม6/2 เลขที่ 4

มารยาทในการใช้เครื่องมือสื่อสาร

http://www.thaigoodview.com/node/200020

นางสาวทรรศน์มน คูณขุนทด ชั้นม.6/2 เลขที่ 21

มารยาทในการขึ้นศาล

http://www.thaigoodview.com/node/194656

นางสาว มัณฑนากร  หนูเซ่ง  ม.6/2 เลขที่ 36

มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่

http://www.thaigoodview.com/node/199933

นางสาว คณิตตา พันทะพ้อง ชั้นม.6/2 เลขที่ 40

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 8 คน กำลังออนไลน์