รายงานการประเมินโครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร ปีการศึกษา

บทสรุปของผู้บริหาร

                รายงานการประเมินโครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร  ปีการศึกษา  2557  มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินด้านสภาพแวดล้อม  ประเมินด้านปัจจัยนำเข้า  ประเมินด้านกระบวนการ  และประเมินด้านผลผลิตของโครงการ  ประกอบด้วย

           1.  คุณภาพการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียน

โรงเรียนสาครพิทยาคาร ปีการศึกษา 2557

                   2. พฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร ปีการศึกษา  2557  

                   3. คุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา มาตรฐานที่ 3  ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  รักการอ่าน  การเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

                   4.  ความพึงพอใจของนักเรียน  ครู  ผู้ปกครอง  และคณะกรรมการสถานศึกษา              ขั้นพื้นฐานต่อการดำเนินโครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร ปีการศึกษา 2557

                   ในการประเมินครั้งนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างนักเรียน  จำนวน  136  คน  กลุ่มตัวอย่างครู  จำนวน  15  คน  กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครอง  จำนวน  136  คน  และกลุ่มตัวอย่างคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  จำนวน  13  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน  มี  2  ลักษณะ  ได้แก่  แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า  5  ระดับ  จำนวน  6  ฉบับ  และแบบบันทึกผลการประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มาตรฐานที่  3  ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง  ตามสภาพจริง  จำนวน  1  ฉบับ  รวมทั้งสิ้น  7  ฉบับ  มีการตรวจสอบเครื่องมือทุกฉบับ  ได้ค่าความเชื่อมั่นแต่ละฉบับระหว่าง  0.89 – 0.93 

 

 

ผลการประเมินพบว่า 

                1.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อม  ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครู  โดยภาพรวมทั้งสองกลุ่มที่ประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน  พบว่า  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน     มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด            มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด  ได้คะแนน  15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  และรองลงมา  คือ  ครู           มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด   ได้คะแนน  15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน

                2.  ผลการวิเคราห์ข้อมูลด้านปัจจัยนำเข้าตามความคิดเห็นของครู  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย  15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน 

                3.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านกระบวนการดำเนินโครงการตามความคิดเห็นของนักเรียน  ครู  และผู้ปกครอง  โดยภาพรวมทั้ง 3 กลุ่มที่ประเมิน   ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 20 ผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน   พบว่า  ครูมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ได้คะแนน  20  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  รองลงมาคือ ผู้ปกครอง  มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด            ได้คะแนน 20  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนนักเรียนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมต่ำสุด ได้คะแนน  20  ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นกัน

                4.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านผลผลิต  จำแนกเป็น 

                     4.1  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตด้านคุณภาพการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร  ปีการศึกษา  2557  ตามความคิดเห็นของนักเรียน  ครู  และผู้ปกครอง  โดยภาพรวมทั้ง 3 กลุ่มที่ประเมิน ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน   เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มผู้ประเมินพบว่า  กลุ่มครูมีค่าเฉลี่ยในภาพรวมสูงสุด   อยู่ในระดับมาก ได้คะแนน 15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  รองลงมาได้แก่กลุ่มนักเรียน  อยู่ในระดับมาก  ได้คะแนน 15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนกลุ่มผู้ปกครองมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด   อยู่ในระดับมาก  ได้คะแนน  15  ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นกัน

                   4.2  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตด้านพฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร  ปีการศึกษา  2557  ตามความคิดเห็นของครู และผู้ปกครอง  โดยภาพรวมทั้ง  2  กลุ่มที่ประเมิน อยู่ในระดับมากที่สุด   ได้คะแนนรวมเฉลี่ย  15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มผู้ประเมิน  พบว่ากลุ่มครูมีค่าเฉลี่ยในภาพรวมสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด  ได้คะแนน  15  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนกลุ่มผู้ปกครองมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด  อยู่ในระดับมากที่สุด  ได้คะแนน  15  ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นกัน

                  4.3  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับการศึกษา       ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสาครพิทยาคาร  ปีการศึกษา   2557  มาตรฐานที่ 3  ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง  โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก  (ร้อยละ 82.50) ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาตามตัวชี้วัดพบว่า  ตัวชี้วัด 3.4  ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และนำเสนอผลงาน  มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (ร้อยละ 100)  ได้คะแนน  10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน   รองลงมาได้แก่ตัวชี้วัด 3.1 มีนิสัยรักการอ่านและแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากห้องสมุด แหล่งเรียนรู้และสื่อต่าง ๆ รอบตัว (ร้อยละ 80)  ได้คะแนน  10  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนตัวชี้วัด 3.2 มีทักษะในการอ่าน ฟัง ดู พูด เขียน และตั้งคำถามเพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และตัวชี้วัด 3.3 เรียนรู้กันเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการเรียนรู้ระหว่างกัน มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (ร้อยละ 75) ได้คะแนน  10  ผ่านเกณฑ์การประเมิน

                  4.4  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตด้านความพึงพอใจของนักเรียน  ครู  ผู้ปกครอง  และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการดำเนินโครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนสาครพิทยาคาร  ปีการศึกษา 2557  โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ประเมินอยู่ในระดับมาก  ได้คะแนนรวมเฉลี่ย  10  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มผู้ประเมินพบว่ากลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด  ได้คะแนนรวมเฉลี่ย  10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน  รองลงมาคือกลุ่มครู  อยู่ในระดับมาก  ได้คะแนนเฉลี่ย  10  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนกลุ่มผู้ปกครองมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด  อยู่ในระดับมาก             ได้คะแนน  10 ผ่านเกณฑ์การประเมินเช่นกัน

 

ข้อเสนอแนะ

                ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการประเมินไปใช้

                1.  ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง

                2.  ควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการประเมินพฤติกรรมการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

                3.  ควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

                4.  ควรมีการประกาศเกียรติคุณผู้ปกครอง  และชุมชนที่มีส่วนร่วมกับโรงเรียน

                ข้อเสนอแนะสำหรับการประเมินครั้งต่อไป

                1.  ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใฝ่รู้ใฝ่เรียนและการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียน

                2.  ควรมีการประเมินโครงการในระดับองค์รวมของสถานศึกษาโดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินของซิปป์ (CIPP Model) 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์