มารยาทในการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์

 


          สำหรับผู้ที่ไปดูหนังในโรงหนังบ่อยๆ เชื่อได้ว่าคงจะเจอะเจอกับผู้คนมากมายและพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้คนในโรงหนัง ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี และในวันนี้เราจะมาพูดถึง มารยาทในการชมภาพยนตร์ ที่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้ยากเลย แต่เพราะเหตุใดก็มิทราบ ที่ทุกวันยังคงมีคนที่ “ไม่มีมารยาท” ในการดูหนังในโรงภาพยนตร์อยู่ บางทีมันอาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือ เขาอาจจะไม่รู้จริงๆก็ได้ว่ามารยาทในการดูหนังนั้น มันมีอะไรบ้าง? ไม่เป็นไร งั้นพวกเราลองมาชวนพวกเขามาอ่านรายงานเล่มนี้ซะ จะได้รู้ว่ามารยาทในการชมภาพยนตร์มันมีอะไรบ้าง? 


1. ไม่ควรนำลูกหรือเด็กที่อายุน้อยๆเข้ามาในโรงหนัง


            จริงๆอาจฟังดูใจร้าย ที่ห้ามไม่ให้เด็กเข้าในโรงหนัง...โอเค ถ้ามันเป็นหนังที่ทำมาสำหรับเด็ก ก็เข้ามาดูได้ แต่กับหนังบางประเภท จําพวกหนังไล่เชือด ยิงกันหูดับตับไหม้ และฟันดาบกันเลือดสาดกระจาย ซึ่งถ้าคุณมีจิตสำนึกที่ดี คุณก็คงจะไม่เอาเด็กมาดูหนังพวกนี้ใช่มั้ย? นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ควรนำเด็กอายุน้อยๆมาดูหนังในโรงหนัง เหตุผลต่อๆมาคือ เด็กมักจะมีสมาธิที่สั้น จดจ่อกะสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน นั่นทำให้ถ้าคุณนำเด็กมาดูหนังในโรงหนัง เด็กคุณก็จะรบกวนผู้อื่นได้ คุณคงเคยเจอประเภทดูหนังซึ้งๆอยู่ ประมาณทั้งโรงกำลังเงียบ ซึ้งไปกับความรักของพระเอก-นางเอก แล้วจู่ๆก็มีเสียงของเด็กร้องโวยวายขึ้นมา...คิดดูแล้วกันว่าจะอารมณ์เสียแค่ไหน


            หนทางการแก้ไข : ควรหาพี่เลี้ยง หรือ ฝากให้ญาติคุณเลี้ยงซะก่อนที่คุณจะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่ถ้าหาคนเลี้ยงไม่ได้ ก็ต้องอดใจรอให้หนังที่คุณอยากดู ออกมาเป็นแผ่น VCD หรือ DVD แทน

2. ไม่ควรนำขนมเข้าไปรับประทานในโรงหนังเยอะเกินไป


            คุณคงเจอเหตุการณ์ที่ว่า นั่งดูหนังด้วยอารมณ์กำลังตื่นเต้นลุ้นระทึกไปกับพระเอกในการตัดสายระเบิด แล้วเมื่อหนังขมวดปมให้คุณลุ้นจนตัวโก่งว่าพระเอกจะตัดสายระเบิดสายไฟ ดำ หรือ แดง! แล้วทันใดนั้น...แก๊ป!!! เสียงเคี้ยวขนมของคนข้างหลังดังขึ้นมาพอดีกับพระเอกตัดสายระเบิด...เฮ้อ...จริงๆก็ไม่มีใครว่านะ ที่จะเอาขนมเข้าไปกินในโรงหนัง แต่คุณต้องดูด้วยว่า ขนมที่คุณถือเข้ามาน่ะ มันเป็นขนมประเภทไหน? ถ้าเป็นประเภทขนมปัง ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นแบบมันฝรั่ง ก็ควรจะเคี้ยวด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรเคี้ยวเสียงดังเกินไป และคุณก็ต้องดูปริมาณของขนมที่ถือมาด้วยมามันเยอะเกินไปหรือไม่

           หนทางการแก้ไข : ซื้อเข้าไปในปริมาณพอดีๆ และควรเคี้ยวขนมไม่ให้ดังจนเกินไป


 
3. ควรปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างชมภาพยนตร์ในโรงหนัง


            ข้อนี้เป็นเรื่องที่ “ทุกท่าน” ย้ำ “ทุกท่าน” ที่ต้องเคยเจอพวกที่ไม่ปิดมือถือตอนดูหนังในโรงหนัง คิดดูแล้วกัน มันน่ารำคาญแค่ไหน ขณะที่ท่านกำลังเพลิดเพลินกับหนัง แล้วอยู่ดีๆก็มีเสียงมือถือดังขึ้นมา 
            หนทางการแก้ไข : ควรปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดก่อนที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ไม่งั้นก็ปิดเสียงเรียกเข้าซะแล้วเปิดสั่นเอาแทน  แล้วถ้าจะคุยโทรศัพท์ก็ไปคุยข้างนอกโรง แล้วค่อยเข้ามาใหม่ คนอื่นเค้าจะดูหนังกัน

4. ไม่ควรถอดรองเท้า ถ้ารู้ตัวว่าถุงเท้าตัวเองเหม็น
            ข้อนี้ก็สำคัญเช่นกัน บางคนต้องเสียเพื่อนกันมาแล้ว ก็เพราะเรื่องถุงเท้าเหม็นนี่แหละ คุณคงเคยเห็นบางคนเวลาเข้าโรงหนัง แล้วถอดรองเท้าออก ซึ่งถ้าถุงเท้าเค้าไม่เหม็น ก็ดีไป แต่ถ้าเหม็นขึ้นมา คงต้องบอกว่าคุณซวยแล้ว แล้วถ้าเค้านั่งกระดิกเท้าด้วย ก็จงคิดไว้เลยว่า คุณซวยสุดๆ...จริงๆ

            หนทางการแก้ไข : ถ้ารู้ว่าถุงเท้าตัวเองเหม็นก็ไม่ควรถอดรองเท้าออก เพราะมันอาจทำให้คนที่นั่งติดกับคุณต้องเบือนหน้าหนีก็เป็นได้


5. ไม่ควรเอาเท้าไปดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน

            เวลาดูหนังในโรงหนังแล้วเจอพวกเอาเท้ามาดันเบาะของเรา มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญมากจริงๆ จะให้คุณคิดซะว่า มันเป็นเก้าอี้แบบ 3D คุณก็คงไม่เอา จริงๆไม่มีใครหาสาเหตุที่แท้จริงของการเอาเท้าดันเบาะที่อยู่ข้างหน้าของตนได้ แต่ก็มีการสันนิฐานไว้ว่า อาจเป็นเพราะเค้าขายาวเกินไปหน่อย หรือ เค้าอาจจะเป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง หรือ บางทีอาจเป็นเพราะตกใจกับฉากผีโผล่จนร่างกายคุมไม่อยู่ ต้องสะดุ้งไปทั้งตัวรวมทั้งขาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาล้วน แต่ถ้าอยากรู้จริงๆว่าจะดันเบาะกันทำไม ? คงต้องไปถามคนที่ชอบดันเบาะล่ะกระมัง...

            หนทางการแก้ไข : ไม่ควร ดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน และก็เป็นที่น่ายินดีเหลือเกินที่เดี๋ยวนี้โรงหนังในเมืองไทย มีช่องวางเท้าระหว่างแถวกว้างมากขึ้น ทำให้รอดพ้นจากพวกดันเบาะเสียที แต่บางทีพวกมันก็ยังพยายามดันเบาะให้ได้อีกเหมือนกัน

6. คู่รักไม่ควรปฏิบัติตัวเหมือนกับอยู่บ้านในโรงหนัง

             ข้อนี้อาจฟังดูแล้วตลก แต่มันก็เป็นเรื่องจริง ที่คุณคงเคยเห็นคู่รักบางคู่ที่พากันจูงมือมาในโรงหนัง แต่เปล่าเลย พวกเขาไม่ได้มาดูหนังหรอก พวกเขาดูเหมือนว่าจะมาอาศัยโรงหนังเป็นที่นั่งคุยกระซิบกระซาบเป็นที่สนุกสนานของคนทั้งคู่ และที่เลวร้ายกว่านั้น ทั้งคู่อาจลามไปถึงใช้ปากประกบปาก ซึ่งนอกจากจะเป็นการดูไม่สุภาพและเหมาะสมแล้ว ยังอาจจะทำให้คุณเกิดความลำบากใจอีกต่างหาก
            หนทางการแก้ไข : หากคิดว่าอยากอยู่กับแฟนสองต่อสองก็ควรอยู่ที่บ้าน ไม่ควรมารบกวนคนอื่นในโรงหนัง ทั้งนี้ก็เพื่อความสุภาพและความเหมาะสมด้วย

7. ไม่ควรเข้าโรงสาย เพราะรบกวนผู้อื่นในโรงหนัง

            คำว่า “สาย” ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ตัวหนังจริงๆเริ่มฉาย ซึ่งคุณก็คงเคยเจอพวกที่มาสาย ซึ่งก็ทยอยๆเดินกันเข้ามา แต่ระหว่างเดินนั้นตัวของของพวกนั้นก็จะบดบังบางส่วนของจอหนัง ทำให้คุณรู้สึกเซ็งเล็กน้อยถึงปานกลางก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เข้าโรงสายกันนัก? อาจเป็นเพราะเพิ่งซื้อตั๋วมาหรืออาจเป็นเพราะรอเพื่อนอยู่หรืออาจจะเป็นเพราะมัวแต่ลืมว่าหนังฉายกี่โมง

            หนทางการแก้ไข : ควรเช็คเวลาให้แน่นอนระหว่างที่รอดูหนัง และหากมาซื้อตั๋วหนังฉายไปแล้ว 30 นาที ก็ควรซื้อตั๋วในรอบต่อไปเถอะ เพราะนอกจากคุณจะพลาดตอนต้นของหนังแล้วคุณยังอาจมาสาย มาบดบังจอให้คนดูคนอื่นแอบด่าคุณในใจอีก

8.  กลุ่มวัยรุ่นไม่ควรส่งเสียงเอะอะเสียงดัง

            วัยรุ่น เป็นวัยที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้คนรอบข้าง ดังนั้น เมื่อเข้าโรงหนังแล้ว พฤติกรรมประจำตัวดังกล่าวก็แสดงออกมาด้วยเช่นกันยิ่งมากันเป็นกลุ่มๆด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะส่งเสียงดัง ราวกับว่าโรงหนังเป็นของพวกเค้าพวกเดียว และที่เสียอารมณ์เป็นอย่างยิ่งคือ ต่อให้หนังเรื่องนั้นเศร้าแค่ไหน พวกวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ยังส่งเสียงคิกคักๆได้ตลอดเวลา

            หนทางแก้ไข : คงต้องแก้กันที่ “จิตสำนึก” แล้วล่ะ เป็นเรื่องยากที่จะสั่งให้วัยรุ่นเลิกพฤติกรรมแบบนี้


9. ไม่ควรนั่งผิดที่ในโรงหนัง

         การนั่งผิดที่ในโรงหนัง ก็อาจจะทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงก็เป็นได้ เนื่องจากการเข้าใจผิดกัน(ไม่ผิดที่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง) ต่างคนต่างก็ยืนยันว่าตนนั่งถูกที่แล้ว แต่ปรากฎว่าเมื่อตรวจตั๋วทั้งสองฝ่ายแล้ว อาจเกิดอาการหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยก็เป็นได้ และถ้ายิ่งเข้าโรงผิดนี่ รับรองแตกละเอียดแน่นอน

        หนทางการแก้ไข : ควรตรวจดูเลขที่นั่งตั๋วของคุณให้แน่นอน และตรวจดูด้วยว่าเป็นโรงที่เท่าไหร่ เพราะเข้าโรงผิดอาจจะทำให้เสียเวลาได้



10. ไม่ควรเล่าเรื่องของหนังเรื่องนั้นๆในโรงหนัง

        ข้อที่แล้วเป็นคนขี้ถาม แต่ข้อนี้เป็นคนขี้ตอบ พวกนี้มักเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจ ไม่ว่าเพื่อนจะไม่เข้าใจหนังแค่ไหน...ไม่เป็นไร คนๆนี้จะทำให้เพื่อนหายสงสัยเองไม่ว่าเพื่อนจะเต็มใจฟังหรือไม่เต็มใจฟังเลยก็ตาม ซึ่งถ้าคนอื่นๆในโรงหนังดันมาได้ยินเข้า อาจจะเกิดอาการหัวเสีย จนเกิดเหตุการณ์ปะทะคารม ลามไปจนถึงปะทะหมัดกันได้ ถ้าคุณเจอพวกนี้ บอกได้เลยว่าคุณอยู่ในฝันร้ายสุดๆ

         หนทางการแก้ไข : การไม่เล่าตอนสําคัญๆของหนัง ถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากที่สุดของเหล่านักดูหนัง เพราะคนอื่นเค้าก็ต้องการความสนุกและลุ้นกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในหนัง ต้องคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดู ถ้าเราตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องหนึ่ง แล้วดันไปเจอคนเล่าตอนจบให้ฟังซะหมดเปลือก คงจะแย่มิใช่น้อยเลย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 22 คน กำลังออนไลน์