การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอมรายวิชาฟิสิกส

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้

ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม

รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

นายชัยวุฒิ   สุทธจ้อย *

            * กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 37

 

บทคัดย่อ

       การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์ 80/80  2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

       กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557  จำนวน 38 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอมรายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6   3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ฟิสิกส์อะตอม  4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอมรายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test for Dependent Samples)

      ผลการวิจัย พบว่า

  1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  มีประสิทธิภาพ  85.27/ 84.85  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/ 80 ที่กำหนดไว้
  2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องฟิสิกส์อะตอม รายวิชาฟิสิกส์ 5 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมอยู่ในระดับมาก

      คำสำคัญ : ชุดกิจกรรมการเรียนรู้/  กระบวนการสืบเสาะหาความรู้/  เทคนิค STAD/  ฟิสิกส์อะตอม

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์