ไหว้พระ เสริมมงคลชีวิตที่อยุธยา

          ในแต่ละปีมีโอกาสแวะเวียนไปจังหวัดอยุธยาค่อนข้างบ่อย

          ไปแล้วสบายใจ เพราะเมืองเก่าอยุธยาแห่งนี้มีวัดสำคัญเยอะมาก ช่วงที่มีการประชาสัมพันธ์ไหว้พระ 9 วัด ผู้คนจากจังหวัดข้างเคียง มุ่งหน้ามาที่นี่จำนวนไม่น้อย แต่การจะเที่ยวแบบศึกษาประวัติศาสตร์ไปด้วย ใช้เวลาเพียงวันเดียวคงไม่พอ

          เอาเป็นว่าเมื่อมีบุญวาสนา ได้ไปถึงอยุธยาไหว้พระ แม้จะมีเวลาน้อยนิดเพียงใด ได้อ่านประวัติความเป็นมาของวัดแบบย่นย่อที่ทางการปักป้ายไว้บริเวณวัด ก็ถือว่ามาไม่เสียเที่ยว ถึงจะรู้แบบงูๆ ปลาๆ ดีกว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะมัวแต่ตั้งจิตอธิษฐานไหว้พระเพียงแค่นั้น

          หรือจะซื้อหนังสือเล่มเล็กๆ ที่บอกกล่าวเรื่องราวแบบสั้นๆ ก็มีจำหน่ายบริเวณจุดจำหน่ายบัตรเข้าชมวัดใหญ่ๆ บางแห่ง เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ และวัดไชยวัฒนาราม

          เที่ยวอยุธยาให้สนุกและไม่หงุดหงิดกับพุทธศาสนิกชนจำนวนมากๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาล ไหนจะรถติด ไหนจะคนเยอะ เคยอยู่ปีหนึ่งไปตอนปีใหม่กับสงกรานต์ เข็ดอย่าบอกใคร รถติดยาวเป็นกิโล ต้องเลี่ยงไปเข้าวัดที่ไม่ค่อยดัง แบบนั้นพอจะมีที่ทางให้หายใจได้บ้าง

          ไปอยุธยาคราวนี้ ผู้สนับสนุนคือสมาคมประชาสัมพันธ์โรงแรมแห่งประเทศไทย ชวนเพื่อนสมาชิกโรงแรมและสื่อหลายแขนงไปทำบุญรับความเป็นสิริมงคลกันตั้งแต่ต้นปี

          วัดพนัญเชิงวรวิหาร
          จำได้ว่าวันตรุษจีนของทุกปี คนจีนมักจะพากันไปไหว้หลวงพ่อโต หรือ “ซำปอกง” โดยเฉพาะคนทำการค้า ด้วยความเชื่อว่าไหว้เพื่อให้ร่ำรวย 
          วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งอยู่ติดริมน้ำ สามารถนั่งเรือข้ามฟากมาจากวัดบางกะจะ หรือวัดหลวงพ่อขาวได้
 ภายในวิหารมีพระพุทธรูปสำคัญสามองค์ องค์กลางคือพระหน้าแป้น องค์ซ้ายคือพระพุทธรูปทอง ซึ่งหล่อจากทองคำแท้ และองค์ขวามือ พระพุทธรูปนาก 
          ในเว็บไซต์วัดพนัญเชิงวรวิหาร (www.watphananchoeng.com) เล่าประวัติความเป็นมาของ “เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก” ตำนานแห่งการสร้างวัดพนัญเชิง หรือวัดพระเจ้าแพนงเชิง  หรือวัดพระนางเชิญ....

          แต่โบราณนานมาแล้ว  มีเด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่ง  เกิดอยู่ในจั่นหมาก พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงนำมาเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม  และได้ให้นามนางว่า “นางสร้อยดอกหมาก”  
          เมื่อนางสร้อยดอกหมาก  เจริญวัยขึ้น  นางมีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก พระเจ้ากรุงจีนทรงโปรดให้โหรทำนายว่า ในกาลภายหน้า พระนางสร้อยดอกหมากจะคู่ควรกับกษัตริย์เมืองใด  โหรพิเคราะห์ดูแล้วกล่าวว่า  คู่ของนางจะเป็นกษัตริย์กรุงไทย  อยู่ทางทิศตะวันตกเป็นผู้มีบุญญาอภินิหารมากนัก  พระเจ้ากรุงจีนได้ฟังคำโหรทำนายดังนั้น ก็ทรงพอพระทัยยิ่งนัก  ทางด้านกรุงไทย  ขณะนั้นกำลังว่างผู้ปกครองแผ่นดินและไม่มีรัชทายาทจะสืบราชสมบัติ     ต่อมาบรรดาเสนาอำมาตย์และสมณชีพราหมณ์ จึงทำพิธีเสี่ยงเรือสุวรรณหงส์เอกชัย  เพื่อเสาะหาผู้มีบุญวาสนามาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  เมื่อเรือแล่นไปถึงยังที่แห่งหนึ่งที่ริมฝั่ง  มีเด็กเลี้ยงโคกำลังเล่นกันอยู่  เรือสุวรรณหงส์เอกชัยจอดหยุดนิ่ง  ไม่เคลื่อนอีกต่อไป  แม้เหล่าฝีพายจะพยายามสักเท่าไรเรือก็ไม่เคลื่อนที่  เหล่าอำมาตย์เห็นเช่นนั้น  รู้สึกอัศจรรย์ใจและเกิดสังหรณ์ใจ  จึงเดินเข้าไปในกลุ่มเด็กเลี้ยงโคที่กำลังเล่นกันอยู่  พบเด็กชายคนหนึ่งท่าทางฉลาดพูดจาตอบโต้ฉาดฉาน  เหล่าอำมาตย์ต่างก็คิดว่า  “ชะรอยเด็กคนนี้คงเป็นผู้มีบุญ  กิริยาท่าทางจึงต่างกับเด็กคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด  แม้การเจรจากับเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ฉลาดหลักแหลม” เมื่อคิดดังนั้นแล้วเหล่าอำมาตย์จึงพร้อมใจกันอัญเชิญเด็กชายคนนั้น มาเป็นพระเจ้าแผ่นดินปกครองกรุงไทยต่อไป 
          เมื่อพระเจ้ากรุงไทยพระองค์ใหม่ได้ขึ้นปกครองแผ่นดิน ทรงปกครองบ้านเมืองเป็นปรกติสุข ครั้งหนึ่งพระองค์โปรดให้ยกขบวนพยุหยาตราไปทางชลมารคพร้อมกับเหล่าเสนาบดี  เมื่อเสด็จมาถึงยังหัวแหลมวัดปากคลอง เป็นเวลาน้ำขึ้น จึงตรัสสั่งให้จอดเรือพระที่นั่งอยู่หน้าวัด  ทรงทอดพระเนตรเห็นผึ้งจับอยู่ที่อกไก่ใต้ช่อฟ้าหน้าบันของโบสถ์จึงทรงดำริว่า “จะขอนมัสการพระพุทธปฏิมากร ด้วยเดชะบุญญาภิสังขารของเรา เพื่อจะได้ครองไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์ ขอให้น้ำผึ้งหยดลงมากลั้วเอาเรือขึ้นไปประทับแทนกำแพงแก้วนั้นเถิด” 
          เมื่อตรัสจบน้ำผึ้งก็หยดลงมากลั้วเอาเรือพระที่นั่งยกขึ้นไปถึงที่ทันที เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ตาของเสนาบดีน้อยใหญ่ พระเจ้ากรุงไทยจึงเสด็จขึ้นไปนมัสการพระพุทธปฏิมากร โดยเปลื้องพระภูษาทรงสักการะพระพุทธปฏิมากร เสร็จแล้วจึงเสด็จลงเรือประทับพระที่นั่ง  เรือพระที่นั่งก็ถอยลงมาตามเดิม บรรดาภิกษุสงฆ์และเหล่าเสนาบดีต่างก็พากันถวายพระพรชัยและถวายพระนามพระเจ้ากรุงไทยว่า “ พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ” 
          ครั้นถึงเวลาน้ำลง  พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงมีรับสั่งให้เหล่าเสนาบดีกลับไปรักษาพระนคร  ส่วนพระองค์นั้นเสด็จไปโดยเรือพระที่นั่งเอกชัยเพียงลำเดียว  เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วยอำนาจแห่งราชกุศลที่สร้างมาแต่ปางหลัง  จึงทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัย  จนกระทั่งลุถึงกรุงจีน ชาวจีนทั้งหลายเห็นเป็นอัศจรรย์  จึงนำความขึ้นทูลว่าพระเจ้าแผ่นดินไทยองค์นี้มีบุญญาธิการมาก  พระเจ้ากรุงจีนจึงรับสั่งให้เสนาบดีผู้ใหญ่ไปสืบดูว่าพระเจ้ากรุงไทยมีบุญญาธิการจริงหรือไม่ เสนาบดีจีนออกไปทูลเชิญพระเจ้าสายน้ำผึ้งประทับที่อ่าวนาค  ซึ่งเป็นที่ที่มีภยันตรายมาก  ตกเพลาค่ำเสนาบดีจีนใช้ทหารไปสอดแนมดูว่า  “ เหตุการณ์ร้ายแรงอันใดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ” มีแต่เสียงดุริยางค์ดนตรีเป็นที่ครึกครื้น ในคืนต่อมาเสนาบดีจึงทูลเชิญเสด็จพระเจ้าสายน้ำผึ้งประทับที่มีอันตรายมากขึ้นไปอีก  เหตุการณ์ยังเหมือนคืนก่อนเมื่อพระเจ้ากรุงจีนได้ทรงทราบก็ทรงโสมนัสยิ่งนัก  จึงมีรับสั่งให้จัดกระบวนแห่ออกไปรับพระเจ้าสายน้ำผึ้งเข้ามาภายในพระราชวัง และให้ราชาภิเษกพระนางสร้อยดอกหมากขึ้นเป็นพระมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง
เมื่อเวลาผ่านไป พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงกราบถวายบังคมลาพระเจ้ากรุงจีนกลับพระนคร พระเจ้ากรุงจีนให้นำสำเภาห้าลำพร้อมด้วยเครื่องอุปโภคเป็นอันมาก  เมื่อถึงปากน้ำพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จเข้าพระนครก่อน  เมื่อจัดตำหนักซ้ายขวาเสร็จก็จัดขบวนมารับพระนางสร้อยดอกหมากจากเรือ โดยพระองค์ไม่ได้เสด็จไปด้วย  พระนางสร้อยดอกหมากจึงไม่ยอมเสด็จขึ้นจากเรือ กล่าวว่า“มาด้วยพระองค์ก็โดยยากเมื่อมาถึงพระราชวังแล้วเป็นไฉนพระองค์จึงไม่มารับ  ถ้าพระองค์ไม่เสด็จมารับก็จะไม่ไป” 
          เสนาบดีนำเนื้อความไปกราบทูล พระเจ้าสายน้ำผึ้งคิดว่านางหยอกเล่นจึงกล่าวสัพยอกว่า“เมื่อมาถึงแล้วจะอยู่ที่นั่นก็ตามใจเถิด”เมื่อพระนางทราบเนื้อความจึงสำคัญว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งพูดจริง จึงน้อยพระทัยและเศร้าพระทัยยิ่งนัก  ครั้นรุ่งเช้าเมื่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งจัดกระบวนแห่มารับ  และเสด็จมาด้วยพระองค์เอง  เมื่อเสด็จขึ้นไปบนสำเภา  พระนางสร้อยดอกหมากจึงตัดพ้อต่อว่าพระองค์  พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงทรงสัพยอกอีกว่า “เอาละ เมื่อไม่อยากขึ้นก็จงอยู่ที่นี่เถิด” ฝ่ายพระนางสร้อยดอกหมากได้ฟังดังนั้น  ด้วยความน้อยพระทัยนางจึงกลั้นพระทัยตายทันที  
          พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงเสียพระทัยมาก  โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระศพของพระนางขึ้นมาพระราชทานเพลิง  ท่ามกลางความอาลัยรักของประชาชนชาวจีนและชาวไทย  จึงทรงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระนางสร้อยดอกหมาก และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดพระนางเชิญ ” แต่นั้นมา 
 


          ภายในวัดพนัญเชิงมีเทพเจ้าหลายองค์ด้วยกัน เช่น เทพยดาฟ้าดิน เทพเจ้ากวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) เจ้าแม่กวนอิม (เทพเจ้าแห่งความเมตตา) หลวงปู่ไต่ฮงกงโจวซือ (เทพเจ้าผู้อนุเคราะห์สัตว์โลก) เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ท้าวมหาพรหม พระราหู พระสังกัจจายน์ (เทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์พูนสุข)
          การไหว้เจ้าเสริมดวงชะตาประจำปี 2552 ในปีฉลูนี้ ผู้ที่เกิดปีชวด แนะนำให้ไหว้องค์ไท้เสียงเหล่ากุง  ปีฉลู ไหว้องค์พระยูไล ปีขาล ไหว้องค์ไท้เอี้ยงแซกุง ปีเถาะ ไหว้องค์กรพระสังกัจจายน์ ปีมะโรง ไหว้เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก  ปีมะเส็ง ไหว้องค์ลื่อตงปิง (เทพ 8 เซียน) ปีมะเมีย ไหว้เจ้าแม่กวนอิมพันมือ ปีมะแม ไหว้องค์ไท้ส่วยเอี้ยและองค์ไฉ่ซิงเอี้ย ปีวอก ไหว้เจ้าแม่เทียนโหวเซี้ยบ้อ ปีระกา ไหว้องค์ตั่วเหล่าเอี้ย (เจ้าพ่อเสือ) ปีจอ ไหว้องค์เทพเจ้ากวนอู และปีกุน ไหว้องค์เทพเจ้าอุ่ยท้อ (เทพเจ้าผู้รักษาพระพุทธศาสนา)
 
          วัดใหญ่ชัยมงคล
          สมเด็จพระนเรศวร  สร้างวัดใหญ่ชัยมงคลขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติในคราวยุทธหัตถีมีชัยชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อปี 2135 
          ความหมายอันเป็นมงคลเมื่อได้มาไหว้ที่วัดใหญ่ชัยมงคล คือ ชัยชนะ

 

          วัดสุวรรณดาราราม
          วัดสุวรรณดาราราม เป็นวัดประจำตระกูลของรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยพระนเรศวร

 

          อิ่มท้อง “บ้านเวียงเหล็ก”
          ผ่านไป 3 วัด คณะเริ่มหิว ต้องพักเอาแรงมื้อกลางวันที่บ้านคุณดำรง พุฒตาล อิ่มอร่อยกับอาหารที่สั่งตรงมาจาก “ครัวริมน้ำท้ายเกาะ”อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ด้วยเมนูขึ้นชื่อ หอยครก ไก่บ้านทรงเครื่อง ปลาทับทิมสามรส ผัดหมี่โบราณ (โทร.0-2978-8685-6) ปิดท้ายขนมชื่อดังของอยุธยา “บังเปีย โรตีเงินล้าน”  ดูวิธีการทำแบบสดๆ ชิมกันใหม่ๆ ว่ากันว่าเป็นต้นตำรับโรตีสายไหม ก่อนที่จะมีเจ้าอื่นๆ ตามมานับไม่ถ้วน

 

            

 

 

          วิหารมงคลบพิตร-วัดพระศรีสรรเพชญ
          วิหารมงคลบพิตร และวัดพระศรีสรรเพชญ อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน หลังจากไหว้หลวงพ่อมงคลบพิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสมัยอยุธยาแล้ว สามารถเข้าชมวัดพระศรีสรรเพชญ ซึ่งเป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เป็นต้นแบบของวัดในพระบรมมหาราชวังสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
          ในปี 2035 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระราชโอรสของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้น 2 องค์ คือ เจดีย์องค์ตะวันออก และองค์กลาง ที่วัดพระศรีสรรเพชญ เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิพระราชบิดาและพระเชษฐา  ต่อมาสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (พระหน่อพุทธางกูร) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ขึ้นอีก 1 องค์ ด้านทิศตะวันตก เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
 วิหารหลวงสร้างในปี 2042 อยู่ด้านหน้าของสถูปองค์ตะวันออก ปีต่อมาสร้างพระพุทธรูปยืนหุ้มทองขนาดใหญ่ประดิษฐานไว้ภายในวิหารหลวง พระราชทานนามว่า พระศรีสรรเพชญ 
          ค่าธรรมเนียมการเข้าชมวัดพระศรีสรรเพชญสำหรับคนไทย 10 บาท ในจุดนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถซื้อหนังสือประวัติวัดสำคัญฉบับไทยและอังกฤษ
          ก่อนเดินทางกลับ นักช็อปอาจะแวะเลือกซื้อของฝากขึ้นชื่อ เช่น ขนมไทย หนังปลาทอด ก้างปลาทอด

 

          วัดธรรมิกราช
          ในอดีตวัดธรรมิกราช เคยเป็นพระอารามหลวงที่พระมหากษัตริย์ ทรงใช้เป็นที่สดับพระธรรมเทศนา  เดิมชื่อมุขราช สร้างขึ้นในระยะก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยพระยาธรรมิกราช พระราชโอรสพระเจ้าสายน้ำผึ้ง
ภายในมีพระเจดีย์สิงห์ล้อมที่ยังพอเหลือสิงห์ให้เห็น พระวิหารทรงธรรมและวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ (พระนอน) สร้างขึ้นด้วยแรงอธิษฐานของพระนางขัตติยะเทวี พระอัครมเหสีในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เนื่องจากพระนางได้ทรงบนบานไว้ว่า ถ้าพระราชธิดาของพระนางหายจากอาการประชวรหนัก จะทรงสร้างพระพุทธไสยาสน์ถวายเป็นพุทธบูชา

 

          วัดหน้าพระเมรุราชิการาม
          วัดหน้าพระเมรุราชิการาม เป็นวัดเดียวในสมัยอยุธยาที่ไม่ถูกเผาทำลายโดยพม่า พระพุทธรูปองค์สำคัญคือ พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ ปางมารวิชัย พระพุทธรูปทรงเครื่องที่ใหญ่และงดงามที่สุดในประเทศไทย 
          ในวิหารน้อยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อคันธารราฐ อายุ 1,500 กว่าปี อีกด้านหนึ่งมีหลวงพ่อขาว พระพุทธรูปสมัยอยุธยา มีอายุมากกว่า 500 ปี

          วัดเชิงท่า
          วัดเชิงท่า ตั้งอยู่ริมน้ำลพบุรี เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอุปสมบท ใครที่ไปวัดนี้จะได้เห็นศาลาการเปรียญอยุธยา และเตียงประทับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
 
          วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
          มีความเชื่อว่าเมื่อได้มาสักการะที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จะช่วยเสริมสิริมงคล หน้าที่การงาน วัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่งดงามที่สุดวัดหนึ่งในอยุธยา

          วัดพุทไธศวรรย์
          วัดพุทไธศวรรย์ สร้างขึ้นบริเวณตำหนักเวียงเล็ก หรือเวียงเหล็ก เป็นที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง พระประธานของวัดคือ หลวงพ่อดำ เชื่อกันว่าจะช่วยด้านหน้าที่การรับราชการทหาร ตำรวจ

          อากาศร้อน เหนื่อยกายเป็นธรรมดา แต่พอได้ทำบุญก็เกิดความสบายใจ เอาฤกษ์เอาชัยไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าตลอดทั้งปีจะพบเจออุปสรรคอะไรกับชีวิตบ้าง

 

 

โดย พี่นู๋ "ซูชี๋" thaigoodview.ryo@gmail.com

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์