การพัฒนาแบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือแบบ

บทคัดย่อ


 


           คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคน และมีบทบาทสำคัญ         อย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์  ทักษะทางคณิตศาสตร์ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์        และคิดอย่างมีเหตุผล  คิดเป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ รู้จักคาดการณ์ วางแผนตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง  การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย ดังนี้               1)  เพื่อหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  ตามเกณฑ์  75/75  2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่องทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  4) เพื่อศึกษาความคงทนในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6    กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ปีการศึกษา  2557  โรงเรียนบ้านแขมใต้  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี  เขต 3 จำนวน  17  คน  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive  Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 2 ชนิด คือ แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ  STAD  จำนวน  20  แผน ใช้เวลาสอน 20  ชั่วโมง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ   มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่  0.27   ถึง 0.85  มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  0.80   สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐาน ด้วย  t-test  แบบ  Dependent  Sample


           ผลการวิจัย  ปรากฏดังนี้


               1.  แผนการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่องทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  84.73/78.04   ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75  ที่กำหนดไว้


              2.  ค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่องทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือ แบบ  STAD  เท่ากับ 0.7157  หมายถึง  นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่า           ก่อนเรียน  คิดเป็นร้อยละ 71.57


           3.  นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่องทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05


               โดยสรุป   การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่องทศนิยม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  โดยใช้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD  มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม  ครูสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 85 คน กำลังออนไลน์