พระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียง

พระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียง

 เป็นพระราชดํารัสที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งได้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย หรือเรียกทั่วไปในประเทศไทยว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง เป็นช่วงวิกฤตการเงินซึ่งส่งผลกระทบถึงหลายประเทศในทวีปเอเชีย เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 ก่อให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจทั่วโลกเนื่องจากการแพร่ระบาดทางการเงินวิกฤตดังกล่าวเริ่มขึ้นในประเทศไทย 

เมื่อค่าเงินบาทลดลงอย่างมากอันเกิดจากการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ซึ่งมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ลอยตัวค่าเงินบาท ตัดการอิงเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ หลังจากความพยายามทั้งหมดที่จะสนับสนุนค่าเงินบาทเมื่อเผชิญกับการแผ่ขยายแบบเกินเลยทางการเงิน

พระองค์ท่านจึงได้ มีพระราชดํารัสเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต แก่คนไทย ดังต่อไปนี้

" เศรษฐกิจพอเพียงเหมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน

เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง

สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำ "

พระราชดำริของามเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวรสารชัยพัฒนา

เหตุผลที่เลือกพระราชดำริ

      ชอบที่ในหลวงทรงสอนเพราะคนสมัยนี้ฟุ่มเฟื่อย ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน พระองค์ไม่ได้สอนให้เราเป็นคนขี้งก ขี้เหนียว แต่พระองค์ทรงสอนให้รู้จักใช้ รู้จักพอ ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียง จึงไม่ใช่แค่การใช้น้อยเท่านั้นแต่เป็นการ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ใช้จ่ายเงินอย่างมั่นคง ไม่เน้นเสี่ยงวัดดวงในอนาคต หากเป็นคนที่ไม่ทำงานอย่างนักเรียนนักศึกษาก็ทำได้ด้วยการ ใช้จ่ายไม่เกินตัว หากอยากซื้อของแพง ๆ ที่อยากได้ก็สามารถซื้อได้ แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน ตอนแรกๆมันก็อาจจะมีอุปสรรคในการปรับตัวแต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็สามรถใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างมีความสุข การใช้ชีวิติแบบเศรษฐกิจพอเพียงมันสอนเราให้รู้จักพอ รู้จักความต้องการของตัวเราเอง อีกด้วย คนบางคนก็นึกว่าเศษฐกิจพอเพียงนั้น ไม่ว่ารวยแค่ไหนก็ต้องอยู่แบบบ้านๆ ทำนาปลูกผักกินเองแต่มันไม่เกี่ยวเลย หากมีมากจริงๆ ก็ใช้มากได้ส่วนถ้ามีน้อยก็อย่าไปใช้มากประเด็นคือใช้จ่ายให้สมฐานะต่างหากคนหลายคนมักเข้าใจผิดตรงจุดนี้

 

          ความพอประมาณ  หมายถึง  ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกิน   โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
         ความมีเหตุผล    หมายถึง  การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
         การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว  หมายถึง  การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
 
 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 28 คน กำลังออนไลน์