พระราชดำรัสเกี่ยวกับการศึกษา

การศึกษาหาความรู้จึงสำคัญตรงที่ว่า ต้องศึกษาเพื่อให้เกิด ความฉลาดรู้ คือรู้แล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆ โดยไม่เป็นพิษเป็นโทษ การศึกษาเพื่อความฉลาดรู้ มีข้อปฏิบัติที่น่ายึดเป็นหลักอย่างน้อยสองประการ ประการแรก เมื่อจะศึกษาสิ่งใดให้รู้จริง ควรจะให้ศึกษาให้ตลอด ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุม ไม่ใช่เรียนรู้แต่เพียงบางส่วนบางตอน หรือเพ่งเล็งเฉพาะบางแง่บางมุม อีกประการหนึ่ง ซึ่งจะต้องปฏิบัติประกอบพร้อมกันไปด้วยเสมอ คือต้องพิจารณา ศึกษาเรื่องนั้นๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปรกติ และเที่ยงตรงเป็นกลาง ไม่ยอมให้รู้เห็นและเข้าใจ ตามอำนาจความเหนี่ยวนำของอคติ ไม่ว่าจะเป็นอคติฝ่ายชอบหรือฝ่ายชังมิฉะนั้น ความรู้ที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นความรู้แท้ หากแต่เป็นความรู้ที่ถูกอำพรางไว้ หรือที่คลาดเคลื่อนวิปริตไปต่างๆ จะนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ โดยปราศจากโทษไม่ได้

พระบรมราโชวาท
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วันจันทร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๔

สิ่งที่รู้สึกเมื่อได้อ่านพระราชดำรัสแล้วคือ  เราภูมิใจมากกับการที่ได้มีในหลวงเป็นพ่อแห่งแผ่นดินซึ่งเป็นพ่อที่ให้คำสอนดีๆในการเรียนหนังสือเพื่ออนาคตของตัวเราและเพื่อให้เราเรียนอย่างมีหลักการคือ 1.เรียนเพื่อให้มีความฉลาด  รอบรู้  ในวิชาความรู้อย่างท่องแท้ไม่ใช่รู้แค่ว่าทำไปเพื่อสอบแค่ครั้งเดียวแต่เพื่อที่จะรู้ไปตลอด 2.เรียนเพื่อปฏิบัติให้เป็น  สามารถนำความรู้ที่ได้มาไปใช้ในชีวิตจริง  3.จงเรียนรู้อย่างสม่ำเสมออย่าได้หยุดการเรียนรู้และจงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต นี่คือความรู้สึกเมื่อได้อ่านพระราชดำรัสในครั้งแรก

สิ่งที่ประทับใจคือการที่คำสอนของพระองค์เป็นแนวทางที่สามารถทำให้เราสามารถเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถได้และที่สำคัญมันทำให้เรากลายเป็นคนที่แสวงหาความรู้ตลอดและเป็นคนที่สามารถนำความรู้ที่มีไปใช้เพื่อผลประโยขน์ของส่วนรวมได้ ที่รู้สึกประทับใจที่สุดคือข้อความส่วนนี้"ต้องพิจารณา ศึกษาเรื่องนั้นๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปรกติ และเที่ยงตรงเป็นกลาง ไม่ยอมให้รู้เห็นและเข้าใจ ตามอำนาจความเหนี่ยวนำของอคติ ไม่ว่าจะเป็นอคติฝ่ายชอบหรือฝ่ายชังมิฉะนั้น ความรู้ที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นความรู้แท้ หากแต่เป็นความรู้ที่ถูกอำพรางไว้ หรือที่คลาดเคลื่อนวิปริตไปต่างๆ จะนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ โดยปราศจากโทษไม่ได้" เป็นข้อความที่ให้ความหมายตรงๆไม่อ้อมค้อมเป็นข้อความที่ทำให้เราไม่มีความรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องไปปฎิเสธความรู้แม้ว่าคนรอบข้างจะบอกว่ามันผิดแต่สำหรับผมแล้วจะผิดจะถูกอยุ่ที่คนทำ ความรู้ทุกความรู้นั้นเป็นสิ่งมีค่าไม่มีความรู้ไหนถูกผิดเพราะมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าควรใช้ความรู้แบบไหนจึงจะถูกต้อง

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 68 คน กำลังออนไลน์