พระบรมราโชวาท..ทำความดีและเสียสละ

 

aisoc8_14

ดร.สุทิน ลี้ปิยะชาติ

     ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะตำรวจ ทหารและข้าราชการ ตลอดจนประชาชนผู้ปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวมในโอกาสต่างๆ ให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติตน โดยพระบรมราโชวาทส่วนใหญ่ มักครอบคลุม หลักคุณธรรม หลักจริยธรรม ตลอดจนแนวทางการประพฤติที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรลุประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง

     ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ วันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันตำรวจไทย ผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ข้าราชการตำรวจและประชาชนในโอกาสต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนได้เรียนรู้และน้อมนำไปเป็นหลักคิดและหลักปฏิบัติงาน ปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการดำรงไว้ซึ่งความเสียสละและการรักษาประโยชน์เพื่อส่วนรวม ดังนี้ครับ

     พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ข้าราชการตำรวจ ความตอนหนึ่งว่า

     “…การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบเป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้น อยู่เย็นเป็นสุขพอสมควร…”

     พระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการทำความดีซึ่งทำได้ยากและเห็นผลช้า พระราชทานในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ ความตอนหนึ่งว่า

     “…การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว… การเป็นตำรวจนั้นถือว่ายากแล้ว แต่การยากกว่านั้นคือการเป็นตำรวจที่ดี

     มีคุณธรรมซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ที่จริงแล้วตำรวจนั้นถือเป็นข้าราชการพลเรือน แต่ที่ต้องมอบกระบี่ให้ก็เพราะตำรวจมีอำนาจในการปราบปราม สอดส่องดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชน การกระทำใดๆ ก็ตามที่มีผู้ต่อต้านด้วยความไม่เข้าใจในหน้าที่ย่อมเกิดขึ้น ขอให้นายตำรวจใหม่ทั้งหลายจงอย่าได้สะทกสะท้านต่อคำตำหนิติเตียนอันเกิดจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างตำรวจกับประชาชน…”

     พระบรมราโชวาทเกี่ยวกับความสามัคคี พระราชทานในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙ ความตอนหนึ่งว่า

     “…สามัคคี คือการเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแบบตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือ ความมั่นคงของบ้านเมือง…”

     พระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่ดี พระราชทานเนื่องในพิธีประดับยศนายทหารชั้นนายพล เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๓ ความตอนหนึ่งว่า

     “…การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจะต้องพยายามที่จะทำด้วยความขะมักเขม้นเข้มแข็ง เสียสละที่สุด ในด้านการงานนั้นต้องทำให้เป็นผลสำเร็จในด้านบังคับบัญชา ต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อถือตามผู้บังคับบัญชา เพราะถ้าผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตัวเป็นคนที่ดีที่เข้มแข็งแล้ว ผู้ใต้บัญชาย่อมต้องเห็นเป็นตัวอย่าง และไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ…”

     พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรี ที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๘ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๙ ความตอนหนึ่งว่า

     “…การทำความดีนั้น โดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยาก และเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้ตัว. ตำรวจแต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยามยามให้สุดกำลัง ที่จะสร้างเสริมและสั่งสมรักษาความดี ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ. และสำคัญที่สุด จะต้องกระทำดังนี้ให้พร้อมทั่วกันทุกฝ่ายทุกคนด้วย จึงจะบังเกิดประสิทธิผล ช่วยให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยและเป็นปรกติสุขมั่นคงได้. ตรงข้ามถ้าปฏิบัติไม่พร้อมเพรียงกัน หรือพากันละเลยไม่รักษาความดีแล้ว ความยุ่งยากระส่ำระสายก็จะมีตามมา. จึงใคร่ขอให้นายตำรวจทุกคนนำไปคิดพิจารณาให้เห็นถ่องแท้ เพื่อจักได้ประพฤติปฏิบัติตน ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูก ให้สมควร และให้เป็นกำลังสร้างสรรค์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงได้ตลอดไป…”

king13

      กิจการตำรวจได้ก่อตั้งและพัฒนาขึ้นมาโดยตลอด ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยหลายยุค โดยกิจการตำรวจ ได้ก่อกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น ๔ เหล่า เรียกว่า “จตุสดมภ์” และโปรดเกล้าฯ ให้มีการตำรวจขึ้น โดยให้ขึ้นอยู่กับเวียง

      ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อปี ๒๔๐๕ ได้ทรงให้ปรับปรุงกิจการตำรวจครั้งสำคัญ กล่าวคือ มีการจัดตั้งกองตำรวจขึ้นเป็นครั้งแรกตามแบบอย่างยุโรป เรียกว่า กองโปลิศ ให้มีหน้าที่รักษาการณ์แต่ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน และขึ้นอยู่กับสังกัดกรมพระนครบาล

      และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการปรับปรุงกองโปลิศ และจัดตั้งตำรวจภูธรขึ้นเป็นทหารโปลิศ ในปี ๒๔๑๙ เพื่อให้เป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาคและให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย

      ทั้งนี้ ในปี ๒๔๒๐ ทหารโปลิศได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรมกองตระเวนหัวเมือง และได้จัดตั้งกรมตำรวจภูธรขึ้นแทนกรมกองตระเวนหัวเมืองในปี ๒๔๔๐ รวมทั้งได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พลตรีพระยาวาสุเทพ เป็นเจ้ากรมตำรวจภูธร และได้มีการขยายกิจการตำรวจไปยังหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคตามลำดับ

     ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการรวบรวมกิจการตำรวจมาเป็นกรมเดียวกัน เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๕๘ เรียกว่า กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน และในปลายปีได้เปลี่ยนเป็นกรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาล และยกฐานะของเจ้ากรมขึ้นเป็นอธิบดี

      และในปี ๒๔๖๕ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงพระนครบาลเป็นกระทรวงเดียวกันเรียกว่า กระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจภูธร และกรมตำรวจนครบาลจึงโอน อยู่กับกระทรวงมหาดไทย

       ต่อมาในปี ๒๔๖๙ กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาลได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมตำรวจภูธร และยังคงแบ่งตำรวจออกเป็น ๒ ประเภท คือ ตำรวจที่จับกุมโจรผู้ร้าย ไต่สวนทำสำนวนฟ้องศาลโปลิศสภาโดยตรงเรียกว่า ตำรวจ นครบาล

       ส่วนตำรวจที่ทำการจับกุมโจรผู้ร้ายได้แล้ว ส่งให้อำเภอไต่สวนทำสำนวนให้อัยการฟ้องศาลอาญาประจำจังหวัดนั้นๆ เรียกว่า ตำรวจภูธร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2475 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อจากกรมตำรวจภูธร มาเป็นกรมตำรวจ จนถึงปัจจุบัน

     ด้วยวันที่ ๑๓ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันประกาศรวมกรมพลตระเวนกับกรมตำรวจภูธร เป็นกรมเดียวกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมตำรวจจึงได้ยึดถือเอาวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันตำรวจ

      ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ในวันตำรวจแห่งชาตินี้ ผมขอเชิญชวนข้าราชการตำรวจไทยทุกท่านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติหน้าที่และเสียสละเพื่อดูแลรักษาประชาชน และสังคมไทยให้มีความสงบสุขเสมอมา

       ดังพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับผลแห่งความดีที่เกิดขึ้นจากการทำงานด้วยความเสียสละ พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ความตอนหนึ่งว่า

     “…การเสียสละทำงานทำดีเพื่อการสร้างสรรค์ ด้วยความรับผิดชอบเต็มที่นั้น ช่วยให้ผู้ปฏิบัติได้รับผลดีอย่างหนึ่ง คือ มีผู้ศรัทธาเชื่อถือและนิยมยกย่องอย่างกว้างขวาง บุคคลเหล่านั้น เมื่อศรัทธาเชื่อถือในตัวผู้ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมจะรับเอาความคิดจิตใจของผู้ปฏิบัติดีที่นิยมยึดมั่นในความดีเข้าไว้ด้วย แล้วน้อมนำมาปฏิบัติชอบปฏิบัติดีด้วยตนเอง ดังนี้ ก็จะมีผู้ที่ศรัทธาในความดีเพิ่มข้นเป็นลำดับ เมื่อคนส่วนใหญ่มีศรัทธาความเชื่อมั่นในคุณความดีร่วมกันและเสมอกันแล้ว ก็จะเกิดเป็นความสามัคคีปรองดองเป็นปึกแผ่นขึ้น ความสามัคคีเป็นปึกแผ่นนี้คือกำลังอันแข็งกล้าที่สุดในแผ่นดิน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นและจะบันดาลให้คนในชาติมีสมานฉันท์ มุ่งมั่นที่จะร่วมกำลังกันสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงของบ้านเมืองให้สมบูรณ์ บริบูรณ์ขึ้นทุกสถาน…”

     ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช พระศรีรัตนมหาปฏิมากร และบุญญาบารมีแห่งบูรพกษัตริย์ ดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเกษมสำราญ พลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมายุยั่งยืนนาน ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานครับ.

แหล่งอ้างอิง : http://www.chaoprayanews.com/2014/10/14/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%97/

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 55 คน กำลังออนไลน์