วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง

วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง

 

 
   รรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง

    วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลางส่วนใหญ่มีรูปแบบเป็นกลอนสวด กลอนบทละครนอก กลอนนิทาน และกลอนแหล่ ลักษณะของแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้    
         ๑. วรรณกรรมกลอนสวดวรรณกรรมที่ประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี กาพย์ฉบัง และกาพย์สุรางคนางค์ การสวดหนังสือ คือ การอ่านวรรณกรรมเป็นทำนองต่างๆ สวดโอ้เอ้วิหารราย หรือโอ้เอ้ศาลาราย สวดมาลัย สวดคฤหัสถ์ นอกจากผู้ฟังจะได้รับความเพลิดเพลินบันเทิงใจแล้ว ยังได้คติธรรมเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม ประเพณีการสวดหนังสือนิยมปฏิบัติในวัด มีการสวดในครัวเรือนบ้าง เพื่อเป็นกิจกรรมบันเทิงยามว่าง เช่น เจ้าเงาะสวดสุบิน คำกาพย์ให้นางรจนาฟังในเรื่องสังข์ทอง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วรรณกรรมต่างๆ
        ๒. วรรณกรรมกลอนบทละครนอกเป็นกลอนที่เลือกเฉพาะเนื้อเรื่องตอนสนุกสนานจากวรรณกรรมพื้นบ้านมาประพันธ์ จึงพบต้นฉบับเป็นตอนๆ ไม่จบเรื่องบริบูรณ์ ละครนอกเป็นการแสดงของชาวบ้านที่นิยมกันในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ลักษณะบทประพันธ์ไม่เคร่งครัด ฉันทลักษณ์ ใช้สำนวนโวหารตามแบบฉบับชาวบ้าน เช่น ใช้คำหยาบ ไม่นิยมใช้ราชาศัพท์ วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลางประเภทกลอนบทละครนอก ได้แก่ เรื่องพิกุลทอง มณีพิชัย ไชยเชษฐ์ พระรถ – เมรี สังข์ทอง มโนห์รา     

  •        ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วรรณกรรมต่างๆ
             ๓. วรรณกรรมกลอนนิทานวรรณกรรมกลอนนิทานต่างจากวรรณกรรมประเภทกลอนบทละครนอกเพราะนิยมประพันธ์จนจบเรื่องบริบูรณ์ ในสมัยที่กิจการโรงพิมพ์เจริญรุ่งเรือง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การพิมพ์กลอนนิทานออกจำหน่ายได้รับความสนใจจากผู้อ่านอย่างยิ่ง ประชาชนนิยมซื้อกลอนนิทานมาอ่านสู่กันฟังในครัวเรือน กิจการโรงพิมพ์ที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น คือ โรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ หรือโรงพิมพ์วัดเกาะ๔. วรรณกรรมกลอนแหล่กลอนแหล่ คือ การนำเนื้อเรื่องตอนใดตอนหนึ่งในมหาเวสสันดรชาดก มาประพันธ์เป็นรูปแบบกลอนแหล่ เรียกว่า แหล่ใน หรือนำบางตอนของนิทานพื้นบ้านมาประพันธ์เรียกว่าแหล่นอก นอกจากนี้ยังมีการประพันธ์กลอนแหล่ประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กลอนแหล่บายศรี กลอนแหล่ให้พร กลอนแหล่ทำขวัญนาคการแหล่เป็นการขับลำนำชนิดหนึ่งที่อนุญาตให้พระภิกษุเป็นผู้ขับลำนำได้โดยไม่ถือว่าผิดศีลเพราะเนื้อหาการแหล่มาจากชาดก การแหล่มีลักษณะการเอื้อนและใช้เสียงสูงต่ำคล้ายกับการอ่านทำนองเสนาะ ภิกษุนักแหล่ที่มีความสามารถมักจะใช้ปฏิภาณด้นกลอนสด จึงมีเนื้อเรื่องบางตอนที่ออกนอกชาดกบ้าง    
  • ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วรรณกรรมต่างๆ


        
    ตัวอย่างวรรณกรรม
                                                                                     เรื่อง ไกรทอง
     

              ชาละวันเป็นจระเข้เจ้า อาศัยอยู่ในถ้ำทองใต้บาดาล ในถ้ำทองจระเข้ จะกลายร่างเป็นคนได้ ชาละวันตอนกลายร่างเป็นคนจะเป็นหนุ่มรูปงาม โดยชาละวันเองมีเมียสาวสวยเป็นนางจระเข้ 2 ตัวคือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ ชาละวันเป็นหลานชายของ ท้าวรำไพ ผู้เป็นจระเข้เจ้าที่อยู่ในศีลธรรม ไม่เคยจับสัตว์หรือมนุษย์กินเป็นอาหารและจะกินแต่ซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหารเท่านั้น ชาละวันแม้อยู่ในถ้ำทองจะอิ่มทิพย์ไม่ต้องกินเนื้อ แต่ด้วยความมีนิสัยที่เป็นอันธพาล จึงชอบมาเมืองบนตามแม่น้ำลำคลอง จับคนที่เป็นชาวบ้านและสัตว์กินเพื่อความสนุกสนาน


              ณ หมู่บ้านดงเศรษฐี แขวงเมืองพิจิตร มีพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง มีความงามเป็นที่เลื่องลือ ชื่อนางตะเภาแก้ว ผู้พี่ และนางตะเภาทองผู้น้อง ทั้งสองเป็นบุตรเศรษฐีคำ และคุณนายทองมา วันหนึ่งนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองได้ลงไปเล่นน้ำที่ท่าหน้าบ้าน ช่วงเวลานั้นเจ้าชาละวัน ซึ่งเป็นจระเข้ได้ออกมาว่ายน้ำหาเหยื่อ เมื่อได้เห็นนางตะเภาทอง ก็ลุ่มหลงในความงาม จึงโผล่ขึ้นเหนือน้ำเข้าไปคาบนางตะเภาทองแล้วดำดิ่งไปยังถ้ำทอง อันเป็นที่อยู่ของเจ้าชาละวัน


              เมียของชาละวัน คือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ เห็นก็ไม่พอใจแต่ก็ห้ามสามีไม่ได้ เพราะเกรงกลัวจึงต้องยอมให้ผัวมีเมียเป็นมนุษย์อีกคน เมื่อนางตะเภาทองฟื้นขึ้นมาเจ้าชาละวันก็เกี้ยวพาราสี แต่นางตะเภาทองก็ไม่สนใจ เจ้าชาละวันจึงจำต้องใช้เวทมนตร์สะกดให้นางตะเภาทองหลงรัก และยอมเป็นภรรยาตั้งแต่นั้นมา


              เศรษฐีคำและคุณนายทองมาโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ที่นางตะเภาทองบุตรสาวคนเล็กถูกเจ้าชาละวันคาบไป และคิดว่าบุตรสาวตนคงตายไปแล้ว ด้วยความรักในบุตรสาวและความแค้นในเจ้าชาละวัน จึงประกาศออกไปว่าใครที่พบศพนางตะเภาทอง และสามารถปราบจระเข้ตัวนี้ได้จะมอบสมบัติของตนเองให้ครึ่งหนึ่ง และจะให้แต่งงานกับนางตะเภาแก้วด้วย


              แต่ก็ไม่มีหมอจระเข้คนไหนสามารถปราบเจ้าชาละวันได้ นอกจากกลายเป็นเหยื่อของเจ้าชาละวันคนแล้วคนเล่า จนในที่สุดก็มีชายหนุ่มรูปงามนามว่า ไกรทอง ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาการปราบจระเข้จากอาจารย์คง จนมีความเก่งกล้า ได้อาสามาปราบเจ้าชาละวัน แต่อาจารย์คงรู้ว่าเจ้าชาละวันเป็นพญาจระเข้มีอำนาจมาก และหนังเหนี่ยว ฆ่าฟันไม่ตาย เนื่องจากมีเขี้ยวเพชรทำให้อยู่ยงคงกระพัน จึงได้มอบหอกสัตตโลหะ , เทียนระเบิดน้ำ เสื้อยันต์และลูกประคำปลุกเสก แก่ไกรทอง


              รุ่งเช้าตั้งพิธีบวงสรวงพร้อมอ่านคาถา ทำให้เจัาชาละวันเกิดร้อนลุ่มต้องออกจาก ถ้ำขึ้นมาต่อสู้กับไกรทอง ไกรทองกระโดดขึ้นบนหลังจระเข้ และแทงด้วยหอกสัตตโลหะ ทำให้อาคมของเขี้ยวเพชรเสื่อม หอกได้ทิ่มแทงเจ้าชาละวันจนบาดเจ็บสาหัส และได้หนีกลับไปที่ถ้ำ แต่ไกรทองก็ใช้เทียนระเบิดน้ำตามไปต่อสู้อีกในถ้ำ


              ระหว่างที่เข้าไปในถ้ำไกรทองก็พบกับวิมาลา เมียของชาละวัน ด้วยความเจ้าชู้จึงเกี้ยวพาราสี นางวิมาลาจนนางใจอ่อนยอมเป็นชู้ และบอกทางไปช่วยนางตะเภาทอง


              ไกรทองตามมาต่อสู้กับเจ้าชาละวันในถ้าต่อจนเจ้าชาละวันตาย และไกรทองก็ได้พานางตะเภาทองกลับขึ้นมา เศรษฐีดีใจมากจึงจัดงานแต่งงานให้ไกรทองกับนางตะเภาแก้ว พร้อมมอบสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง แถมนางตะเภาทองให้อีกคน ไกรทองจอมเจ้าชู้ก็รับไว้ ด้วยความยินดี


              แต่ยังไม่จบแค่นั้นด้วยความเจ้าชู้ของไกรทองแม้ชาละวันตายไป ไกรทองก็ยังหลงรสรักกับนางวิมาลา จึงไปหาสู่ที่ถ้ำทอง และคิดจะพานางวิมาลาไปอยู่กินด้วย โดยทำพิธีทำให้นางยังคงเป็มมนุษย์แม้ออกนอกถ้ำทอง นางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองจับได้ว่า สามีไปมาหาสู่นางจระเข้ จึงไปหาเรื่องกับนางในร่างมนุษย์จนนางวิมาลาทนไม่ไหวกลับร่างเป็นจระเข้และไกรทองต้องออกไปห้ามไม่ให้เมียตีกันและอำลาจากนางวิมาลาด้วยใจอาวรณ์
     

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 33 คน กำลังออนไลน์