หลักการทรงงาน

 ข้อที่ 7 ไม่ติดตำรา 

ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดทฤษฎีจนเกินไปทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่เราทำ บางครั้งต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม จิตวิทยาด้วย 
ความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์เห็นว่ามีคุณค่าและได้สืบทอดต่อไปในแต่ละรุ่น การบันทึกจึงเกิดขึ้นและถือว่าบันทึกความรู้นั้นเป็นสิ่งมีคุณค่าที่คนรุ่นต่อๆ ไปจะต้องศึกษาเป็นความรู้ของแต่ละคน เมื่อเครือข่ายความรู้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ความยึดมั่นในวิธีการได้ความรู้อย่างวิทยาศาสตร์ได้เข้ามากำหนดการกระทำซ้ำของความรู้และประเมินความรู้ต่างๆ ว่าได้มาด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์หรือไม่ จากนั้นจึงจัดประมวลความรู้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันขึ้นเป็นวิชา มนุษย์จึงศึกษาความรู้ในลักษณะของวิชา ในปัจจุบันมีวิชาจำนวนมากและมีวิชาเกิดใหม่อยู่เสมอ ความมากที่เกินกว่าจะคาดคิดของความรู้ที่ได้พัฒนาในช่วงระยะเวลาไม่กี่ร้อยปีนี้ของมนุษย์ได้ทำให้มนุษย์รู้สึกเคว้งคว้างที่จะคิดเลือกสรรความรู้ใดมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต หลักยึดหนึ่งคือเชื่อในตำรา ตำราคือสิ่งที่ผู้รู้ได้ประมวลและกำหนดแนวทางการใช้ความรู้มาแล้วอย่างถูกต้อง เมื่อเชื่อเช่นนี้และยึดในตำรา จึงทำให้มนุษย์มีความมั่นใจในการกระทำสิ่งต่างๆ ตามตำรา เมื่อมีความถูกต้องก็เชื่อได้ว่าตนเองได้ทำตามตำราอย่างดี หากมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดก็อ้างได้ว่าตนเองได้ทำตามตำราแล้ว ดังนั้นจึงมีความมั่นใจในการกระทำต่างๆ ของตน เนื่องจากมีกรอบความคิดตามความรู้ในตำรากำกับอยู่และพร้อมเป็นผู้รับผิดแทนตนได้เป็นอย่างดี

หากแต่ในการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยี ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย

การไม่ยึดตำราเป็นการเปิดกว้างต่อการคิดเพราะมนุษย์มีสมรรถนะคิดและมีศักยภาพคิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ตำรากลับสถาปนาตนเองเป็นกรอบบัลลังก์ที่มนุษย์จะต้องคิดตามและห้ามละเมิด ซึ่งจะทำลายศักยภาพคิดเชิงสร้างสรรค์ของมนุษย์ลงไปเสีย ดังนั้นมนุษย์ผู้มีปัญญาจึงต้องออกนอกกรอบ ไม่ยึดตำราแต่ไม่ละทิ้งตำรา คือรู้ความรู้ในตำรา แต่เปิดใจให้กว้างต่อความเป็นจริงของปัญหา ใช้วิจารณญาณคิดวิเคราะห์ จำแนกส่วนดี ส่วนไม่ดีของความรู้ในตำราต่างๆ และสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ ผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม ประเพณี กฎหมาย เพื่อให้ได้ความคิดที่เป็นสิ่งสร้างสรรค์ใหม่ (innovation) ที่เป็นทางเลือกปฏิบัติอย่างมีปัญญาในการนำไปใช้แก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่โทษว่าหรือเอาตำราใดๆ มารับผิด หากแต่ใช้สมรรถนะคิดหาหนทางในการปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหา ลดผลเสียที่เกิดขึ้น ใช้การร่วมมือเข้ามาช่วยให้สามารถฝ่าฟันกับปัญหาต่อไป แล้วแสวงหาความรู้ ความคิดเห็น คำแนะนำต่างๆ มาใช้คิดด้วยศักยภาพของปัญญามนุษย์จะทำให้ได้พบคำตอบของปัญหาได้ การพัฒนาจึงมีการลงมือปฏิบัติด้วยปัญญาที่มีลักษณะของความยืดหยุ่น ไหลลื่นและสอดคล้องไปกับวิถีทางในการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนา คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อความผาสุกของประเทศชาติ

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์