ภูมิปัญญาด้านประติมากรรม

ภูมิปัญญาด้านประติมากรรม

ประติมากรรมของชุมชนไทยเบิ้งแบ่งออกเป็น 3 สมัย ด้วยกันคือ

       1. ประติมากรรมที่มีอายุเก่าแกก่อนสมัยอยุธยา (ก่อนพุทธศตวรรษที่ 20) สิ่งที่พบว่าเป็นประติมากรรมในสมัยนั้น คือ ปรางค์นางผมหอม อำเภอลำสนธิ แลพบว่ามีรูปแบบของการจำลองแบบตามพุทธศตวรรษที่ 11-15 สมันทวารวดี ซึ่งสมัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปเมืองชัยบาดาล ทรงมีบันทึกว่า "เมื่อฉันมาถึงเมืองไชยบาดาล ไปเห็นศิลาจำหลักเป็นตัวเครื่องบนพระปรางค์ขอมทิ้งอยู่ที่วัดสองสามชิ้น ถาเขาว่าได้มาจากที่ไหน เขาบอกว่าเอามาจากปรางค์หินที่ตำบลซับจำปาในดงพญากลาง เป็นอันได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งว่ามีเมืองหรือวัดขอมในดงพญากลางอีกอย่างหนึ่ง แต่ฉันหาไปดูไม่" (สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ 2487 หน้า 216) วัดที่เมืองชัยบาดาลในพระนิพนธ์คงหมายถึง วัดจันทาราม ซึ่งเป็นวัดเดยวที่อยู่ในเมืองชัยบาดาลจวบจนปัจจุบันนี้ ทั้งนี้พบว่า ที่ใต้ถุงกุฏิเจ้าอาวาสวัดจันทาราม พบฐานรูปเคารพ รูปแบบของศิลปกรรมของพุทธศตวรรษที่ 11-15 สมัยทาวารวดี สถูปทรงลังกาจำลอง ทำด้วยหินทราย มีผู้กำหนดอายุว่าอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-15 มีประวัติว่าได้จากวัดจันทาราม ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ชิ้นส่วนพระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะเขมรแบบนครวัด อายุราว พ.ศ.1643-1718 ได้จากวัดจันทาราม สรุปแล้ว เราสามารถพบศิลปกรรมทางด้านประติมากรรมนี้ในแถบเมืองชัยบาดาล ซึ่งเป็นโบราณวัตถุยุคสมัยทวารวดีและสมัยรับอิทธิพลเขมรได้

       2. ประติมากรรมสมัยอยุธยา (อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-22) ซึ่งได้มีการสำรวจพบว่าประติมากรรมในสมัยนี้พบมากในเขตพื้นที่บ้านสระโบสถ์ บ้านสะแกราบ บ้านบัวชุม สิ่งที่ค้นพบ ณ บ้านชัยบาดาล คือ พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัยทำด้วยสัมฤทธิ์ ลักษณะการกรองผ้า รวมทั้งพระพักตร์คล้ายพระพุทธรูปแบบสุโขทัยและพระวรกายที่อวบอ้วนที่เป็นลักษณะสืบต่อจากประติมากรรมเขมรแบบบายนนั้น ทำให้คิดว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นศิลปกรรมของยุคต้นแห่งอาณาจักรอยุธยา สิ่งที่ค้นพบ ณ บ้านมะนาวหวาน คือ พระพุทธรูปแกะสลักจากไม้จำนวนหนึ่ง เป็นสมบัติของวัดกัณฑาพฤกษ์ รูปแบบของศิลปกรรมของพระพุทธรูปชุดนี้มีอายุราวๆปลายสมัยอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ สิ่งที่ค้นพบ ณ บ้านสระโบสถ์ คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัยบนฐานบัวและมีฐานน่องสิงห์รองรับและที่ฐานเขียงใต้ฐานน่องสิงห์ปรากฎจารึกอักษรขอม ภาษาไทย มีศักราชที่ได้สร้างพระพุทธรูปไว้ คือ พ.ศ.2198 ตรงกับรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง พระพุทธรูปองค์นี้นับว่ามีความสำคัญมาก ณ วัดลิ้นทอง ตำบลสะแกราบ พบพระพุทธรูปดินเผาลงรักปิดทองและฐานชุกชีของพระพุทธรูปทำด้วยดินเผาลงรักปิดทอง เป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่ค้นพบ ณ วัดสิงหาราม ตำบลบัวชุม คือ พระพุทธรูปไม้ลงรัก (มีร่องรอยปิดทอง) จำนวนมาก เป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนั้นบานประตูเก่าของพระอุโบสถวัดสิงหารามยังแกะสลักนูนต่ำเป็นรูปทวารบาล (เซี่ยวกาง)

       3. ประติมากรรมสมัยรัตนโกสินทร์ (อายุราวพุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา) จำแนกเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) ประติมากรรมแบบจารีตนิยม ได้แก่ รูปเคารพที่นิยมสร้างกันทั่วไป เช่น พระสังกัจจายน์ พระศรีอาริย์ 2) ประติมากรรมแบบพื้นบ้าน ได้แก่ รูปเคารพที่นิยมสร้างกันทั่วไป เช่น พระพุทธรูปและสาวก นอกจากนั้นมักพบรูปแกะสลักไม้รูปเจ้าพ่อเจ้าแม่และรูปสัตว์ 3)ประติมากรรมแบบนูนต่ำ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปกรรมจีน พบว่ามีการตกแต่งลวดลายเป็นรูปดอกไม้ มังกร และส่วนมากสร้างขึ้นโดยชาวจีน

                   

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปประติมากรรมไทย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์