พระราชดำรัสด้านการกีฬา

พระมหากษัตริย์นักกีฬา

“...การกีฬานั้นย่อมเป็นการทราบกันอยู่โดยทั่วไปแล้วว่า เป็นปัจจัยในการบริหารร่างกายให้แข็งแรง และฝึกอบรมจิตใจให้ผ่องแผ้วร่าเริง รู้จักแพ้และชนะ ไม่เอารัดเอาเปรียบกันมีการให้อภัยซึ่งกันและกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน อย่างที่เรียกกันว่ามีน้ำใจเป็นนักกีฬา รวมความว่า ผลของการกีฬา คือ ผลทางร่างกายและทางจิตใจ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี ๒๔๙๘ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติกรมพลศึกษา วันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในการกีฬามาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ด้วยโปรดกีฬาหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นฮอคกี้น้ำแข็ง สกีหิมะ แบดมินตันเทนนิส ยิงปืน การทรงรถเล็ก การทรงกอล์ฟเล็ก และการวิ่งเพื่อสุขภาพ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกีฬาที่ต้องทรงอาศัยเทคนิค ไหวพริบ และความละเอียดอ่อนมาประยุกต์ใช้กับความรู้และความสามารถรอบตัวร่วมกัน เนื่องจากพระราชภารกิจที่ต้องทรงปฏิบัติมีเป็นจำนวนมาก พระองค์จะทรงกีฬาเมื่อทรงว่างจากพระราชกรณียกิจ ทั้งยังโปรดทรงเพื่อการออกกำลังพระวรกายและพักผ่อนพระองค์เป็นสำคัญ

        ทุกครั้งที่จะทรงกีฬา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงปฏิบัติพระองค์อย่างถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อประโยชน์ต่อชีวิตและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึกชีพจร ความดันพระโลหิตทั้งก่อนและหลัง ทรงออกกำลังพระวรกายอย่างสม่ำเสมอและทรงศึกษาเรื่องขั้นตอนของการออกกำลังกายอย่างจริงจัง

 

        หนึ่งในกีฬาที่ทรงโปรดปราน ด้วยทรงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพเป็นพิเศษคือ การทรงเรือใบ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทรงเล่นเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่ยังทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เองและทรงนำไปร่วมในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ (ภายหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นกีฬาซีเกมส์) จนทรงได้รับชัยชนะในการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ นับจากนั้นจึงได้ถือเอาวันแห่งชัยชนะของพระองค์เป็น “วันกีฬาแห่งชาติ”

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองเหรียญทองร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในทวีปเอเชียที่สามารถครองรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันและเป็นที่ยอมรับในวงการกีฬาเรือใบระดับโลก

 

       แบดมินตันเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานมากเช่นกัน และโปรดให้มีการปรับแต่งหอประชุมภายในศาลาผกาภิรมย์ สวนจิตรลดาให้เป็นสนามแบดมินตันมาตรฐาน ซึ่งพระองค์มักจะทรงแบดมินตันในตอนเย็นวันศุกร์ และเช้าวันอาทิตย์ ทั้งยังทรงรับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ อีกด้วย นับจากนั้นวงการแบดมินตันของไทยจึงได้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

      ด้วยความที่ทรงตระหนักถึงแก่นแท้ของการกีฬาว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างสุขอนามัยให้แข็งแรงซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาสมองให้เกิดความคิดที่กว้างไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ในการสนับสนุนให้พสกนิกรชาวไทยเกิดความสนใจในการกีฬายิ่งขึ้น ด้วยจะก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมทั้งต่อตนเองและประเทศชาติ ดังพระบรมราโชวาทในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี ๒๕๐๗ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ กรมพลศึกษา วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๗ ความตอนหนึ่งว่า

"...การกีฬานั้น นอกจากจะให้ความสนุกสนานและความสมบูรณ์แก่ร่างกายแล้ว ยังให้ผลดีทางจิตใจได้อย่างมากมาย นักกีฬาที่ได้รับการฝึกหัดอบรมอย่างดีแล้ว ย่อมมีใจแน่วแน่ตัดสินใจได้รวดเร็ว มีความเพียรพยายามไม่ท้อถอย และมีความหนักแน่น รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย ผู้มีใจเป็นนักกีฬา จึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและน่าคบหาสมาคมด้วยอย่างยิ่ง..."

       หลายครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นักกีฬาที่จะเดินทางเพื่อไปแข่งขันในกีฬาประเภทต่างๆ ยังต่างประเทศได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อพระราชทานพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท เพื่อให้กำลังใจและเตือนสติให้ทุกคนได้ระลึกถึงความเป็นคนไทย พร้อมเล่นกีฬาด้วยน้ำใจและไมตรี ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่คณะนักกีฬาซึ่งจะเดินทางไปร่วมแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๕ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ ความตอนหนึ่งว่า

"...แต่ในคราวนี้โดยที่เป็นผู้แทนของประเทศไทยและไปในต่างประเทศ ก็ย่อมมีหน้าที่และต้องมีการปฏิบัติ เพิ่มเติมอีกก็คือเวลาปฏิบัติกีฬาก็จะต้องปฏิบัติตนเป็นนักกีฬาที่แท้ เพื่อแสดงว่าประเทศไทยมีนักกีฬาที่มีน้ำใจดีไม่ใช่พาล ถ้าชนะก็อย่าทะนงตัว ถ้าแพ้ก็อย่าท้อใจ ในการ ปฏิบัติกีฬานั้น การแสดงออกมาซึ่งกิริยาหรือท่าทางก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด..."

      พระปรีชาสามารถด้านการกีฬาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่วงการกีฬา ได้สร้างคุณูปการต่างๆ มากมายเป็นที่ประจักษ์แจ้งจนทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชสดุดีจากองค์การด้านการกีฬาจากนานาประเทศ

      แม้ว่าพระอัจฉริยภาพด้านการกีฬาจะเริ่มต้นขึ้นจากความสนพระราชหฤทัยในเรื่องสุขภาพพลามัยส่วนพระองค์ แต่ด้วยทรงเห็นว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพยายามปลูกฝังเรื่องความรักในการกีฬา โดยทรงเป็นผู้นำในการจุดประกายให้ปวงชนชาวไทยหันมาให้ความสนใจในกีฬามากขึ้น ด้วยการทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างของนักกีฬาที่สมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ จนได้รับชัยชนะในการแข่งขันกีฬาเรือใบระดับเหรียญทอง ทำให้พสกนิกรพร้อมใจกันมุ่งมั่นเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงเพื่อรับกับการมีชีวิตและจิตใจที่เข้มแข็ง

      ส่งผลให้ระบบการกีฬาของประเทศไทยเติบโตขึ้นงอกงามยิ่งขึ้น ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในฐานะที่ไทย "เป็นหนึ่ง" ในผู้นำด้านการกีฬาบนเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น เทควันโด ตะกร้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "มวยไทย" จนก่อเกิด "มิตร" และ "ไมตรี" จากประเทศทั่วโลกและก้าวไปสู่อารยะด้านเกมกีฬาอย่างสมภาคภูมิ

ความประทับใจ : ผมประทับใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเห็นถึงความสำคัญของการกีฬา ซึ่งการจะทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพนั้นต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและสามารถทำงานหนักๆได้ แล้วผมได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำงานหนักอยู่บ่อย ดังนั้นการเล่นกีฬาของพระองค์ก็จะสามารถทำให้พระองค์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำได้อย่างยาวนาน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน กำลังออนไลน์