ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการทำบาตรพระ(บ้านบาตร)

  Cool         ชุมชนบ้านบาตรตั้งขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่สันนิฐานว่าหลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงสถาปนากรุงเทพขึ้นเป็นราชธานีและมีการขุดคลองรอบกรุงในปี พ.ศ.2326 ก็ได้มีชาวกรุงศรีอยุธยากลุ่มหนึ่ง อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในละแวกคลองนอกเมืองและได้นำความรู้ดั้งเดิมในเรื่องในเรื่องการทำบาตรพระมาประกอบอาชีพ จึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า บ้านบาตร ซึ่งบาตรของที่นี่มีขั้นตอนการทำด้วยวิธีดั้งเดิมคือการต่อเหล็กและตีขึ้นเป็นรูปบาตรด้วยมือ เรียกว่าบาตรบุ นับว่าเป็นงานบุของไทยแขนงหนึ่งที่ทรงคุณค่าและเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 200 ปี

               ในอดีตวัสดุที่ใช้ทำบาตรคือตัวถังเหล็กยางมะตอย ต่อมามีการใช้เหล็กแผ่น ทองเหลือง จนกระทั่งปัจจุบันได้มีการนำสเตนเลสมาใช้ด้วยเนื่องจากไม่เป็นสนิม สำหรับขั้นตอนการทำบาตรพระประกอบด้วย

1.ทำขอบบาตร ถือเป็นขั้นตอนแรกของการทำบาตรพระ

2.การประกอบกง ช่างจะตัดแผ่นเหล็กเป็นรูปกากบาท ซึ่งเรียกว่า ‘กง' จากนั้นจึงดัดงอขึ้นรูปแล้วนำมาติดกับขอบบาตร

3.การแล่น คือการเชื่อมประสานรอยตะเข็บ ให้เหล็กเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้ผงทองแดงกับน้ำประสานทองทาให้ทั่วบาตรก่อน เพื่อให้น้ำประสานทองเชื่อมโลหะไม่ให้มีรูรั่ว

4.การลาย หรือการออกแบบรูปทรง เป็นการนำบาตรที่แล่นแล้วมาเคาะให้ได้รูปทรงที่ต้องการ โดยจะใช้ ‘ค้อนลาย' ซึ่งเป็นค้อนรูปโค้งงอ หัวค้อนมีลักษณะแหลม เคาะด้านในของบาตร

5.การตี ช่างจะใช้ค้อนเหล็กตีผิวด้านนอกของบาตรให้รอบ เพื่อให้ส่วนที่นูนออกมาจากการลายรวมทั้งตีให้รอยตะเข็บที่ยังขรุขระเรียบเสมอกัน จากนั้นต้องนำไป ‘ตีลาย' บนทั่งไม้ เพื่อให้ได้รูปทรงตามต้องการ แล้วนำไปเจียรต่อโดยใช้เครื่องเจียรไฟฟ้า แล้วจึงตะไบตกแต่งให้สวยงามอีกครั้ง

6. การสุมหรือระบมบาตร เพื่อป้องกันการเกิดสนิม โดยในสมัยก่อนจะใช้กำมะถันทา จากนั้นจึงนำบาตรมากองรวมๆ กัน แล้วใช้หม้อครอบสุม (เชื้อเพลิงที่ใช้จะเป็นเศษไม้สักจากร้านขายเครื่องไม้ซึ่งมีอยู่รอบภูเขาทอง เนื่องจากไม้สักเป็นไม้ที่ให้ความร้อนสูง) บาตรที่ได้จากการสุมจะมีสีดำ จากนั้นจึงใช้น้ำมันมะพร้าวทาทับอีกครั้ง แต่ปัจจุบันนิยมใช้น้ำมันกันสนิมชโลมให้ทั่วตัวบาตรแทน

7.การทำสี ขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้บาตรเป็นสีต่างๆ เช่น สีเขียว สีดำสนิท ถือเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของช่างแต่ละคน รวมทั้งการแกะสลักลวดลายไทย การตีตรา เป็นต้น

      ปัจจุบันมีการผลิตบาตรบุน้อยลงมากและจำกัดอยู่เพียงจำหน่ายเป็นของที่ระลึกหรือรับสั่งทำจากพระสงฆ์โดยตรงเท่านั้น โดยในชุมชนเองมีเพียงไม่กี่บ้านที่ยังคงยึดอาชีพทำบาตรขาย แต่บาตรของที่นี่ก็ยังคงคุณภาพแข็งแรง ทนทานคุ้มค่ากับราคา ถูกต้องตามพระธรรมวินัยพระพุทธศาสนา และที่สำคัญคือการรักษาและสืบทอดภูมิปัญญามาแต่ครั้งโบราณ นอกจากนี้สามารถไปเยี่ยมชมการตีบาตรได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.Cool

Sealed                                                                                                                                                                Sealed

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์