เครื่องถมนคร

เครื่องถมนคร

     เครื่องถมนครมีกำเนิดมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ราว พ.ศ.2061 แต่เรื่องที่มายังเห็นแย่งกันอยู่ บ้างว่าได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวโปรตุเกสเพราะชาวโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาทำการค้าขายในราชอาณาจักรไทยได้ 4 เมือง คือ กรุงศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช ปัตตานี และมะริด สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงมีความเห็นว่า ชาวนครศรีธรรมราชได้รับรู้เรื่องเครื่องถมจากชาวอินเดีย ศาสตราจารย์วิศาลศิลปกรรมว่า ยาถมไทยมิได้รับต้นตำรับจากประเทศใด เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยแท้ คือเกิดที่นครศรีธรรมราช และบ้างว่ารับมาจากอิหร่านบ้าง จากกรีกบ้าง จึงยังยุติไม่ได้

     ในอดีต เครื่องถมนั้นถือว่าเป็นของสูงเหมาะจะเป็นเครื่องราชูปโภคของกษัตริย์หรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องยศของขุนนางชั้นสูง ทั้งยังใช้เป็นเครื่องราชบรรณาการสำหรับกษัตริย์ต่างประเทศด้วย ทั้งนี้เพราะเครื่องถมแต่ละชิ้นนั้นเป็นเงินแท้ ทำด้วยกรรมวิธีที่สลับซับซ้อน ต้องใช้ความละเอียดประณีตมาก

     เท่าที่มีหลักฐาน ไทยเราใช้เครื่องถมเป็นเครื่องยศขุนนางมาตั้งแต่สมัยพระบรมไตรโลกนาถ ในสมัยพระนารายณ์มหาราชก็มีหลักฐานปรากฏว่ามีรับสั่งให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจัดหาช่างถมที่มีฝีมือเข้าไปทำเครื่องถม ณ กรุงศรีอยุธยา เพื่อส่งไปบรรณาการแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรม แสดงว่าเครื่องถมนครนั้นมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางเป็นอย่างน้อย

     เครื่องถมเมืองนครรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเจ้าพระยานคร (น้อย) ได้นำพระเสลี่ยงหรือพระราชยานถม และพระแท่นถมสำหรับออกขุนนางขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายในรัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเจ้าพระยานคร (น้อยกลาง) ก็ได้นำเรือพระที่นั่งกราบถม กับพระเก้าอี้ถมซึ่งใช้เป็นพระที่นั่งถัทรบิฐขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายครั้นมาถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ทำพระแท่นพุดตานถมถวาย สำหรับตั้งในท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรีมหาประสาท

     เครื่องถมนครที่ทำด้วยเงินแท้ นั้นมีอยู่ 2 ชนิดคือ ถมดำและถมทอง ถมดำนั้นมีลวดลายยเป็นสีเงินบนพื้นดำ ส่วนถมทองก็มีลวดลายเป็นสีทอง ซึ่งเกิดจากการใช้ทองคำผสมกับปรอททาบนผิวเครื่องถมแล้วนำไปรมความร้อนให้ปรอทระเหยไปหมด ทองคำก็จะติดกับเนื้อเงินแน่นเป็นลวดลายตามต้องการ ไม่หลุดลอก ส่วนพื้นที่ถมลงไปก็ยังเป็นสีดำเหมือนเดิม เครื่องถมของนครศรีธรรมราชนั้นเป็นเครื่องถมคุณภภาพเยี่ยมโดยแท้

      การทำเครื่องถมนครมี 2 แบบ "ลงยาถม" ที่เรียกว่า "ถมเงิน" อย่างหนึ่ง และแบบ "ลงยาสี" ที่เรียกว่า "ถมทอง" หรือ "ถมตะทอง" อีกอย่างหนึ่ง โดยแบบแรกทำมาแต่โบราณส่วนแบบหลังเพิ่งมีในชั้นหลัง

ขั้นที่ 1 ขั้นผสมโลหะ

      ชั่งเงิน 95 ส่วน ทองแดง 5 ส่วน สำหรับหลอมเป็นโลหะทำถม

 

ขั้นที่ 2 ขั้นหลอมโลหะ        

      ถ้าเป็นงานขนาดเล็ก ๆ จะใช้จอกหลอมถ้าเป็นงานขนาดใหญ่ที่โลหะมีน้ำหนักตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปจะใช้เบ้าหลอม หรือใช้เตาถ่านหรือเตาไฟฟ้า เพราะหลอมได้ สะดวกและแม่นยำดี การหลอมจะดีหรือใช้ได้เพียงใดนั้นใช้วิธีการสังเกตสีของโลหะว่าละลายผสมเข้ากันดีหรือไม่ การหลอมต้องใช้น้ำประสานทองใส่ผสมลงไปในขณะหลอมด้วย และใช้ถ่านไฟ คนหรือกวน ถ้าโลหะผสมกันดีแล้วจะเป็นสีม่วงและผิวเรียบเกลี้ยงเป็นเงามัน แล้วเทลงรางออกรูปเป็นแผ่นเงิน


ขั้นที่ 3 ขั้นขึ้นรูป

      นำแผ่นเงินมาดัดหรือตีแผ่ให้เป็นรูปภาชนะต่าง ๆ หรือรูปพรรณต่าง ๆ ตามที่ต้องการ ให้มีความหนาพอสมควร ในขั้นนี้ต้องใช้เวลานานมากกว่าขั้นอื่น ๆ เพราะโลหะแข็งมาก และใช้มือทำตลอด (จะไม่ใช้เครื่องจักรช่วยเลยถ้าเป็นเครื่องถมนครแท้)


ขั้นที่ 4 ขั้นเขียนลาย

     เมื่อสร้างรูปพรรณต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก็เขียนลวดลายนั้นใช้วิธีการแบ่งส่วนทั้งซ้ายและขวาให้เท่า ๆ กัน โดยใช้วงเวียนแบ่งเส้น แบ่งช่วง และแบ่งครึ่ง เขียนไปเรื่อย ๆ เช่น แบ่ง1เป็น 2, แบ่ง 2 เป็น 4, แบ่ง 4 เป็น 8 ฯลฯ จนได้ลวดลายละเอียดตามความเหมาะสม


ขั้นที่ 5 ขั้นแกะสลักลาย

     ก่อนแกะสลักลายช่างจะทำความสะอาดและแต่งผิวรูปพรรณให้เรียบ แล้วแกะเป็นรอยลึกลงไปตามลวดลายที่เขียนไว้ โดยไม่ให้ผิวโลหะหลุดออกเป็นชิ้น และสลักให้มีรอยนูนดุนออกไปอีกด้านหนึ่ง ส่วนที่แกะสลักลวดลายนี้เป็นพื้นที่ที่จะถูกเคลือบด้วยยาถมต่อไป


ขั้นที่ 6 ขั้นเก็บผิวรูปพรรณ    

     ในขั้นแกะสลัก รูปทรงและผิวพรรณอาจจะมีตำหนิบ้าง เมื่อแกะสลักเสร็จจึงต้องแต่งผิวให้เรียบร้อย แต่งทรงรูปพรรณให้ได้ศูนย์หรือสมดุลเหมือนเดิมจากนั้นก็ทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง การทำความสะอาดจะขัดด้วยกรดอ่อน ๆ โดยใช้กรดผสมน้ำอัตราส่วน 1: 4 ต้องขัด ส่วนที่ลงยาถมให้สะอาดเป็นพิเศษ ขัดจนขาวเป็นเงามัน ไม่มีคราบสีน้ำตาลเจือปนอยู่เลย

        

 

ขั้นที่ 7 ขั้นลงถม       

     ต้องใช้น้ำยาถมที่เตรียมไว้แล้วละลายด้วยความร้อนสูงพอสมควร โดยให้สังเกตว่าน้ำยาถมนั้นมีลักษณะเกือบแดง แล้วใช้น้ำยาถมที่ละลายนั้นแปะลงไปบนร่องลวดลายที่แกะสลักไว้ จะเห็นได้ว่าน้ำยาถมจะ "แล่น"(วิ่ง) หรือไหลไปตามร่องนั้นจนทั่ว โดยการใช้ไฟ "เป่าแล่น" การลงถมที่ดีนั้นไม่ได้ลงครั้งเดียว ต้องลงถมถึง2-4 ครั้ง โดยครั้งแรกลงแต่พอประมาณ


ขั้นที่ 8 ขั้นตกแต่งถม        

     เมื่อลงยาถมกระจายเต็มลวดลายทั่วทุกส่วนดีแล้ว ก็ทิ้งรูปพรรณนั้นให้เย็น แต่ห้ามนำไปแช่น้ำ เพราะโลหะจะหดตัว และอาจจะแตกได้ หรือถมหลุดออกเป็นชิ้น ๆ ได้ เมื่อเย็นดีแล้วก็ใช้ตะไบถูหรือเหล็กขูดแต่งยาถมที่ไหลเลาะ บนส่วนที่ไม่ต้องการที่มียาถมออกให้หมด แต่งผิวให้เรียบด้วยกระดาษทรายจนกระทั่งเห็นลวดลายหรือภาพปรากฏขึ้นชัดเจนดีหมดทุกส่วน และผิวของส่วนถมจะไม่มีรูพรุนหรือจุด ที่เรียกว่า "ตามด" ต้องมีถมอยู่เต็มสนิท ไม่มีช่องที่จะมองเห็นเนื้อโลหะพื้นซึ่งเรียกว่า "พื้นขึ้น"


ขั้นที่ 9 ขั้นปรับแต่งรูปทรง     

   ในขณะที่ลงยาถมนั้นรูปพรรณหรือภาชนะต้องถูกความร้อนสูงเผาอยู่เป็นเวลานานพอสมควรจนกว่าจะเสร็จจาการลงยาถมแต่ละครั้ง ดังนั้นรูปลักษณะของรูปพรรณอาจบิดเบี้ยว คดงอไปจากเดิมไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้เมื่อเสร็จจาการลงยาถมแล้วต้องมีการปรับแต่งรูปใหม่ให้มีรูปลักษณะคืนสภาพเดิม


ขั้นที่ 10 ขั้นขัดผิวและแกะ

     แรเมื่อปรับแต่งรูปแล้วพื้นผิวยังคงหยาบกร้านและด้าน ต้องขัดผิวด้วยกระดาษทรายละเอียดและถูด้วยถ่านไม้เนื้ออ่อนจนผิวเกลี้ยง ถ่านไม้ที่ใช้ถูเป็นถ่านไม่สุกคล้ายถ่านหุงข้าวแต่เนื้ออ่อน ส่วนมากต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศแต่ถ้าไม่มี ช่างจะใช้ถ่านไม้สนแทน เมื่อเกลี้ยงได้ที่แล้วก็ขัดผิวทั่วไปทั้งหมดด้วยเครื่องขัดและยาขัดโลหะอีกครั้งหนึ่ง แล้วล้างให้สะอาดเช็ดให้แห้ง  หลังจากนั้นถึงขั้นการแกะแรลวดลาย หรือการแรเงาตกแต่งลวดลายให้สวยงาม เพราะลวดลายที่ปรากฏในขั้นที่กล่าวมาแล้วนี้เป็นเพียงภาพโครงสร้างภายนอกเท่านั้น เป็นภาพที่หยาบ ๆ ไม่สมบูรณ์หรือไม่มีรายละเอียดส่วนอื่น ๆ ไม่มีเส้นตัดภายในให้เป็นลวดลายอ่อนช้อนสวยงาม ขึ้นอยู่กับความชำนาญและประณีตของช่างประเภทนี้โดยเฉพาะ

ขั้นที่ 11 ขั้นขัดเงา      

     หลังจากแกะแรจะนำรูปพรรณถมเข้าเครื่องขัดด้วยยาขัดอย่างละเอียด เช็ดด้วยผ้านุ่ม ๆ ทำความสะอาดให้ขึ้นเงางาม ก็ถือว่าสำเร็จเรียบร้อย

 

แหล่งอ้างอิง  :  http://www.tungsong.com/NakhonSri/manufacture/Thom/Thom_1.html

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 120 คน กำลังออนไลน์