พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท : ด้านความสามัคคี

  " . . . ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่า ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรคบางพวก ถึงกับเป็นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทำลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ เป็นคุณธรรมประจำใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย จงบำเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคน ด้วยซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลำบากยากแค้น เป็นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ก่อสร้างชาติเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้"

พระราชดำรัส ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2494

ความประทับใจ

ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจมากเพราะทำให้ข้าพเจ้าเห็นว่าความสามัคคีนั้นมีความสำคัญในการทำงานรวมกับผู้อื่นหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ความสามัคคีนั้นสามมารถทำให้งานหรือสิ่งที่เราทำร่วมกับผู้อื่นนั้นสำเร็จไปด้วยดี ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีข้าพเจ้าจึงประทับใจเกี่ยวกับความสามัคคี ซึ่งความสามัคคีนั้นเกิดได้จากหลายสิ่งหลายอย่างเช่น การพูด การรับฟังผู้อื่น การพูดได้แก่ การที่เราใช้คำพูดที่สุภาพก็จะทำให้ผู้อื่นรับฟังเเละทำให้ไม่เกิดปากเสียงกัน ซึ่ง นั้นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความสามัคคี ส่วนการรับฟังผู้อื่นนั้นคือการที่เรารับฟังเหตุผลหรือการเเสดงความคิดเห็นของผู้อื่น เพื่อที่เราจะได้ไม่มีปากเสียงและการเข้าใจผิดซึ่งกันเเละกันและนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความสามัคคีและความสามัคคีนั้นก็จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จ หรือถ้าเป็นส่วนรวมใหญ่ ๆ อย่างสังคม ประเทศ ความสามัคคีก็สามารถทำให้คนในชาติไทยนั้นประสบความสำเร็จ หรือมีความเจริญได้อีกด้วยเพราะถ้าคนในประเทศไทยนั้นไม่สามัคคีกันเองก็จำทำให้เกิดความแตกแยกและไม่สารถทำให้ไปประเทศนั้นประสบความสำเร็จได้และความสามัคคีนั้นก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ไม่ใช่เอาประโยชน์ส่วนตัวของตัวเองเป็นที่ตั้งเพราะการที่เอาประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งนั้นก็จะทำให้เราเเตกแยกหรือมีปากเสียงกับผู้อื่นได้ซึงจะทำให้มีเเต่ผลเสีย และ ความสามัคคีนั้นสามารถเกิดจากความขยันหมั่นเพียรของคนแต่ละบุคคลหรือบุุคคลที่ต้องทำงานด้วยกัน ซึ่ง การจะร่วมงานกันนั้นเราต้องไม่โยนงานให้กันไปมาเพราะการกระทำนั้นจะทำให้เราไม่ประสบความรำเร็จเเละทำให้เรามีปัญหากับคนร่วมงานได้ การจะทำให้ผลงานสำเร็จและให้เกิดความสามัคคีก็คือความอดทนและความเหนื่อยยากของงานที่ทำหรือการร่วมงานกับคนที่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเพราะถ้าเราไม่อดทนก็จะส่งผลอะไรที่เดิม ๆ อย่างที่กล่าวไป เพราะฉะนั้นความสามัคคีมากในการอยู่ร่วมในสังคม ข้าพเจ้าจึงได้มีความประทับใจเกี่ยวกับพระราชดำรัสอันนี้เพราะพระราชดำรัสนี้สามารถสอนข้าพเจ้าให้รู้จักทั้งความอดทนและการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์