หลักการทรงงานในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

หลักการทรงงานในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 

19818

 

 

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมายหลายด้าน โดยได้เป็นที่ประจักษ์ ในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศเสมอมา พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกร ทรงบำเพ็ญโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ด้วยพระปรีชาสามารถ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ด้วยขันติธรรมและด้วยพระราชปณิธานมุ่งมั่นที่ทรงห่วงใยประชาราษฎร์และแผ่นดินใต้ร่มพระโพธิสมภารของพระองค์อย่างแท้จริง

     ตลอดระยะเวลาที่ทรงงาน ภาพที่เราเห็นกันจนชินตาคือ ทรงประทับอยู่ท่ามกลางประชาชนและทรงงานโดยไม่ถือพระองค์ มีราษฎรนั่งอยู่รายรอบ โดยพระองค์ทรงแย้มพระสรวล และทรงสนทนาไต่ถามทุกข์สุขของราษฎรด้วยพระพักตร์ที่ทรงแสดงออกถึงความห่วงใย เมื่อทรงทราบถึงปัญหาของราษฎร

 

998619_659029257445129_260558694_n

 

 

     สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2498 นับตั้งแต่นั้นมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ณ ที่แห่งใด เกือบทุกครั้ง จะเห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงประทับและทรงงานเคียงข้างอยู่เสมอ โดยจะทรงรับฟังปัญหาและความทุกข์สุขของราษฎรอย่างตั้งพระราชหฤทัย ดังพระราชปณิธานที่ทรงเคยมีพระราชดำรัสไว้ถึงสาเหตุที่ต้องทรงงานหนัก ความตอนหนึ่งว่า

     “…ความจริงที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจและกำลังกายที่จะปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็เนื่องด้วยเหตุนึกถึง คำของพ่อที่สอนมาตั้งแต่เล็กๆ และก็เมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีคุณ มีบุญคุณแก่ชีวิตของพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดมานี้อย่าได้ว่างเปล่า จงตอบแทนให้รู้สึกตัวเสมอว่าเป็นหนี้บุญคุณ…”

 

Is_King_06

 

 

     ด้วยพระเมตตาและห่วงใยต่อราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะกรรมการอาสาสมัครและอาสาสมัครสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึงสาเหตุที่ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทย เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2510 ณ พระที่นั่งอัมพรสถานความตอนหนึ่งว่า

     “…เรามีความสุขแต่ลำพังโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอีกหลายคนที่แวดล้อมเราอยู่นั้นไม่ได้ ผู้มีเมตตาจิตหวังประโยชน์ส่วนรวมย่อมรู้จักแบ่งปันความสุขเพื่อผู้อื่น และพร้อมที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้อื่นตามกำลังและโอกาสเสมอ…”

 

queen3

 

 

 ในงานด้านการพัฒนา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงยึดแนวพระราชดำริที่ตั้งอยู่บนหลักการ 5 ประการ ดังนี้

     หลักการที่หนึ่ง คือ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในระดับพื้นฐานของประเทศ อันได้แก่ ชนบทซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารและเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังพระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเปิดงานชุมนุมแม่บ้านครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2510 ณ วิทยาลัยครูสวนดุสิต ความตอนหนึ่งว่า

     “…ความมุ่งหวังในการพัฒนาประเทศ ไม่ควรจะมุ่งหมายแต่เพียงการอยู่ดีกินดีเฉพาะแต่ในพระนครเท่านั้นชาวบ้านเมืองเราจะเจริญก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อทุกครอบครัวทั่วในประเทศมีความเป็นอยู่ดีขึ้นเป็นลำดับ…”

 

t0002_0005_01_0

     หลักการที่สอง คือ ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจ เพื่อนำสู่ความสุข สันติและเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในจิตใจอย่างแท้จริง ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาส

     วันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2527 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต ความตอนหนึ่งว่า

     “…บ้านเมืองของเราจะทำนุบำรุงให้เจริญรุ่งเรือง เพียงเท่าที่ตาเห็นภายนอกนั้นไม่พอ ต้องให้เจริญทั้งข้างนอกและข้างในไปพร้อมๆกัน…ซึ่งเรื่องนี้เราจะใช้เงินทุ่มแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องทุ่ม “น้ำใจ” เข้าไปด้วย…”

1_2

     หลักการที่สาม คือ ทรงให้ความสำคัญกับ “โอกาส” ของราษฎรที่จะได้รับการพัฒนาหรือมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยไม่แบ่งแยกชั้นวรรณะหรือเชื้อชาติ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะอาศัยอยู่ในภูมิภาคใดของประเทศ นับถือศาสนาใด หรือพูดภาษาใด ด้วยทรงเห็นว่า ราษฎรนั้นมีศักยภาพอยู่แล้ว ขอเพียงแต่ให้โอกาสให้เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่านั้น เขาก็จะสามารถแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ ดังพระราชดำรัสที่ได้พระราชทานไว้แก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 253 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต ความตอนหนึ่งว่า

     “…ไม่ว่าจะแห่งหนไหนใกล้หรือไกลเพียงใด ข้าพเจ้าก็ค้นพบอัญมณีล้ำค่าจากทรัพยากรของชาติ คือ ประชาชนคนไทยได้เสมอ ขอเพียงให้เขาได้รับโอกาสในชีวิต อัญมณีชาวไทยทุกเม็ดก็จะส่องแสงแวววับ…”

 

 

T0016_0003_01

     หลักการที่สี่ คือ ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีคนเป็นศูนย์กลางดังพระบรมราโชวาท โดยเสด็จฯ แทนพระองค์ ที่ได้พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตและนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2518 ความตอนหนึ่งว่า

     “…เมื่อพูดถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ข้าพเจ้าใคร่จะขอให้ถือเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาไตร่ตรอง เป็นพิเศษ เพราะเหตุว่า การอนุรักษ์นั้น แม้เป็นสิ่งที่ดีมากที่ทุกประเทศมุ่งรักษาประโยชน์ระยะยาวของแผ่นดินและประชาชนก็ตาม แต่หากทำโดยไม่ระมัดระวังและโดยรอบคอบถี่ถ้วน บางทีก็อาจเป็นผลเสีย… ก่อนที่จะวางแผนและปฏิบัติการอนุรักษ์ จึงจำเป็นต้องพิจารณาศึกษาให้เห็นตลอดปลอดโปร่ง มีความอะลุ่มอล่วยและดำเนินการไปโดยไม่ขัดกับเหตุการณ์สิ่งแวดล้อม มนุษยสัมพันธ์และสำคัญที่สุดต้องไม่ขัดกับการครองชีพของประชาชน สรุปว่า ทุกคนต้องไม่ลืมว่าการอนุรักษ์นั้นก็คือ การปฏิบัติเพื่อมุ่งรักษาประโยชน์อันถาวรของแผ่นดินและประชาชน…”

 

1 (1)

     หลักการที่ห้า คือ ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและของรัฐบาล ดังพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกำเนิดโครงการศิลปาชีพและการทรงงานด้านต่างๆเช่น พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต ความตอนหนึ่งว่า

     “…ข้าพเจ้าได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำของพระราชทานไปช่วยเหลือราษฎร…แล้วทรงรับสั่งกับข้าพเจ้าว่า การช่วยเหลือแบบนี้เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ซึ่งไม่สำคัญ ช่วยเขาไม่ได้จริงๆ ไม่เพียงพอ ทรงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือชาวบ้านเป็นระยะยาว คือ ให้เขามีหวังที่จะอยู่ดีกินดีขึ้น ลูกหลานได้เข้าโรงเรียนได้เรียนหนังสือ ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลได้พยายามส่งเสริมอยู่แล้ว… แต่ชาวนาชาวไร่บอกว่า เขาส่งให้ลูกไปเรียนหนังสือไปเข้าโรงเรียนไม่ได้ เพราะต้องอาศัยลูกเป็นกำลังช่วยทำมาหากิน… ข้าพเจ้าจึงเริ่มคิดหาอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวชาวนาชาวไร่ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงหาแหล่งน้ำให้การทำไร่ทำนาของเขาเป็นผลต่อประเทศชาติต่อบ้านเมือง เสด็จพระราชดำเนินไปดูตามไร่ของเขาต่างๆ ทรงคิดว่า นี่เป็นการให้กำลังใจ และที่ทรงให้ข้าพเจ้าดูแลพวกครอบครัว ก็เลยเป็นที่เกิดของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ…”

 

 

T0022_0007_01

     ข้างต้นนี้ คือ ภาพรวมของหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริในด้านการพัฒนาในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระแม่ของแผ่นดินผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

ความประทับใจ : ได้เห็นถึงความสามารถของพระราชินี ท่านทำงานโดยไม่เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อย และเป็นห่วงประชาชนอย่างแท้จริงและมีความเมตตากับประชาชนทุกคน

การนำหลักมาใช้ชีวิตประจำวัน : นำหลักการของพระราชินีมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหรือเป็นแรงดันบาลใจในการทำงานหรือทำสิ่งต่างๆได้
 
 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 75 คน กำลังออนไลน์