พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

                               

                               พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส

                                 เรื่องการใช้ภาษาไทย

                                

                           

 


    
   

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในหลายด้านทรงอุทิศพระวรกายโดยทรงศึกษาค้นคว้าความรู้ในด้านต่างๆ ทรงนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ จนกระทั่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า  กษัตริย์นักพัฒนา
นอกจากจะทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามในหลายๆด้านแล้วนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทรงเป็นแบบอย่างของการ “ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง”มาโดยตลอด เนื่องจากทรงตะหนักว่าภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ จึงสมควรที่คนไทยจะช่วยกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อชนรุ่นหลัง
“วันภาษาไทยแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2505 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง“ปัญหาการใช้ภาษา” ไทย ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระองค์ทรงดำเนินการอภิปราย และทรงสรุปการอภิปรายอย่างดีเยี่ยม แสดงถึงพระปรีชาสามารถ ดังกระแสพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“…เรามีความโชคดีที่มีภาษาของตนเอง แต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียงคือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้…. สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก…
จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2542 ให้วันที่ 29กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ อีกวัตถุประสงค์หนึ่งของการจัดตั้งวันภาษาไทยก็เพื่อต้องการกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้ยั่งยืนคู่ชาติไทยตลอดไปพร้อมทั้งเผยแพร่ภาษาไทยในรูปแบบต่างๆไปสู่สาธารณชน ทั้งในฐานะที่เป็นภาษาประจำชาติ และในฐานะภาษาเพื่อการสื่อสารของทุกคนในชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างของการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ดังเห็นได้จากบทพระราชนิพนธ์ต่างๆ จากการที่ทรงใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องมาโดยตลอดนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงทูลเกล้าฯถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาไทย ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี พ.ศ.2538 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2538 โดยรองศาสตราจารย์ ปริญญา จินดาประเสริฐ ทูลเกล้าฯถวาย โดยมีเนื้อความในการกราบบังคมทูลตอนหนึ่งว่า
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นทั้งองค์ผู้สร้าง ผู้อุปถัมภ์ และผู้มีคุณูปการยิ่งต่อภาษาไทยด้วยทรงมีพระราชปณิธารแน่วแน่ในการปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการธำรงรักษ์ภาษา ด้วยทรงตระหนักว่าภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นชาติและเป็นรากฐานของวัฒนธรรม ดังนั้น การอนุรักษ์ให้ภาษาดำรงอยู่และการทำนุบำรุงทั้งส่งเสริมให้เจริญงอกงาม คือพันธกิจหลักที่คนไทยทุกคนพึงสังวร และถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องปฎิบัติในฐานะทีเกิดเป็นไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคร่งครัดในภาระหน้าที่ดังกล่าวนั้น ดังจะเห็นได้จากการที่ทรงแสดงพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพทางภาษาในงานพระราชนิพนธ์เรื่องต่างๆทั้งที่ลักษณะเป็นบทพระราชนิพนธ์บันทึกความทรงจำ บทพระราชนิพนธ์แปลและเรียบเรียงทรงสนพระราชหฤทัยที่จะพระราชทานกระแสพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับภาษาไทยแก่พสกนิกรอย่างสม่ำเสมอ ประจักษ์พยานในพระราชกรณียกิจนี้ก็คือ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีโดยแท้จริงทั้งในการตรัสอ้าง การชี้แนะให้ตระหนัก และการฝากเป็นอุทาหรณ์ ทั้งหมดนี้จึงย่อมแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญ และทรงห่วงใยต่อการเปลี่ยนแปลงของการใช้ภาษาไทยอย่างจริงจัง
และยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงมีพระราชประสงค์อันแน่วแน่ในการทะนุบำรุงภาษาของชาติ ดังจะเห็นได้จากพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุปถัมภ์องค์กร หน่วยงาน สมาคม และกลุ่มกิจกรรมต่างๆที่ปฎิบัติงานด้านส่งเสริมการใช้ภาษาไทย เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธาน และทรงอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอันเนื่องกับงานเขียนชุดต่างๆอย่างสม่ำเสมอ
กล่าวสำหรับ “บทผู้สร้างงานพระราชนิพนธ์” ประจักษ์พยานในพระราชกรณียกิจนี้ ได้แก่ พระปรีชาญาณและพระอัจฉริยะทางด้านภาษาไทยของพระองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์คือ พระราชนิพนธ์เรื่อง “พระราชานุกิจ รัชกาลที่ 8” ซึ่งพิมพ์ในการพระราชกุศล 100 วัน พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ตั้งแต่พุทธศักราช 2489 และเรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิตเซอร์แลนด์” ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์เมื่อครั้งเสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเหตุด้วยพระองค์ทรงเชี่ยวชาญหลายภาษา ดังนั้นการถ่ายทอดจากภาษาหนึ่งไปสู่อีกภาษาหนึ่งอย่างได้อรรถรส จึงได้แสดงถึงพระปรีชาญาณในด้านการแปล อย่างเด่นชัดโดยทรงแปลขยายความด้วยสำนวนไทยที่เข้าใจง่าย ทรงเลือกใช้ถ้อยคำ และสำนวนโวหารอย่างเหมาะสม บทพระราชนิพนธ์งานของพระองค์ไม่เพียงแต่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านการใช้ภาษาเท่านั้น แต่ผู้อ่านยังได้ประจักษ์ถึงพระวิริยะ อุตสาหะ และทรงไว้ซึ่งความแยบคายในการเข้าใจสถานการณ์ เหตุการณ์ และอุดมการณณ์ทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง ดังปรากฎในบทพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง “ฝันร้ายไม่จำเป็นต้องเป็นจริง” นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และ “ติโต”เป็นอาทิ
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยของคนไทยมาก โดยเฉพาะคนไทยที่ไปศึกษาในต่างประเทศ ชอบใช้ภาษาฝรั่งคำไทยคำ ทำให้เมื่อสื่อสารออกไปแล้วคนไม่เข้าใจ และปัญหาการใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องในสังคมอินเตอร์เน็ทที่มักจะใช้คำง่ายๆและสั้นๆ รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารด้วยจนกลายเป็นค่านิยมไปแล้ว ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ต่อไปเด็กไทยก็จะไม่ทราบความหมายที่แท้จริงของภาษาและอาจทำให้ภาษาไทยวิบัติได้ในอนาคต
มิเพียงแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเอาพระราชหฤทัยใส่เกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเท่านั้น แต่พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นก็ทรงดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากพระราโชวาทในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในโอกาสต่างๆ เช่น พระราโชวาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันราชภัฏ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2543 ความตอนหนึ่งว่า
“…การนิยมไทย เช่น การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง การประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามขนบนิยมของคนไทย การศึกษาและรักษาสิ่งทีเป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นต้น เป็นวิถีทางสำคัญประการหนึ่งที่จะดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงและความเป็นชาติของไทยเราบัณฑิตควรพิจารณาให้เห็นความสำคัญ และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างอันดีเพื่อชักนำผู้อื่นให้เกิดความชื่นชมนิยมไทย…”
พระราโชวาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2528 ความตอนหนึ่งว่า
…ผู้เป็นบัณฑิตย่อมทราบดีว่า วิถีทางสำคัญทางหนึ่งที่จะดำรงความมั่นคงและความเป็นชาติไทยไว้ก็คือการนิยมไทย เช่นการใช้ภาษาไทย ให้ถูกต้องคล่องแคล่วทั้งการพูดและการเขียนการประพฤติปฏิบัติตัวอย่างคนไทย การศึกษาและรักษาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นต้น …
การส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นและภาษาไทยถิ่นดีเด่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้งดงามยั่งยืนคู่ชาติไทยตลอดไป ซึ่งมีการประกาศผลการคัดเลือกปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นและภาษาไทยถื่นดีเด่นไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีการประกาศผลรางวัลต่างๆดังนี้
ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย จำนวน 13 คน ได้แก่ พระธรรมโกศาจารย์ (ศาสตราจารย์ ดร. ประยูร ธมฺมจิตโต), ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิ่งแก้ว อัตถากร, คุณหญิงคณิตา เลขะกุล, นางชอุ่ม ปัญจพรรค์, นายช่วย พูลเพิ่ม , ศาสตราจารย์ ธวัช ปุณโณฑก, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ พูนพิศ อมาตยกุล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มะเนาะ ยูเด็น , ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิจินตน์ ภาณุพงศ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิพุธ โสราวงศ์, พลตรีหม่อมราชวงศ์ ศุภวัฒย์ เกษมศรี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ร้อยเอก เสนีย์ วิลาวรรณ, นายอาจิณ จันทรัมพร
ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จำนวน 17 คน ได้แก่ นายกันตชาติ เกษมสันต์ ณ อยุธยา , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร , นายธีรภาพ โลหิตกุล, นางสาว นภา หวังในธรรม, นายนิติพงษ์ ห่อนาค, พลตรีประพาส ศกุนตนาค, นายประภัสสร เสวิกุล, นายปราโมทย์ สัชฌุกร, นายศักดิ์สิริ มีสมสืบ, นายศุ บุญเลี้ยง , นางสินจัย เปล่งพานิช, นาวาอากาศโท สุมาลี วีระวงศ์, นายสัญญา คุณากร, นางอารีย์ นักดนตรี, นายเอนก นาวิกมูล ชาวต่างประเทศจำนวน 2 คนได้แก่ ศาสนาจารย์ ดร. เอสเธอร์ เวคแมน, นางครีสตี แอนน์ เคนนีย์ บราวน์ฟิลด์
ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จำนวน 9 คน ได้แก่ พระราชประสิทธิคุณ ( สุนันท์ สุภาจาโร) , ดร. ฉันทัส ทองช่วย, นางสาวนฤมล มั่นวงศ์วิโรจน์, นายบุญธรรม เทิดเกียรติชาติ, นางพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, นายมนัส สุขสาย, นายเมืองดี นนทะธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สนิท บุญฤทธิ์ , นายอินตา เลาคำ
รวมทั้งสิ้น 39 คน และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะจัดงานมอบเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นและภาษาไทยถื่นดีเด่น ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ซึ่งเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงนิทรรศการและการแสดงของผู้ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น และผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ประจำปี 2554 การแสดงของศิลปินที่ได้รับรางวัลการประพันธ์คำร้องและการขับร้องเพลงดีเด่น (เพชรในเพลง) และการออกร้านคลินิกหมอภาษา
ความประทับใจ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้ทรงทำทุกอย่างเพื่อพวกเราประชาชนแห่งสยามประเทศตลอดมา ท่านไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย พระองค์ท่านไม่เคยหยุดพัก ท่านได้ทำโครงการและประโยชน์ต่างๆ มากมาย รวมถึงสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีทันสมัย อาทิเช่น ไบโอดีเซล โครงการแก้มลิง ฝนเทียม และอื่นๆอีกมากมาย
ข้าพเจ้าเปรียบท่านเสมือนพ่อหลวงที่ทรงทำทุกๆอย่างเพื่อทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคและไม่หยุดพักแต่หากยังคงทำและพัฒนาเพื่อนปวงชนชาวสยาม เราสามารถตอบแทนบุญคุณของท่านได้โดยการเป็นลูกที่ดีของพ่อหลวง สืบต่อโครงการต่างๆ สอนลูกหลานให้แนวความคิดคำสอนและปรัชญาต่างๆรวมทั้งความสามัคคีและความเสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อให้พ่อหลวงของเรามีความสุข
เราคว
ไปรทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนพ่อของเราในฐานะลูกที่ดี เราควรภาคภูมิใจที่พวกเราทุกคนมีความสุขความสบายมากกว่าชาติอื่นเพราะมีใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุดท้ายนี้ข้าพเจ้าอยากให้พระองค์ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ปวงประชาชาวสยามตลอด

น.ส.ปัญญากร สามารถ ม.6/2 เลขที่29

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 90 คน กำลังออนไลน์