หลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒ ระเบิดจากข้างใน นางสาว ณัฎฐณิชา การินตา ม.5/4 เลขที่ 28

หลักการทรงงาน
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

 

ด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข ของพสกนิกรบังเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการทั่วประเทศ เริ่มจากการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรปัญหาของราษฎรด้วยพระองค์เอง จึงทรงทราบถึงมูลเหตุแห่งปัญหาอย่างถ่องแท้ จากนั้นจึงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระราชทานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับไป ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้านเกษตรกรรม การแพทย์และสาธารณสุข การคมนาคม หรือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการทรงงานอันประเสริฐ

๒ ระเบิดจากข้างใน

คือการทำสิ่งใดต้องสร้างฐาน ต้องเริ่มจากความพร้อม ความเห็นพ้องต้องกันในกลุ่มเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ก่อ จะมั่นคงถาวร พระองค์ทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ต้องระเบิดจากข้างใน" นั้นหมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนา ให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชน หมู่บ้าน ที่ยังไม่มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่เลี้ยงชีพโดยอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของดินมาช้านาน แผ่นดินจึงเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ด้วยพระปรีชาญาณอันยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของดิน อันเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น บางแห่งเป็นดินเปรี้ยว ดินด่าง ดินเค็ม และบางแห่งก็ไม่มีดินเลย ซึ่งทรงเรียกดินเหล่านี้ว่า "ดินแร้นแค้น" นอกจากนี้ ความเสื่อมโทรมของดินยังเกิดจากการกระทำอันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของประชาชน เช่น การตัดไม้ทำลายป่า และการใช้พื้นที่โดยขาดการอนุรักษ์ จึงพระราชทานแนวพระราชดำริในการป้องกัน แก้ไข และพัฒนาทรัพยากรดินเป็นอเนกประการ ซึ่งล้วนแต่นำประโยชน์สุขมาสู่เกษตรกรทั่วประเทศ

 

แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการฟื้นฟู บูรณะ พัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดิน มีหลักการที่สำคัญ ๕ ประการ คือ

๑. การบรรเทาปัญหาที่ราษฎรกำลังประสบอยู่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นอยู่เสมอว่า โครงการของพระองค์เป็นโครงการที่มุ่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า "ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก .....เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน แต่ปวดหัวใช้ยาแก้ปวด..... หรือยาอะไรก็ตามแก้ปวดหัวมัน ไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่จะคิดได้"

๒. การพัฒนาตามขั้นตอนอย่างประหยัด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นการพัฒนาที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะการพึ่งตนเอง ทรงใช้คำว่า "ระเบิดจากข้างใน" นั่นคือ ทำให้ชุมชน หมู่บ้าน มีความเข็มแข็งก่อนเสียแล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปสู่ชุมชนหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว พระองค์มีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรตามความจำเป็นและความเหมาะสมกับสภาพ เพื่อให้ราษฎรเหล่านั้นสามารถพึ่งตนเองได้ และออกมาสู่สังคมภายนอกได้อย่างไม่ลำบาก

 

๓. การพัฒนาเกษตรกรให้สามารถพึ่งตนเองได้

การพัฒนาตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มี ความแข็งแรงที่จะมีแนวคิดในการดำรงชีวิตต่อไป ขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพและสามารถ "พึ่งตนเองได้" ในที่สุด ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า "".....การเข้าใจถึงสถานการณ์ของผู้ที่เราจะช่วยเหลือนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การช่วยเหลือให้เขาได้รับสิ่งที่ขาดควรจะได้รับตามความจำเป็นอย่างเหมาะสม จะเป็นการช่วยเหลือที่ได้ผลดีที่สุด เพราะฉะนั้นในการช่วยเหลือแต่ละครั้งแต่ละกรณี จำเป็นที่เราจะพิจารณาถึงความต้องการและความจำเป็นก่อน และต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่เราจะช่วยให้เข้าใจด้วยว่าเขาอยู่ในฐานะอย่างไร สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร เพียงใด อีกประการหนึ่งในการช่วยเหลือนั้น ควรยึดหลักสำคัญว่า เราจะช่วยเขาเพื่อให้เขาสามารถช่วยตนเองได้ต่อไป....."

 

๔. การสร้างเสริมและเผยแพร่ความรู้และเทคนิควิชาการที่เหมาะสม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าควรเสริมสร้างสิ่งที่ชาวบ้านชนบทขาดแคลนและต้องการ ได้แก่ความรู้ในการทำมาหากิน และการทำการเกษตรโดยให้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทรงเน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องมี "ตัวอย่างของความสำเร็จ" มีพระราชประสงค์ที่จะให้ราษฎรในชนบทมีโอกาสได้รู้ได้เห็นตัวอย่างของความสำเร็จนี้และนำไปปฏิบัติได้เอง จึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศรวม ๖ แห่ง เพื่อเป็นสถานที่ศึกษา ทดลองวิจัย และแสวงหาความรู้ และเทคนิควิชาการที่เหมาะสมที่ราษฎร "รับได้" สามารถนำไป "ดำเนินการเองได้" และเป็นวิธีการที่ "ประหยัด" เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการประกอบอาชีพของราษฎรที่อาศัยอยู่ในภูมิประเทศนั้นๆ เมื่อได้ผลจากการศึกษาแล้ว จึงนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป ทรงปรารถนาให้ตัวอย่างของความสำเร็จทั้งหลายกระจายไปสู่ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศและสามารถนำไปปฏิบัติให้ได้ผลอย่างจริงจัง

 

๕. การพัฒนาทรัพยากรดิน ควบคู่กับการส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เนื่องจากในการพัฒนาประเทศในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ได้เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นไปอย่างฟุ่มเฟือย โดยมิได้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม จนในที่สุดทรัพยากรธรรมชาติได้เสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด พระองค์ทรงตระหนักว่าการพัฒนาเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจะมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาการเกษตร จึงทรงมุ่งพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทรงสนพระราชหฤทัยการทำนุบำรุงปรับปรุงสภาพของทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ที่ดิน แหล่งน้ำ หรือการประมง โดยมีพระราชประสงค์ให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้คงอยู่ในสภาพที่มีผลดีต่อการเพิ่มผลิตภาพอย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงโปรดเกล้าฯให้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหลายโครงการ เช่น โครงการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธาร โครงการป่ารักน้ำ โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า โครงการพัฒนาที่ดิน โครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ซึ่งเน้นการอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ ก็เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนสู่สภาพเดิม นอกจากนี้ยังทรงส่งเสริมให้ราษฎรรู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างประหยัด เกิดประโยชน์สูงสุด และถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยทรงคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่เสมอ

 

จากหลักการในแนวพระราชดำริข้างต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงส่งเสริมสนับสนุนให้ดำเนินโครงการพัฒนาทรัพยากรดินและอนุรักษ์ดินหลายโครงการ ทุกโครงการล้วนสัมฤทธิ์ผลตามพระราชปณิธานอย่างแท้จริง

๑. การอนุรักษ์ดินและน้ำ
๒. การปรับปรุงสภาพดิน
๓. การจัดสรรและพัฒนาทรัพยากรดิน

ที่มา : https://web.ku.ac.th/king72/2542-01/page02.html

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 39 คน กำลังออนไลน์