งานครั้งที่ 5 ม.6/2

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ม. 6/2

 

 

สวัสดีค่ะ  นักเรียนที่น่ารักทุกคน  

ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่การจัดการเรียนการสอน

 

 

วิชาหน้าที่พลเมือง   ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา  2558

 

 

งานครั้งที่  5

 

 

ในการดำเนินชีวิตของนักเรียน  ย่อมต้องมีแบบอย่างหรือบุคคลต้นแบบที่นักเรียนสนใจ  ให้นักเรียนเล่าถึงความรู้สึกประทับใจที่มีต่อบุคคลนั้น พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดที่ได้จากบุคคลต้นแบบ  และเสนอแนวทางการนำแนวคิดที่ประทับใจมาใช้ในชีวิตประจำวัน

 

 ( เนื้อหาขั้นต่ำ  40  บรรทัด  พร้อมภาพประกอบ  และตกแต่งให้สวยงาม   *** ห้ามซ้ำกันในแต่ละห้องเรียน *** )

รวมทั้งระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

 

 

ส่งภายในวันที่  14  กุมภาพันธ์  2559  เวลา  22.00  น.

ต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์


http://www.thaigoodview.com/node/205074


นส. มัณฑนากร หนูเซ่ง ม.6/2 เลขที่ 36

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจแล้วค่ะ

เช เกวารา

http://www.thaigoodview.com/node/205047

นาย ธนภัทร ภักดีศุภผล ม.6/2 เลขที่12

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจงานเรียบร้อยแล้วนะคะ

รูปภาพของ nititorntan1

ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์

10428-1.jpg

แซนเดอส์ต้องทำงานหาเงินช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี ตั้งแต่ทำงานในฟาร์มใกล้บ้าน เป็นคนขายประกัน พนักงานดับเพลิง แถมยังเข้าเป็นทหารตั้งแต่อายุ 16 ปี (โดยโกหกเรื่องอายุเพื่อเข้าเกณฑ์ทหาร) แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรนักเลย แต่จนกระทั่งอายุย่างก้าวเข้าสู่วัย 40 เขาก็เริ่มทำงานในด้านที่เขาถนัด นั่นก็คือการทำอาหาร โดยเขาได้เป็นพ่อครัวทำอาหารอยู่ในรัฐเคนทักกี ซึ่งที่นั่นเขาก็ประสบความสำเร็จเมื่อผู้คนชื่นชอบอาหารฝีมือของเขา จนเขาสามารถออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตนเองได้ และในอีก 9 ปีต่อมา เขาก็คิดค้นไก่ทอดสูตรลับขึ้นมาได้สำเร็จ โดยมีเครื่องปรุงเป็นเครื่องเทศต่างๆถึง 11 ชนิด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจนแซนเดอส์ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐเคนทักกีให้เป็นถึง พันเอก ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์ ในปี ค.ศ. 1935

ในปี ค.ศ. 1939 นักวิจารณ์อาหารดันแคนไฮนส์ (Duncan Hines) ได้เยี่ยมร้านอาหารของแซนเดอร์ส แล้วประทับใจมาก โดยได้เขียนให้เกียรติร้านนี้ว่าเป็น “ร้านที่น่ามาท่องเที่ยวชิมอาหาร” โดยข้อเขียนนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วประเทศสหรัฐ ในขณะที่ความสำเร็จของเขาขยายวงไปเรื่อยๆ แซนเดอร์สได้มีบทบาทด้านสังคมมากขึ้น เขาได้เข้าร่วมสมาคมโรตารี่ (Rotary Club), สภาหอการค้า (Chamber of commerce), และสมาคม Freemasons เขาได้หย่าขาดจาก โจเซฟิน ภรรยาคนแรกในปี ค.ศ. 1947 สองปีต่อมา เขาได้แต่งงานกับเลขานุการ ชื่อ คลอเดีย (Claudia) และเขาได้รับตำแหน่ง ผู้พันแห่งเคนตั๊กกี้อีกครั้ง จากเพื่อนของเขา คือ ผู้ว่าการรัฐ ลอเรนซ์ เวเธอร์บี้ (Governor Lawrence Wetherby)

ในปี ค.ศ. 1950 แซนเดอร์สได้พัฒนาบุคลิกของเขาให้เป็นสัญลักษณ์ของกิจการ โดยเขาไว้เคราแพะ แล้วย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว และผูกไทร์แบบเป็นเส้น (String tie) เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะในรูปแบบการแต่งกายอื่นๆในช่วง 20 ปีหลังของชีวิตเขา โดยในช่วงฤดูหนาว เขาใส่ชุดผ้าขนสัตว์หนา และในฤดูร้อน เขาใส่เสื้อผ้าทำจากฝ้าย แต่ทั้งหมดเป็นแบบเดียวและมีสีขาว เขาย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว เข้ากับสีผมและเสื้อผ้า และนั่นเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจำได้ ในวัย 65 ปี ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ได้ก่อตัวขึ้นในรูปบริษัท เป็นครั้งแรก โดยผู้ก่อตั้งคือผู้พันแซนเดอร์ส ร้านอาหารหลักของเขาก็ประสบปัญหาล้มเหลวอีกครั้ง เนื่องจากเกิดถนนสายระหว่างรัฐที่ 75 (Interstate 75) ทำให้คนไม่เดินทางผ่านถนนท้องถิ่นเดิม มาที่ร้านของเขา เมื่อเกิดวิกฤติ มีคนมากินอาหารน้อยลง เขาได้ใช้เงิน $105 จากเงินสวัสดิการเกษียณอายุ (Social Security check) ใบแรก เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางไปเยี่ยมผู้ซื้อแฟรนไชส์ของเขา และนี่อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เขาหันมาทำกิจการแฟรนไชส์เครือข่ายร้านอาหารอย่างจริงจัง แม้วัยของเขาจะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว ในปี ค.ศ. 1964 ผู้พันแซนเดอร์สได้ขายกิจการ ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ให้แก่ กลุ่มนักลงทุนมืออาชีพที่มี Jack Massey และ John Y. Brown Jr. เป็นแกนนำ และเพื่อรักษาไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ให้คงคุณภาพและรสชาติแบบดั้งเดิม จึงมีการเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งชาติของ KFC ขึ้นในปีค.ศ. 1978 โดยมีผู้พันแซนเดอร์สเป็น ผู้ตรวจสอบการรักษารสชาติ ของไก่ทอดเป็นหม้อแรก จากพีท ฮาร์แมน ผู้ที่ได้แฟรนไชส์เป็นรายแรกและเหตุผลที่ผมชื่นชอบเขานั้น ก็คือ เค้าเป็นคนที่ถึงแม้เขาจะเจอเรื่องเลวมามากมายแค่ไหนเขาก็จะเดินก้าวต่อไป จะขยันจนตัวตาย แล้วทำจุดมุ่งหมายของชีวิตให้สำเร็จ ไม่ว่าจะผิดหวังกี่ครั้ง เสียใจกี่หน อยากจะฆ่าตัวตายสักกี่รอบ เขาก็จะกลับมา เดินบนเส้นทางเขาเหมือนเดิมเขาช่างเป็นุคคลตัวอย่างของโลกและทำให้ผมปลื้มที่สุด และเอาเขามาเป็นตัวอย่าง

แหล่งอ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8...

นาย สถาพร พึ่งพัฒนา ชั้น ม.6/2 เลขที่ 6

รูปภาพของ nititorntan1

ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์

10428-1.jpg

แซนเดอส์ต้องทำงานหาเงินช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี ตั้งแต่ทำงานในฟาร์มใกล้บ้าน เป็นคนขายประกัน พนักงานดับเพลิง แถมยังเข้าเป็นทหารตั้งแต่อายุ 16 ปี (โดยโกหกเรื่องอายุเพื่อเข้าเกณฑ์ทหาร) แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรนักเลย แต่จนกระทั่งอายุย่างก้าวเข้าสู่วัย 40 เขาก็เริ่มทำงานในด้านที่เขาถนัด นั่นก็คือการทำอาหาร โดยเขาได้เป็นพ่อครัวทำอาหารอยู่ในรัฐเคนทักกี ซึ่งที่นั่นเขาก็ประสบความสำเร็จเมื่อผู้คนชื่นชอบอาหารฝีมือของเขา จนเขาสามารถออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตนเองได้ และในอีก 9 ปีต่อมา เขาก็คิดค้นไก่ทอดสูตรลับขึ้นมาได้สำเร็จ โดยมีเครื่องปรุงเป็นเครื่องเทศต่างๆถึง 11 ชนิด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจนแซนเดอส์ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐเคนทักกีให้เป็นถึง พันเอก ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์ ในปี ค.ศ. 1935

ในปี ค.ศ. 1939 นักวิจารณ์อาหารดันแคนไฮนส์ (Duncan Hines) ได้เยี่ยมร้านอาหารของแซนเดอร์ส แล้วประทับใจมาก โดยได้เขียนให้เกียรติร้านนี้ว่าเป็น “ร้านที่น่ามาท่องเที่ยวชิมอาหาร” โดยข้อเขียนนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วประเทศสหรัฐ ในขณะที่ความสำเร็จของเขาขยายวงไปเรื่อยๆ แซนเดอร์สได้มีบทบาทด้านสังคมมากขึ้น เขาได้เข้าร่วมสมาคมโรตารี่ (Rotary Club), สภาหอการค้า (Chamber of commerce), และสมาคม Freemasons เขาได้หย่าขาดจาก โจเซฟิน ภรรยาคนแรกในปี ค.ศ. 1947 สองปีต่อมา เขาได้แต่งงานกับเลขานุการ ชื่อ คลอเดีย (Claudia) และเขาได้รับตำแหน่ง ผู้พันแห่งเคนตั๊กกี้อีกครั้ง จากเพื่อนของเขา คือ ผู้ว่าการรัฐ ลอเรนซ์ เวเธอร์บี้ (Governor Lawrence Wetherby)

ในปี ค.ศ. 1950 แซนเดอร์สได้พัฒนาบุคลิกของเขาให้เป็นสัญลักษณ์ของกิจการ โดยเขาไว้เคราแพะ แล้วย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว และผูกไทร์แบบเป็นเส้น (String tie) เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะในรูปแบบการแต่งกายอื่นๆในช่วง 20 ปีหลังของชีวิตเขา โดยในช่วงฤดูหนาว เขาใส่ชุดผ้าขนสัตว์หนา และในฤดูร้อน เขาใส่เสื้อผ้าทำจากฝ้าย แต่ทั้งหมดเป็นแบบเดียวและมีสีขาว เขาย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว เข้ากับสีผมและเสื้อผ้า และนั่นเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจำได้ ในวัย 65 ปี ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ได้ก่อตัวขึ้นในรูปบริษัท เป็นครั้งแรก โดยผู้ก่อตั้งคือผู้พันแซนเดอร์ส ร้านอาหารหลักของเขาก็ประสบปัญหาล้มเหลวอีกครั้ง เนื่องจากเกิดถนนสายระหว่างรัฐที่ 75 (Interstate 75) ทำให้คนไม่เดินทางผ่านถนนท้องถิ่นเดิม มาที่ร้านของเขา เมื่อเกิดวิกฤติ มีคนมากินอาหารน้อยลง เขาได้ใช้เงิน $105 จากเงินสวัสดิการเกษียณอายุ (Social Security check) ใบแรก เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางไปเยี่ยมผู้ซื้อแฟรนไชส์ของเขา และนี่อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เขาหันมาทำกิจการแฟรนไชส์เครือข่ายร้านอาหารอย่างจริงจัง แม้วัยของเขาจะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว ในปี ค.ศ. 1964 ผู้พันแซนเดอร์สได้ขายกิจการ ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ให้แก่ กลุ่มนักลงทุนมืออาชีพที่มี Jack Massey และ John Y. Brown Jr. เป็นแกนนำ และเพื่อรักษาไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ให้คงคุณภาพและรสชาติแบบดั้งเดิม จึงมีการเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งชาติของ KFC ขึ้นในปีค.ศ. 1978 โดยมีผู้พันแซนเดอร์สเป็น ผู้ตรวจสอบการรักษารสชาติ ของไก่ทอดเป็นหม้อแรก จากพีท ฮาร์แมน ผู้ที่ได้แฟรนไชส์เป็นรายแรกและเหตุผลที่ผมชื่นชอบเขานั้น ก็คือ เค้าเป็นคนที่ถึงแม้เขาจะเจอเรื่องเลวมามากมายแค่ไหนเขาก็จะเดินก้าวต่อไป จะขยันจนตัวตาย แล้วทำจุดมุ่งหมายของชีวิตให้สำเร็จ ไม่ว่าจะผิดหวังกี่ครั้ง เสียใจกี่หน อยากจะฆ่าตัวตายสักกี่รอบ เขาก็จะกลับมา เดินบนเส้นทางเขาเหมือนเดิมเขาช่างเป็นุคคลตัวอย่างของโลกและทำให้ผมปลื้มที่สุด และเอาเขามาเป็นตัวอย่าง

แหล่งอ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8...

นาย สถาพร พึ่งพัฒนา ชั้น ม.6/2 เลขที่ 6

รูปภาพของ nititorntan1

ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์

10428-1.jpg

แซนเดอส์ต้องทำงานหาเงินช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี ตั้งแต่ทำงานในฟาร์มใกล้บ้าน เป็นคนขายประกัน พนักงานดับเพลิง แถมยังเข้าเป็นทหารตั้งแต่อายุ 16 ปี (โดยโกหกเรื่องอายุเพื่อเข้าเกณฑ์ทหาร) แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรนักเลย แต่จนกระทั่งอายุย่างก้าวเข้าสู่วัย 40 เขาก็เริ่มทำงานในด้านที่เขาถนัด นั่นก็คือการทำอาหาร โดยเขาได้เป็นพ่อครัวทำอาหารอยู่ในรัฐเคนทักกี ซึ่งที่นั่นเขาก็ประสบความสำเร็จเมื่อผู้คนชื่นชอบอาหารฝีมือของเขา จนเขาสามารถออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตนเองได้ และในอีก 9 ปีต่อมา เขาก็คิดค้นไก่ทอดสูตรลับขึ้นมาได้สำเร็จ โดยมีเครื่องปรุงเป็นเครื่องเทศต่างๆถึง 11 ชนิด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจนแซนเดอส์ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐเคนทักกีให้เป็นถึง พันเอก ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์ ในปี ค.ศ. 1935

ในปี ค.ศ. 1939 นักวิจารณ์อาหารดันแคนไฮนส์ (Duncan Hines) ได้เยี่ยมร้านอาหารของแซนเดอร์ส แล้วประทับใจมาก โดยได้เขียนให้เกียรติร้านนี้ว่าเป็น “ร้านที่น่ามาท่องเที่ยวชิมอาหาร” โดยข้อเขียนนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วประเทศสหรัฐ ในขณะที่ความสำเร็จของเขาขยายวงไปเรื่อยๆ แซนเดอร์สได้มีบทบาทด้านสังคมมากขึ้น เขาได้เข้าร่วมสมาคมโรตารี่ (Rotary Club), สภาหอการค้า (Chamber of commerce), และสมาคม Freemasons เขาได้หย่าขาดจาก โจเซฟิน ภรรยาคนแรกในปี ค.ศ. 1947 สองปีต่อมา เขาได้แต่งงานกับเลขานุการ ชื่อ คลอเดีย (Claudia) และเขาได้รับตำแหน่ง ผู้พันแห่งเคนตั๊กกี้อีกครั้ง จากเพื่อนของเขา คือ ผู้ว่าการรัฐ ลอเรนซ์ เวเธอร์บี้ (Governor Lawrence Wetherby)

ในปี ค.ศ. 1950 แซนเดอร์สได้พัฒนาบุคลิกของเขาให้เป็นสัญลักษณ์ของกิจการ โดยเขาไว้เคราแพะ แล้วย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว และผูกไทร์แบบเป็นเส้น (String tie) เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะในรูปแบบการแต่งกายอื่นๆในช่วง 20 ปีหลังของชีวิตเขา โดยในช่วงฤดูหนาว เขาใส่ชุดผ้าขนสัตว์หนา และในฤดูร้อน เขาใส่เสื้อผ้าทำจากฝ้าย แต่ทั้งหมดเป็นแบบเดียวและมีสีขาว เขาย้อมหนวดและเคราเป็นสีขาว เข้ากับสีผมและเสื้อผ้า และนั่นเป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนจำได้ ในวัย 65 ปี ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ได้ก่อตัวขึ้นในรูปบริษัท เป็นครั้งแรก โดยผู้ก่อตั้งคือผู้พันแซนเดอร์ส ร้านอาหารหลักของเขาก็ประสบปัญหาล้มเหลวอีกครั้ง เนื่องจากเกิดถนนสายระหว่างรัฐที่ 75 (Interstate 75) ทำให้คนไม่เดินทางผ่านถนนท้องถิ่นเดิม มาที่ร้านของเขา เมื่อเกิดวิกฤติ มีคนมากินอาหารน้อยลง เขาได้ใช้เงิน $105 จากเงินสวัสดิการเกษียณอายุ (Social Security check) ใบแรก เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายการเดินทางไปเยี่ยมผู้ซื้อแฟรนไชส์ของเขา และนี่อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เขาหันมาทำกิจการแฟรนไชส์เครือข่ายร้านอาหารอย่างจริงจัง แม้วัยของเขาจะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว ในปี ค.ศ. 1964 ผู้พันแซนเดอร์สได้ขายกิจการ ไก่ทอดเคนตั๊กกี้ให้แก่ กลุ่มนักลงทุนมืออาชีพที่มี Jack Massey และ John Y. Brown Jr. เป็นแกนนำ และเพื่อรักษาไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ให้คงคุณภาพและรสชาติแบบดั้งเดิม จึงมีการเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งชาติของ KFC ขึ้นในปีค.ศ. 1978 โดยมีผู้พันแซนเดอร์สเป็น ผู้ตรวจสอบการรักษารสชาติ ของไก่ทอดเป็นหม้อแรก จากพีท ฮาร์แมน ผู้ที่ได้แฟรนไชส์เป็นรายแรกและเหตุผลที่ผมชื่นชอบเขานั้น ก็คือ เค้าเป็นคนที่ถึงแม้เขาจะเจอเรื่องเลวมามากมายแค่ไหนเขาก็จะเดินก้าวต่อไป จะขยันจนตัวตาย แล้วทำจุดมุ่งหมายของชีวิตให้สำเร็จ ไม่ว่าจะผิดหวังกี่ครั้ง เสียใจกี่หน อยากจะฆ่าตัวตายสักกี่รอบ เขาก็จะกลับมา เดินบนเส้นทางเขาเหมือนเดิมเขาช่างเป็นุคคลตัวอย่างของโลกและทำให้ผมปลื้มที่สุด และเอาเขามาเป็นตัวอย่าง

แหล่งอ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8...

นาย สถาพร พึ่งพัฒนา ชั้น ม.6/2 เลขที่ 6

อดัม สมิธ

 

http://www.thaigoodview.com/node/204569

นายกิตติธัช คงประการ ม.6/2 เลขที่ 5

อับราฮัม ลินคอล์น

http://www.thaigoodview.com/node/204568

นายวสันต์ กมลงาม ม.6/2 เลขที่ 18

นุสรา ต้อมคำ

นาย พลวัต รื่นอายุ ม6/2เลขที่7

http://hilight.kapook.com/view/73243

บุคคลต้นแบบ "Avril Lavigne"

นางสาว สุภาพร นิมิตรัตน์ ม.6/2 เลขที่39

http://www.thaigoodview.com/node/204186

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
http://www.thaigoodview.com/node/204139
นายเมธาวี แม้นศรีสม ชั้นม. 6/2เลขที่9

http://www.thaigoodview.com/node/204085

 

เซอร์ไอแซก นิวตัน

นาย รฐนนท์   สังข์ทอง ม.6/2 เลนที่ 17

ตูน BodyslamSmile

http://www.thaigoodview.com/node/203935

นางสาวกนกวรรณ  ฟองจ้อน  เลขที่ 23

 

http://www.thaigoodview.com/node/203902

ว.วชิรเมธี ไอดอลแห่งธรรม

นางสาว ณัฎฐินันท์ ยาประยงค์ ม.6/2 เลขที่ 41

http://www.thaigoodview.com/node/203902

ว.วชิรเมธี ไอดอลแห่งธรรม

นางสาว ณัฎฐินันท์ ยาประยงค์ ม.6/2 เลขที่ 41

บุคคลต้นแบบ บูเช็กเทียน

http://www.thaigoodview.com/node/203889

น.ส กฤติมา ล้อมหทัย ม.6/2 เลขที่31

นางสาว สุจิตรา   ละอองคำ เลขที่ 27

กรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) 

http://www.thaigoodview.com/node/203862

นางสาว สุจิตรา   ละอองคำ เลขที่ 27

กรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) 

http://www.thaigoodview.com/node/203862

นางสาว รัตนสุดา รัตนภักดี ม.6/2 เลขที่ 30

บุคคลต้นแบบ คือ โก๊ะตี๋ อารามบอย

http://www.thaigoodview.com/node/203859

อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

http://www.thaigoodview.com/node/203855

นางสาวทรรศน์มน คูณขุนทด ชั้นม.6/2 เลขที่ 21

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 
 
http://www.thaigoodview.com/node/203844
 
น.ส.ปัญญากร  สามารถ  ม.6/2 เลขที่29

 

ออ

 

 

 

สุดารัตน์ บุตรพรม(ตุ๊กกี ชิงร้อยชิงล้าน)

เป็นที่รู้กันดีว่า สาวตุ๊กกี้ เป็นอีกดาวตลกสู้ชีวิตเป็นอย่างมาก ความฝันในวัยเด็กกับความประทับใจ“ครูฝึกสอนนาฏศิลป์” ทำให้เธออยากไปเรียนเป็น “ครูนาฏศิลป์” จนเธอมุ่งมั่นเรียนจบคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเรียนการแสดงที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามต่อ จากนั้นตุ๊กกี้ เริ่มเข้าสู่โหมดการทำงานโดยเข้าทำงานที่“ภูเก็ตแฟนตาซี” ที่น่าชื่นชมในความเป็นนักสู้ชีวิต ตุ๊กกี้ ส่งเงินเดือนทุกเดือนกลับไปทางบ้านตลอด และเลี้ยงชีพด้วยเงินเบี้ยเลี้ยงจากการแสดง

 

ชีวิตตุ๊กกี้ เริ่มฉายแววเมื่อตัดสินใจเข้ากรุงเทพ และสมัครเข้าทำงานกับ"เวิร์คพ้อยท์" ในตำแหน่งคนดูแลเสื้อผ้า โดยได้รับเงินเดือนประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งตำแหน่งงานตรงนี้ ทำให้ตุ๊กกี้ ได้พบปะดารา ศิลปิน อย่างมากมาย และเพราะเป็นที่หน้าตาหรือวาสนา ที่ไปเตะตาตลกรุ่นพี่"หม่ำ จ๊กมก"เข้า จึงทำให้ ตุ๊กกี้ ได้ออกมาสัมผัสบนหน้าทีวีอยู่ระยะหนึ่ง กระทั่งบ่อยขึ้นๆ เพราะคอนเซปในการแต่งหน้าแต่งตัวให้ขำ และมุกตลก ทำให้คนสนใจและติดตาม จนได้เปลี่ยนหน้าที่จากเบื้องหลังมาทำเบื้องหน้าในพริบตา และมามีชื่อเสียงสุดๆ เมื่อ"เสี่ยตา ปัญญา"ได้ให้โอกาสเข้าไปอยู่ในแก๊งสามช่า แถมได้เป็นนางเอกภาพยนต์ มีงานโชว์ตัว โฆษณา อีกมากมาย

 

เพราะความที่เป็นคนกตัญญู ตุ๊กกี้ก็ไม่ลืมทำหน้าที่ลูกที่ดี เมื่อมีชื่อเสียงเงินทอง เงินน้ำพักน้ำแรงจากการทำงาน ตุ๊กกี้เองก็ได้เอาไปสร้างบ้านให้พ่อแม่ที่อุดรฯและยังกว้านซื้อที่ดินเก็บไว้ แถมซื้อบ้านให้ตัวเองเป็นรางวัลชีวิต หนี้สินต่าง ๆ ถูกเคลียร์หมดในเวลาไม่นาน แถมเธอยังมีเงินเป็นกอบเป็นกำ เรียกได้ว่าขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีย่อยๆไปแล้ว

สุดารัตน์ บุตรพรม หรือรู้จักกันในชื่อ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย (เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2522) เป็นนักแสดงตลกหญิงชาวไทย รูปร่างเตี้ย ตัวเล็ก กล้าแสดงออก เกิดที่จังหวัดอุดรธานี เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จนถึงระดับปริญญาตรีจนสำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าร่วมกับแก๊งสามช่าเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยช่วงแรกมักจะมาเป็นนักแสดงประกอบในบางสัปดาห์ และสามารถเป็นตัวขโมยซีนได้ในหลาย ๆ ตอน ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงผลงานการแสดงภาพยนตร์เป็นตัวประกอบในหลาย ๆ เรื่อง เช่น แหยม ยโสธร, โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง, เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2, ว้อหมาบ้ามหาสนุก ฯลฯ จนได้เป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ และเป็นพิธีกรรายการ ล้วงลับตับแตก ทางโมเดิร์นไนน์

Tukky Chingroi.jpg

 

ภาพยนตร์

  • (2548) แหยม ยโสธร รับบท สาวน้อยตกน้ำ (นักแสดงประกอบ)
  • (2549) โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง รับบท เลขาผู้กำกับ (นักแสดงประกอบ)
  • (2550) เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย แสดงคู่กับ โหน่ง ชะชะช่า
  • (2551) บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 รับบท นักร้องมาแคสติ้ง (นักแสดงประกอบ)
  • (2551) ว้อหมาบ้ามหาสนุก รับบท กระแต คู่กับ ชูษี เชิญยิ้ม
  • (2552) แต๋วเตะตีนระเบิด รับบท ครูฟ้าใส
  • (2552) วงษ์คำเหลา รับบท หญิงนุช
  • (2552) หอแต๋วแตก แหกกระเจิง รับบท อุษามณี
  • (2552) แหยม ยโสธร 2 (นักแสดงประกอบ)
  • (2553) โป๊ะแตก (นักแสดงประกอบ)
  • (2553) ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ แสดงคู่กับ หลุยส์ สก๊อต/อารักษ์ อมรศุภศิริ
  • (2553) สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก รับบท ครูอิน
  • (2553) กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว
  • (2553) สุดเขตสเลดเป็ด รับบท กิ๊ฟซี่
  • (2554) เท่ง โหน่ง จีวรบิน รับบท แอร์โฮสเตส
  • (2554) ฮักนะ 'สารคาม รับบท อุบล
  • (2554) 30+ โสด On Sale รับบท ย้งยี้
  • (2555) ปัญญา เรณู 2 รับบท อภัสรา
  • (2556) ภาพยนตร์สั้นของซันซิลเรื่อง "2 เริ่ด เชิ่ด สวย" (ร่วมกับ พัชราภา ไชยเชื้อ)
  • (2556) Oh My Ghost คุณผีช่วย รับบท คิตตี้
  • (2557) ปอบหน้าปลวก
  • (2557) สตรีเหล็ก ตบโลกแตก รับบท ครูบี๋

รายการโทรทัศน์

ปัจจุบัน

  • - ชิงร้อยชิงล้าน ออกอากาศทาง ช่อง 3
  • - ตลกหกฉาก ออกอากาศทาง เวิร์คพอยท์ทีวี (21 ตุลาคม 2550 - 27 ธันวาคม 2551, 24 เมษายน 2552 - ปัจจุบัน)
  • - My Man Can แฟนฉันเก่ง ออกอากาศทาง เวิร์คพอยท์ทีวี (4 มีนาคม พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน)
  • - ตุ๊กกี้ ตุ๊กกี้ โชว์ ออกอากาศทาง เวิร์คพอยท์ทีวี (6 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน)
  • ความประทับใจในตัวของตุ๊กกี้ 
  • ตุ๊กกี้เป็นคนที่มีนิสัยเฮฮา เป็นกันเองมีความกตัญญูต่อบิดามาดารไม่ลืมถิ่นกำเนิดของตัวเองเป็นตัวของตัวเองสูงทำงานคือทำงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว เเม้ว่าชีวิตของเขากว่าจะพามาถึงจุดนี้ได้ไม่ให้เริ่องง่ายเลย ทำให้ตัวฉันยกย่องให้เขาเป็นบุคคลต้นเเบในการทำเดินชีวิต
  • อ้างอิง
  • https://th.wikipedia.org/wiki/
  • http://money.sanook.com/gallery/gallery/184013/43397/

นางสาว จิรพร   ล่ำฮวด   ชั้น 6/2  เลขที่ 32

บีโธเฟน (Ludwig Van Beethoven)

http://www.thaigoodview.com/node/203752

นายชานน ชนวัฒนะกูล   ชั้น ม.6/2   เลขที่ 13

นายธิติสร กวาวสอง

บุคคลต้นแบบ สตีฟ จ็อบส์

http://www.thaigoodview.com/node/203682

นางสาว ปาณิสรา น้อยผา ม.6/2 เลขที่42

บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิต คือ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

http://www.thaigoodview.com/node/203671

ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin

น.ส.ภูริชญา    คงสมจิตร์   เลขที่ 33

http://www.thaigoodview.com/node/203634

 

Lionel Messi

วันเกิด : 24 มิถุนายน พ.ศ. 2530

เกิดที่ : โรซารีโอ อาร์เจนตินา

สูง : 1.69 เมตร (6 ft)

ตำแหน่ง : กองหน้า / ปีก

ข้อมูลการค้าแข้ง

สโมสรปัจจุบัน : บาร์เซโลนา

หมายเลขเสื้อ : 10

โอเนล เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคนี้

เมสซี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009) และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010 และ 2011 โดยเมสซี่ยังถูกเปรียบเทียบถึงสไตล์การเล่นของเขาและความสามารถว่าเหมือนเดียโก มาราโดน่า ซึ่ง มาราโน่าเองก็ยกย่องเมสซี่ว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นและจะเป็นตำนานเหมือนกับเขา

เมสซี่ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบความเก่งกาจของเขาอย่างรวดเร็ว โดยเมสซี่ออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 ที่เขาฝึกฝนฟุตบอลอยู่ และย้ายไปอยู่ยุโรปพร้อมครอบครัว แต่เมสซี่ซึ่งมีโรคขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตติดตัวมา และทางบาร์เซโลน่าก็เสนอในการรักษาโรคนี้ให้กับเมสซี โดยเมสซี่ลงเตะให้กับบาร์ซ่าครั้งแรกในฤดูกาล 2004-–05 และทำลายสถิติของทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีกได้ ฤดูกาลแจ้งเกิดของเมสซี่คือฤดูกาล 2006-07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว และทำแฮตทริกได้ในศึกเอลกลาซีโก พอจบฤดูกาลเมสซี่ยิงประตูรวม 14 ประตู 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซี่ก็ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008-09 เขายิงประตู 38 ประตู เป็นนักเตะสำคัญของทีมในการเก็บชัยชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกทำลายไปในฤดูกาลถัดมา เมสซี่ฟอร์มร้อนแรงยิ่งขึ้น ในฤดูกาล 2009-10 เขายิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโด้(บราซิล)ที่เคยทำให้กับบาร์เซโลน่า แต่เมสซี่ก็มาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งในฤดูกาล 2010-11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

 

เมสซีเป็นหนึ่งในนักเตะของบาร์ซ่าที่คว้าแชมป์ลาลีกา 5 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง ยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ. 2009 และ 2011 แต่เมสซี่พลาดการลงสนามในนัดที่บาร์เซโลน่าชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้เล่นในการแข่งขัน และฤดูกาล 2010–11 ในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก เมสซีถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง แต่อย่างไรก็ตามเมสซี่เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ปีติดต่อกัน หลังจากที่รายการนี้เปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992

 

เมสซี่ ลงแข่งอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับทีมชุดใหญ่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003 ขณะที่อายุได้ 16 ปี 145 วัน ในนัดกระชับมิตรกับสโมสรฟุตบอลปอร์ตู ต่อมาไม่ถึงปี ฟรังก์ ไรการ์ด (Frank Rijkaard) ให้เขาลงแข่งในลาลีกาครั้งแรกในนัดเจอกับ เอสปาญอล เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2004 (ขณะอายุ 17 ปี 114 วัน) ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า และเป็นผู้เล่นสโมสรที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นในลาลีกา แต่ต่อมาสถิตินี้ถูกทำลายโดยเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลนา โบยาน เกอร์กิช และเมื่อเขาทำประตูแรกในทีมชุดใหญ่ให้กับสโมสรที่แข่งกับอัลบาเซเตบาลอมเปีย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2005 ขณะที่เมสซีอายุ 17 ปี 10 เดือน 17 วัน ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลาลีกา ให้กับทีมบาร์เซโลน่า แต่สถิติก็ถูกทำลายอีกครั้งโดยโบยาน เกอร์กิชในปี ค.ศ. 2007 ที่ยิงประตูจากการจ่ายของเมสซี และเมสซียังได้กล่าวเกี่ยวกับอดีตโค้ชของเขาฟรังก์ ไรการ์ดว่า “ผมจะไม่มีวันลืมความจริงที่ผมได้เริ่มต้นอาชีพของผมนี้ ว่าเขาได้สร้างความเชื่อมั่นในตัวผม ขณะที่ผมอายุเพียง 16 ย่าง17 ปีเท่านั้น”

สถิติ : ลีโอเนล เมสซี่่

แชมป์ที่ได้กับบาร์เซโลนา
ลาลีกา: 5
2004–05, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2010–11
โกปาเดลเรย์: 1
2008–09
ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา: 4
2005, 2006, 2009, 2010
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 3
2005–06, 2008–09, 2010–11
ยูฟ่าซูเปอร์คัป: 2
2009, 2011
ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัป: 2
2009, 2011
แชมป์ที่ได้อาร์เจนติน่า
ฟุตบอลโลกอายุไม่เกิน 20 ปี: 1
2005
เหรียญทองโอลิมปิก: 1
2008

แนวคิดที่ได้จากบุคคลต้นแบบ

-ไม่ว่าผลของการพยายามทำตามเป้าหมายจะออกมาแบบไหน เราก็ควรจะพยายามทำต่อไป แล้วใช้เรื่องราวที่พลาดนำมาปรับปรุง

แนวทางการนำแนวคิดที่ประทับใจมาใช้ในชีวิตประจำวัน

-เราควรพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี อย่าไปโทษโชคชะตา แล้วมาลงมือทำตามสิ่งที่ผัน

นาย ปฐพี อุดมเลิศปรีชา เลขที่ 4

Lionel Messi

วันเกิด : 24 มิถุนายน พ.ศ. 2530

เกิดที่ : โรซารีโอ อาร์เจนตินา

สูง : 1.69 เมตร (6 ft)

ตำแหน่ง : กองหน้า / ปีก

ข้อมูลการค้าแข้ง

สโมสรปัจจุบัน : บาร์เซโลนา

หมายเลขเสื้อ : 10

โอเนล เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคนี้

เมสซี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009) และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010 และ 2011 โดยเมสซี่ยังถูกเปรียบเทียบถึงสไตล์การเล่นของเขาและความสามารถว่าเหมือนเดียโก มาราโดน่า ซึ่ง มาราโน่าเองก็ยกย่องเมสซี่ว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นและจะเป็นตำนานเหมือนกับเขา

เมสซี่ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบความเก่งกาจของเขาอย่างรวดเร็ว โดยเมสซี่ออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 ที่เขาฝึกฝนฟุตบอลอยู่ และย้ายไปอยู่ยุโรปพร้อมครอบครัว แต่เมสซี่ซึ่งมีโรคขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตติดตัวมา และทางบาร์เซโลน่าก็เสนอในการรักษาโรคนี้ให้กับเมสซี โดยเมสซี่ลงเตะให้กับบาร์ซ่าครั้งแรกในฤดูกาล 2004-–05 และทำลายสถิติของทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีกได้ ฤดูกาลแจ้งเกิดของเมสซี่คือฤดูกาล 2006-07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว และทำแฮตทริกได้ในศึกเอลกลาซีโก พอจบฤดูกาลเมสซี่ยิงประตูรวม 14 ประตู 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซี่ก็ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008-09 เขายิงประตู 38 ประตู เป็นนักเตะสำคัญของทีมในการเก็บชัยชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกทำลายไปในฤดูกาลถัดมา เมสซี่ฟอร์มร้อนแรงยิ่งขึ้น ในฤดูกาล 2009-10 เขายิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโด้(บราซิล)ที่เคยทำให้กับบาร์เซโลน่า แต่เมสซี่ก็มาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งในฤดูกาล 2010-11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

 

เมสซีเป็นหนึ่งในนักเตะของบาร์ซ่าที่คว้าแชมป์ลาลีกา 5 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง ยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ. 2009 และ 2011 แต่เมสซี่พลาดการลงสนามในนัดที่บาร์เซโลน่าชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้เล่นในการแข่งขัน และฤดูกาล 2010–11 ในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก เมสซีถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง แต่อย่างไรก็ตามเมสซี่เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ปีติดต่อกัน หลังจากที่รายการนี้เปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992

 

เมสซี่ ลงแข่งอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับทีมชุดใหญ่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003 ขณะที่อายุได้ 16 ปี 145 วัน ในนัดกระชับมิตรกับสโมสรฟุตบอลปอร์ตู ต่อมาไม่ถึงปี ฟรังก์ ไรการ์ด (Frank Rijkaard) ให้เขาลงแข่งในลาลีกาครั้งแรกในนัดเจอกับ เอสปาญอล เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 2004 (ขณะอายุ 17 ปี 114 วัน) ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า และเป็นผู้เล่นสโมสรที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นในลาลีกา แต่ต่อมาสถิตินี้ถูกทำลายโดยเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลนา โบยาน เกอร์กิช และเมื่อเขาทำประตูแรกในทีมชุดใหญ่ให้กับสโมสรที่แข่งกับอัลบาเซเตบาลอมเปีย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2005 ขณะที่เมสซีอายุ 17 ปี 10 เดือน 17 วัน ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลาลีกา ให้กับทีมบาร์เซโลน่า แต่สถิติก็ถูกทำลายอีกครั้งโดยโบยาน เกอร์กิชในปี ค.ศ. 2007 ที่ยิงประตูจากการจ่ายของเมสซี และเมสซียังได้กล่าวเกี่ยวกับอดีตโค้ชของเขาฟรังก์ ไรการ์ดว่า “ผมจะไม่มีวันลืมความจริงที่ผมได้เริ่มต้นอาชีพของผมนี้ ว่าเขาได้สร้างความเชื่อมั่นในตัวผม ขณะที่ผมอายุเพียง 16 ย่าง17 ปีเท่านั้น”

สถิติ : ลีโอเนล เมสซี่่

แชมป์ที่ได้กับบาร์เซโลนา
ลาลีกา: 5
2004–05, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2010–11
โกปาเดลเรย์: 1
2008–09
ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา: 4
2005, 2006, 2009, 2010
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 3
2005–06, 2008–09, 2010–11
ยูฟ่าซูเปอร์คัป: 2
2009, 2011
ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัป: 2
2009, 2011
แชมป์ที่ได้อาร์เจนติน่า
ฟุตบอลโลกอายุไม่เกิน 20 ปี: 1
2005
เหรียญทองโอลิมปิก: 1
2008

แนวคิดที่ได้จากบุคคลต้นแบบ

-ไม่ว่าผลของการพยายามทำตามเป้าหมายจะออกมาแบบไหน เราก็ควรจะพยายามทำต่อไป แล้วใช้เรื่องราวที่พลาดนำมาปรับปรุง

แนวทางการนำแนวคิดที่ประทับใจมาใช้ในชีวิตประจำวัน

-เราควรพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี อย่าไปโทษโชคชะตา แล้วมาลงมือทำตามสิ่งที่ผัน

นาย ปฐพี อุดมเลิศปรีชา เลขที่ 4

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 131 คน กำลังออนไลน์