งานครั้งที่ 6 ม.6/2

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ม. 6/2

 

 

สวัสดีค่ะ  นักเรียนที่น่ารักทุกคน  

ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่การจัดการเรียนการสอน

 

 

วิชาหน้าที่พลเมือง   ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา  2558

 

 

งานครั้งที่  6

 

 

จากการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม  จะพบถึงความหลากหลายของเชื้อชาติ  ศาสนา  ความเชื่อ  และด้านต่าง ๆ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม  ดังนั้นนักเรียนในฐานะของเยาวชนของชาติ  จำเป็นต้องมีแนวคิด  และแนวทางในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกัน  จากที่กล่าวมา  ให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ  " หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง "  พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน

  ( เนื้อหาขั้นต่ำ  40  บรรทัด  และตกแต่งให้สวยงาม )

*** ห้ามคัดลอกจากอินเตอร์เน็ตเด็ดขาด ***

 

ส่งภายในวันที่  17  กุมภาพันธ์  2559  เวลา  22.00  น.

 

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง


http://www.thaigoodview.com/node/205081


นส.มัณฑนากร  หนูเซ่ง ม. 6/2 เลขที่ 36


 

 เรื่อง ความขัดแย้งและความรุนแรงระหว่างศาสนา


    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการไม่สิ้นสุด  แต่ต้องการปัจจัยในการดำรงชีวิตมากมายทังอาหาร เครื่องนุ่งห่ม  ยาและที่อยู่อาศัย และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้กระทำสิ่งต่าง ๆ  ออกมา จนกลายเป้นความเชื่อ  ลัทธิต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยโบราณที่ยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตกัน  กระทั่งได้กลายมาเป็นศาสนา สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่มนุษย์ต่าง ๆ ในโลกนับถือ
    เวลาพูดถึงศาสนา  เราต้องแยกระหว่างศาสนธรรมกับลัทธิ  ศาสนาธรรมเป็นแก่นหรือเนื้อหาสาระสำคัญสุดของศาสนานั้น ๆ อันจะสามารถทำผู้ที่เชื่อถือ และเลื่อมใสแล้วปฏิบัติตามให้บรรลุผลบั้นปลาย  อันอาจทำลายความทุกข์หรือความเห็นแก่ตัวได้  หมดสิ้นจนหลุดพ้นจากพันธนาการต่าง ๆ ให้ได้เข้าสู่ความดีงามที่สร้างสมขึ้นมาเป็นเวลานาน  โดยอ้างว่าสืบเนื่องแต่องค์ศาสนาใด ๆ ในศาสนานั้น
    ศาสนาโดยเนื้อแท้เป็นสิ่งสูงสุดภายในของมนุษย์แต่ละคน เป็นตัวคุณค่าอันลึกซึ้งที่สุดที่จะพัฒนามนุษย์ให้พ้นจากสัญชาติญาณ  แห่งความเป็นสัตย์เดียรฉาน เพื่อขยับขึ้นสู่ความเป็นผู้มีใจสูง  เพื่อไม่เอาเปรียบตนเองและไม่เอาเปรียบคนอื่น  ตลอดจนสรรพสัตย์และสรรพสิ่งในสากลจักวาล  และเพื่อแสวงหาศักยภาพของตนให้ได้ให้เป็นพลังในการสร้างสรรค์ในอันที่จะรับใช้เกื้อกูลผู้อื่น สัตว์อื่น  โดยรู้จักสยบยอมอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในระบบความเป็นธรรมดาหรือธรรมชาติ  โดยเห็นว่าบรมธรรม  หรือพระเจ้า  หรืออัลเลาะห์ ก็สุดแท้แต่จะกล่าวขานกันเป็นภาษาในศาสนานั้น ๆ
    ซึ่งศาสนาแต่ละศาสนานั้นล้วนแต่สั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี  มีศีลธรรม  การอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างปกติสุข  และเนื่องจากมีผู้คนที่นับถือศาสนาต่าง ๆ กัน  และอาศัยปะปนกันอยู่ตามมุมต่าง ๆ บนโลก จึงมักมีความเหมือน  และความต่างกันในที่เดียวกัน  จากความจริงดังกล่าวจึงมาก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกันในบางความคิด  บางความเชื่อ กระทั่งกลายเป็นข้อโต้แย้งของสังคม  และกลายเป็นปัญหาที่มีความบอบบางต่อจิตใจมาก  จนบางครั้งนำไปสู่สงครามและก่อให้เกิดความสูญเสียมากมายทั้งที่เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ  เชื่อว่าศาสนาของตนเหนือกว่าศาสนาอื่น  จนไม่ยอมรับความคิดและความแตกต่างของศาสนาใด ๆ แม้จะอยู่ในประเทศเดียวกันก็ตาม

ความขัดแย้งภายในศาสนาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น

1) ความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมในประเทศปากีสถาน ที่นำไปสู่การแยกเป็น ประเทศปากีสถานกับบังกลาเทศเมื่อ ค.ศ. 1971 โดยมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ประการที่หนึ่งมา จากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แยกปากีสถานออกเป็น 2 ส่วน คือ ปากีสถานตะวันตกและปากีสถาน ตะวันออก โดยมีอินเดียคั่นกลาง ส่วนอีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ ความไม่พอใจในความไม่เท่า เทียมกัน เนื่องจากประชากรในปากีสถานตะวันออกส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร ทั้งหมดของประเทศปากีสถาน แต่รัฐบาลกลับให้ความสนใจในการพัฒนาปากีสถานตะวันตกมาก กว่า ชาวปากีสถานตะวันออกจึงพยายามที่จะแยกตัวออกมา รัฐบาลปากีสถานจึงส่งกองทหารเข้า ปราบปราม ทำให้ชาวปากีสถานตะวันออกหลบหนีไปอาศัยอยู่ในอินเดีย โดยที่รัฐบาลปากีสถาน กล่าวโจมตีอินเดียว่าให้การสนับสนุนแก่ชาวปากีสถานตะวันออก อย่างไรก็ตาม ในที่สุดปากีสถานตะวันออกก็สามารถแยกประเทศได้สำเร็จและจัดตั้งประเทศใหม่ในชื่อว่า บังกลาเทศ

ปฐพี อุดมเลิศปรีชา เลขที่ 4

เรื่อง เหยียดสีผิว

        มนุษย์มักสำคัญตนเหนือกว่าสิ่งรอบข้างเสมอ  บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินคำกล่าวอ้างที่ว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ  เป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  มนุษย์มักขีดเส้นแบ่งตัวเองให้เหนือกว่าสิ่งรอบข้างทั้งหลาย  ไม่เพียงแต่สิ่งมีชีวิตอื่นเท่านั้นที่ถูกมนุษย์แบ่งแยกให้ต่ำกว่าตน  แม้แต่มนุษย์ด้วยกันเองยังถูกจัดประเภทจากการที่เขามีความแตกต่างจากมนุษย์กลุ่มนั้น
         ไม่เฉพาะแต่อเมริกาเท่านั้นที่ในอดีตมีปัญหาการเหยียดสีผิวอย่างรุนแรง  แม้แต่ในแอฟริกาก็เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นเช่นเดียวกัน แม้ว่าคนพื้นเมืองดั้งเดิมจะเป็นเจ้าของพื้นที่และได้ชื่อว่าเป็นผู้อยู่มาก่อน แต่การล่าอาณานิคมของคนผิวขาวในยุคแสวงหาอาณานิคมทำให้ชนพื้นเมืองดั้งเดิมต้องกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง  ต้องยอมปฏิบัติตามและตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของผู้มาใหม่ทุกประการ ภายหลังเมื่อแอฟริกาใต้ได้รับเอกราชจากอังกฤษและฮอลแลนด์แล้ว  ชาวแอฟริกันก็ยังต้องอยู่ภายใต้การปกครองของคนขาวในฐานะประเทศเอกราชในเครือจักรภพอังกฤษ ด้วยเหตุที่คนขาวมีความรู้ความสามารถมากกว่าจึงใช้อำนาจที่มีกดขี่ข่มเหงคนผิวดำด้วยนโยบายที่ควรได้รับการประณามมากที่สุดนโยบายหนึ่งที่มีชื่อว่า นโยบายการแบ่งแยกสีผิว

การแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบภายใต้กฎหมายหลายฉบับที่มีผลในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพแทบทุกด้านของชาวแอฟริกาใต้ กฎหมายฉบับหนึ่งมีข้อบังคับให้คนที่ไม่ใช่คนผิวขาว  ต้องย้ายออกไปอยู่ในดินแดนห่างไกลที่รัฐบาลคนผิวขาวได้กำหนดไว้ โดยกันพื้นที่ที่มีความเจริญและมีสิ่งสาธารณูปโภคไว้สำหรับชนผิวชาวเท่านั้น กฎหมายนี้สร้างความเดือดร้อนอย่างมากให้กับคนผิวดำเพราะต้องเดินทางไกลเพื่อ มาทำงานแลกค่าแรงขั้นต่ำในเขตของคนขาวกฎหมายที่ได้กำหนดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในแอฟริกาใต้ต้องมาจดทะเบียนจำแนกตามเชื้อชาติ ของตน มีสี่กลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มคนขาว กลุ่มคนดำ กลุ่มคนผิวสี และกลุ่มคนเอเชีย กฎหมายฉบับนี้จะจำกัดและกำหนดสิทธิทางสังคม สิทธิทางการเมือง สิทธิในการได้รับบริการจากรัฐและบริการทางการแพทย์ โอกาสทางการศึกษาและสถานะในการทำธุรกิจโดยสิทธิที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับกลุ่มเชื้อชาติที่พวกเขาสังกัดอยู่และเป็นที่แน่นอนว่าภายใต้กฎหมายฉบับนี้คนที่ ไม่ใช่คนขาว ก็จะต้องเป็นผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิต่างๆมากที่สุด

                 The Separate Representation of Voters Act No. 46 เป็นกฎหมายที่มีการบังคับใช้ในปี 1951 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับเพื่อจำกัดสิทธิทางการเมืองของคนผิวดำกล่าวคือ เพื่อไม่ให้คนดำได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนของตนในสภานั่นเอง  ซึ่งภายหลังได้ถูกยกเลิกนำมาซึ่งการตั้งพรรคการเมืองของคนผิวดำ 

                 ส่วนTerrorism Act No 83 of 1967 เป็นกฎหมายที่ว่าด้วย การป้องกันการก่อการร้ายแต่กลับถูกนำมาใช้ในการปราบปรามคนดำที่ไม่เห็นด้วยกับกฎข้อบังคับหรือคำสั่งของรัฐบาลคนผิวขาว โดยกฎหมายระบุว่าหากผู้ใดกระทำการใดๆที่อาจเชื่อได้ว่าเป็นการผ่าฝืนต่อกฎหมายหรือคำสั่ง ผู้นั้นจะต้องถูกจับไปกักขังไว้โดยไม่มีกำหนดเวลาและโดยไม่ต้องผ่านกระบวน การยุติธรรมตามกฎหมาย 

                 นโยบายการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มคนผิวดำ เป็นอย่างมากและกลายเป็นชนวนเหตุของการประท้วง การต่อต้านและจลาจล แต่สิ่งที่น่าสลดใจก็คือรัฐบาลคนผิวขาวตอบแทนกลุ่มผู้ประท้วงด้วยการใช้ กำลังตำรวจเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง(police brutality) มีการจับตัวกลุ่มผู้ประท้วงไปกักขังโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม มีการทรมานนักโทษตลอดจนการห้ามการรวมกลุ่มของคนผิวดำที่รูปแบบ
ขององค์กร ต่างๆ
อกจากนี้เรื่องที่ไม่อาจมองข้ามอีกเรื่องหนึ่งในประเด็นการแบ่งแยกสีผิวก็คือ การเหยียด สีผิวรวมถึงชาติพันธุ์ในเกมฟุตบอล 

                   ปัจจุบัน เกือบทุกสโมสรฟุตบอลในระดับลีกสูงสุดของอังกฤษล้วนแต่มีนักฟุตบอลผิวสี และต่างชาติพันธุ์เข้าร่วมและยกระดับมาตรฐานการเล่นฟุตบอลในอังกฤษให้ดียิ่งขึ้น

                   นักฟุตบอลผิวดำคนแรกของเกาะอังกฤษ Arthur Wharton เซ็นสัญญาเข้าเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสร Darlington FC ในปี ค.ศ.1889 หรือราวร้อยกว่าปีที่แล้ว   แต่ทว่าการเหยียดผิวในเกมกีฬาชนิดนี้ยังไม่เคยหมดสิ้นไป

                   จาก Wharton จน ถึงปัจจุบัน นักฟุตบอลผิวสีในอังกฤษได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในเชิงลูกหนังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนักฟุตบอลผิวสีในอังกฤษมีจำนวนมากกว่า 25% ของทั้งหมด   แต่จากการสำรวจของเบียร์ Carling ผู้สนับสนุนการแข่งขันของ Premier League ใน ฤดูกาลที่ 1993/94 พบว่ามีเพียง 1% ของแฟนบอลที่ไม่ใช่ "คนผิวขาว" จึงเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่เรามักจะเห็นคนผิวขาวหัวรุนแรง รุมร้องรำทำเพลง ยั่วยุ เสียดสีนักเตะผิวสีอยู่เนืองๆ

                    เพลง เชียร์ที่มีท่วงทำนองและเนื้อหาดูถูกและเหยียดสีผิว มักได้ยินบ่อยครั้งในสนามฟุตบอล ในยุคทศวรรษที่ 1970 และ 1980 แฟนบอลผู้นิยมการเหยียดผิวข้างสนามชอบที่จะทำเสียงแบบ "ลิง" เพื่อล้อเลียนยั่วยุนักเตะผิวสีในสนาม

                    ค่านิยม "ขวาจัด" ของกลุ่มแฟนบอลในอังกฤษมีมาเกือบทุกยุคทุกสมัย เริ่มตั้งแต่ในทศวรรษที่ 1930 กลุ่ม British Union of Fascists ได้ทำร้ายแฟนลูกหนังชนชั้นกรรมชีพ จนเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนมาถึงทศวรรษที่ 1970 ในอังกฤษ เหล่าแฟนบอลขวาจัด และเหล่าฮูลิแกน ต่างก็สร้างปัญหาให้กับเกมกีฬานี้ โดยกลุ่มที่เคลื่อนไหวสำคัญคือกลุ่ม The National Front (NF) พวกเขาได้ออกนิตยสาร Bulldog ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับความบันเทิงและฟุตบอล แน่นอนว่ามีเนื้อหา "การเหยียดสีผิว-ชาติพันธุ์" แฝงอยู่ในนั้นด้วย ขาประจำของ Bulldog มีทั้งแฟนทีมต่างสโมสรต่างๆ ทั่วอังกฤษ ประโยคบรรยายสรรพคุณอย่างหนึ่งของนิตยสารที่ว่า "most racist ground in Britain' ได้กลายเป็นสโลแกนของแฟนทีม West Ham, Chelsea, Leeds United, Millwall, Newcastle United และ Arsenal ซึ่งในขณะนั้นถือว่ามีค่านิยมขวาจัดแข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในหลายสโมสรของอังกฤษ

                 เข้าสู่ยุคทศวรรษที่ 1990 ความพยายามแรกในการยับยั้งการเหยียดผิวและชาติพันธุ์ที่เป็นรูปธรรมของอังกฤษก็เกิดขึ้น การร้องเพลงล้อเลียน เสียดสี ที่เกี่ยวกับการเหยียดผิวและชาติพันธุ์ ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในอังกฤษ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการเหยียดผิวและชาติพันธุ์ ผ่านท่วงทำนองการเชียร์ฟุตบอลได้ เนื่องจากการลงโทษปัจเจกชนทำได้ยาก ทั้งจากเรื่องการหาหลักฐานและเจาะจงหาผู้กระทำผิด เพราะบนอัฒจันทร์ที่คละเคล้าไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา

                จะเห็นได้ว่าการเหยียดสีผิวเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อกำหนดความเหนือกว่าหรือด้อยกว่าบนพื้นฐานของสีผิวและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของมนุษย์  นอกจากนี้แต่ละประเทศมักยึดถือประวัติศาสตร์ที่สอนต่อๆกันมาเพื่อสร้างความชอบธรรมรองรับพฤติกรรมในอดีตของตนโดยไม่คำนึงว่าแท้ที่จริงแล้วมนุษย์ทุกคนล้วนแต่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์เดียวกัน  มนุษย์ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงควรได้รับการเคารพและปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน  การเหยียดสีผิวเพื่อแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างกันจึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนพึงมีอย่างหนึ่งและหากเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิดคิดว่าถ้าเราได้รับการเลือกปฏิบัติเช่นนั้นเราจะรู้สึกเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นหรือไม่  ปัญหาการเหยียดสีผิวก็คงจะหมดไปจากโลกใบนี้ในที่สุด

 

นายภัทรชนน  วินโกมินทร์ ม.6/2 เลขที่ 8 
รูปภาพของ nbrpimsiri

ตรวจแล้วค่ะ

สร้างสันติภาพ

http://www.thaigoodview.com/node/205052

นาย ธนภัทร ภักดีศุภผล ม.6/2 เลขที่12

รูปภาพของ nititorntan1

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

ความหลากหลายทางปัญญา คนเรามีความคิดแตกต่างกัน แต่เมื่อเรารวบรวมคนมาสร้างทีม น้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญกับความจริงข้อนี้ ผลที่ตามมาก็คือ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และเพศสภาพเป็นสิ่งที่ดูดีแต่ในกระดาษ โดยเฉพาะเมื่อทุกคนเข้ากันได้ดี แต่ในความเป็นจริง ทีมของคุณเข้ากันไม่ได้ เพราะแค่เอาความสามารถและบุคลิกภาพของแต่ละคนมาเป็นฐานในการปรับทีมให้เข้า กันได้อาจยังไม่พอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
การปรับทีมให้เข้ากันด้วยวิธีแบบนั้นอาจเป็นการกระทำที่เลวร้ายที่สุด ถ้าต้องเลือกระหว่างทีมที่สมาชิกมาจากสารพัดชาติพันธุ์และวัฒนธรรม แต่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าในอเมริกาแห่งเดียวกัน กับทีมที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่ทั้งหมดเป็นหญิงอเมริกัน ผิวดำ (หรือชายชาวเอเชียก็ได้) แต่แตกต่างกันทั้งอายุ ชนชั้น การศึกษา และบุคลิกภาพ ผมว่าทีมหลังมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าทีมแรก ด้วยเพราะความหลากหลายทางปัญญาในทีมนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น เป้าหมายของคุณคือการสร้างทีมที่มีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ เพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่และบุกตลาดใหม่ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องหาคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบมาร่วมทีมใช่ไหม ช้าก่อนครับ จะดีกว่าถ้าทีมของคุณมีส่วนผสมระหว่างขบถหัวสร้างสรรค์ ผู้ชอบทำตามกฎ และพวกที่ใส่ใจในรายละเอียด เมื่อผสมบุคคลเหล่านี้ในสัดส่วน 50% 30% และ 20% คุณจะได้ทีมงานที่มีความสร้างสรรค์พอเหมาะ ผู้รักษากฎกับพวกที่ยึดถือรายละเอียดไม่ควรเป็นคนหมู่มากในทีม แต่พวกเขาก็เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในการทำให้บรรดาขบถไม่ออกนอกลู่นอกทาง และตรงเวลา

- See more at: http://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=505#sthash.7wBJR4EQ.dpuf

ชื่อ นายสถาพร พึ่งพัฒนา ชั้นม.6/2 เลขที่ 6

 

http://www.thaigoodview.com/node/204860

นายรัชตพล ฮวดหนองโพธิ์ ม.6/2 เลขที่14

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจงานเรียบร้อยแล้วนะคะ

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 

http://www.thaigoodview.com/node/204575

นายกิตติธัช คงประการ ม.6/2 เลขที่ 5

รูปภาพของ nbr 11001

สุจิตรา ละอองคำ เลขที่27

เรื่องหลากหลาบเป็นหนึ่

http://www.thaigoodview.com/node/204547

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204546

นางสาว ขนิษฐา  แสงกระจ่าง  ม. 6/2  เลขที่ 34

รูปภาพของ nbr 11001

นางสาว รัตนสุดา รัตนภักดี เลขที่30

เรื่องความหลากหลายสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข

 http://www.thaigoodview.com/node/204521

หลากหลายกลายเป็นหนึ่งของครอบครัว
นางสาวคณิตตา พันทะพ้อง ม.6/2 เลขที่ 40


http://www.thaigoodview.com/node/204324


 

หลากหลายกลายเป็นหนึ่งของครอบครัว
นางสาวคณิตตา พันทะพ้อง ม.6/2 เลขที่ 40


http://www.thaigoodview.com/node/204324


 

รูปภาพของ nititorntan1

http://www.thaigoodview.com/node/204498

นายนิติธร พงษ์กำเหนิด เลขที่3 ชั้นม.6/2

รูปภาพของ nititorntan1

http://www.thaigoodview.com/node/204498

นายนิติธร พงษ์กำเหนิด เลขที่3 ชั้นม.6/2

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204462

นายจิรวัฒน์    ชูแสง  ม.6/2 เลขที่ 1

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204466

 
น.ส. นฤมล  ทำนานอก ม.6/2 เลขที่ 28

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

นางสาว ปาณิสรา น้อยผา ม.6/2 เลขที่42

http://www.thaigoodview.com/node/204467

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204441

น.ส.สุภาพร นิมิตรัตน์  ม.6/2 เลขที่ 39

เรียงความเรื่อง  หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง 

นางสาว พิชชากร   ไชยกูล  ม.6/2  เลขที่ 43

http://www.thaigoodview.com/node/204454

 

http://www.thaigoodview.com/node/204420

 

นางสาว ณัฎฐินันท์ ยาประยงค์ ม.6/2 เลขที่ 41

http://www.thaigoodview.com/node/204345 

นางสาว รัตนสุดา รัตนภักดี ม.6/2 เลขที่ 30

http://www.thaigoodview.com/node/204315

นาย พลวัต รื่นอายุ ม 6/2 เลขที่7

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 

             การอยู่รวมกันในสังคมไทยมีความหลากหลายของคนในสังคมมาจากต่างที่ต่าถิ่นของเเต่ละบุคคลมีความเชื่อที่ต่างกัน บางคนก็ต่างศาสนาเชื้อที่ต่างกันออกไป ทั้งความคิด การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ ในบางตรั้งก็เกิดการทะเละ ไม่เข้าใจกันในบางแหละการทะเลาะในเเต่ละครั้งก็รุนเเรงทำร้ายร่างกายและจิตใจของกันและกันทำให้ในสังคมเกิดความไม่สงบสุขเกิดปัญหาทุกวันไม่สงบสุขดังก่อน ปัญหาทางการเมืองเป็นสิ้งสำคัยมากเพาระไม่ว่ากี่ปีผ่านมาความขัดทางการเมทืองก็เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศเราจะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไรบางเพื่อที่จะทำให้สังคมมีความสงบสุขมากยิ่งขึ้น  ความขัดแย้งในสังคมมีสาเหตุและมีลักษณะอย่างที่กล่าวมาเบื้องต้นเกิดขึ้นได้อย่างไร มีข้อสังเกตว่า สังคมทุกสังคมย่อมหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่ได้ ความขัดแย้งในสังคมจึงเป็นเรื่องปกติ เป็นแต่เพียงว่าความขัดแย้งดังกล่าวยังสามารถหาข้อยุติได้ในกรอบของกลไกที่มีอยู่สังคมนั้นก็สามารถดำเนินต่อไป หรือตราบเท่าที่ปัญหาความขัดแย้งอยู่ในสัดส่วนที่ไม่แผ่กระจายไปทั่วทั้งสังคมจนหาวิธีการหรือกลไกเพื่อยุติความขัดแย้งไม่ได้สังคมนั้นก็สามารถดำเนินต่อไป โดยในภาพรวมจะถือได้ว่าสังคมนั้นยังอยู่ได้อย่างมีความสมานฉันท์ แต่เมื่อใดก็ตามที่ความขัดแย้งถึงจุดที่ไม่สามารถจะแก้ไขเยียวยาได้ ทางเลือกของสังคมก็จะถูกจำกัดลง โดยมีทางออกอยู่สองทางคือ การพยายามแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาหรือไกล่เกลี่ย หรือมิฉะนั้นก็คงต้องแก้ไขความขัดแย้งด้วยการใช้กำลังหรือความรุนแรง ผลที่ออกมาก็คือ การที่ฝ่ายหนึ่งชนะ อีกฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้ ผู้ชนะก็จะสร้างระเบียบการเมืองขึ้นมาใหม่ และถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถจะเอาชนะกันได้ก็อ

าจจะถึงกับแตกแยกออกเป็น 2 ส่วน หรือ 3 ส่วน ของหน่วยชุมชนหรือหน่วยการเมืองใหม่แล้วแต่กรณี   ปรากฏการณ์ที่เกริ่นมาเบื้องต้นสามารถจะข้าใจแจ่มชัดยิ่งขึ้นถ้ามองในรูปของความเป็นจริงอย่างวัตถุวิสัยของธรรมชาติมนุษย์และสังคมมนุษย์ ในแง่หนึ่ง สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์หรือสัตว์ประเสริฐนั้นก็คือสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเอง ในความเป็นจริง มนุษย์และสัตว์ก็คือชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่มีความคล้ายคลึงกันทุกอย่าง มนุษย์จะต่างจากสัตว์ก็ตรงที่มีสมองที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีกว่า มีความจำที่ยาวนานกว่า มีกล่องเสียงที่สามารถสร้างเสียงได้มากกว่าเพื่อใช้ในการสื่อสาร และที่สำคัญมีนิ้ว 5 นิ้วที่ใช้ประโยชน์อย่างมากในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เช่น เครื่องไม้เครื่องมือ อาวุธ รวมทั้งงานศิลปะ การก่อสร้าง ฯลฯ สองมือพร้อมด้วยสิบนิ้วของมนุษย์บวกกับสมองที่มีความฉลาดเฉียบแหลมทำให้มนุษย์มีคุณภาพเหนือกว่าสัตว์อย่างมาก

ตัวอย่างความหลากหลาย

สงครามโลกครั้งที่สอง  เป็นความขัดแย้งทางทหารระดับโลกตั้งแต่ ค.ศ. 1939 ถึง 1945 ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก รวมทั้งรัฐมหาอำนาจทั้งหมด ประเทศผู้ร่วมสงครามรวมตัวกันเป็นพันธมิตรทางทหารคู่สงครามสองฝ่าย คือ ฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายอักษะ ระหว่างสงครามมีการระดมทหารกว่า 100 ล้านนาย ด้วยลักษณะของ "สงครามเบ็ดเสร็จ" ประเทศผู้ร่วมสงครามหลักได้ทุ่มเทขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เพื่อความพยายามของสงครามทั้งหมด โดยลบเส้นขีดแบ่งระหว่งทรัพยากรของพลเรือนหรือทหาร ประเมินกันว่าสงครามมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยประการทั้งปวง สงครามโลกครั้งที่สองจึงนับว่าเป็นสงครามขนาดใหญ่ที่สุด ใช้เงินทุนมากที่สุด และนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติประเมินกันว่ามีผู้เสียชีวิตระหว่าง 40 ถึงมากกว่า 70 ล้านคน

การรุกคืบของฝ่ายอักษะยุติลงใน ค.ศ. 1942 หลังความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในยุทธนาวีมิดเวย์ และหลังความพ่ายแพ้ของฝ่ายอักษะยุโรปในอียิปต์และที่สตาลินกราด ใน ค.ศ. 1943 จากความปราชัยของเยอรมนีที่เคิสก์ในยุโรปตะวันออก การบุกครองอิตาลีของฝ่ายสัมพันธมิตร ตลอดจนถึงชัยชนะของสหรัฐอเมริกาในแปซิฟิกได้ทำลายการริเริ่มและส่งผลทำให้ฝ่ายอักษะล่าถอยทางยุทธศาสตร์ในทุกแนวรบ ใน ค.ศ. 1944 ฝ่ายสัมพันธมิตรเปิดแนวรบใหม่ในฝรั่งเศส เช่นเดียวกับสหภาพโซเวียตที่ยึดดินแดนคืนและบุกครองเยอรมนีและพันธมิตร

สงครามในยุโรปยุติลงหลังกองทัพแดงยึดกรุงเบอร์ลินได้ และการยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขของเยอรมนีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1945แม้จะถูกโดดเดี่ยวและตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบอย่างยิ่ง ญี่ปุ่นยังปฏิเสธที่จะยอมจำนน กระทั่งมีการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์สองลูกถล่มญี่ปุ่น และการบุกครองแมนจูเรีย จึงได้นำไปสู่การยอมจำนนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945

สงครามยุติลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร ผลของสงครามได้เปลี่ยนแปลงการวางแนวทางการเมืองและโครงสร้างสังคมของโลกสหประชาชาติถูกสถาปนาขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตก้าวเป็นอภิมหาอำนาจของโลกอันเป็นคู่ปรปักษ์กัน นำไปสู่ความขัดแย้งบนเวทีแห่งสงครามเย็น ซึ่งได้ดำเนินต่อมาอีก 46 ปีหลังสงคราม ขณะเดียวกัน การยอมรับหลักการการกำหนดการปกครองด้วยตนเอง เร่งให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชในทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา พร้อม ๆ กับที่หลายประเทศได้มุ่งหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายระหว่างสงคราม และ

บูรณาการทางการเมืองได้เกิดขึ้นทั่วโลกในความพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์หลังสงคราม

 

ชื่อ  น.ส.  จิรพร  ล่ำฮวด  ชั้น 6/2 เลขที่ 32 

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204291

ชานน ชนวัฒนะกูล ม6/2 เลฃที่ 13

"หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง"

http://www.thaigoodview.com/node/204277

น.ส กฤติมา ล้อมหทัย ม.6/2 เลขที่31

ความหลากหลายรวมเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204257

นางสาว วรรณิดา ศรีประทุม ชั้นม.6/2 เลขที่ 22 

เรียงความ หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204242

น.ส.ภูริชญา   คงสมจิตร์   ม.6/2   เลขที่ 33

http://www.thaigoodview.com/node/204243

นางสาว ณัฐชนก อามินเซ็น ม.6/2 เลขที่ 20

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์