งานครั้งที่ 6 ม.6/4

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ม. 6/4

 

 

สวัสดีค่ะ  นักเรียนที่น่ารักทุกคน  

ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่การจัดการเรียนการสอน

 

 

วิชาหน้าที่พลเมือง   ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา  2558

 

 

งานครั้งที่  6

 

 

จากการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม  จะพบถึงความหลากหลายของเชื้อชาติ  ศาสนา  ความเชื่อ  และด้านต่าง ๆ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม  ดังนั้นนักเรียนในฐานะของเยาวชนของชาติ  จำเป็นต้องมีแนวคิด  และแนวทางในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกัน  จากที่กล่าวมา  ให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ  " หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง "  พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน

  ( เนื้อหาขั้นต่ำ  40  บรรทัด  และตกแต่งให้สวยงาม )

*** ห้ามคัดลอกจากอินเตอร์เน็ตเด็ดขาด ***

 

ส่งภายในวันที่  17  กุมภาพันธ์  2559  เวลา  22.00  น.

 

รูปภาพของ nbrpimsiri

 

ตรวจงานเรียบร้อยแล้วนะคะ

http://www.thaigoodview.com/node/204656

นางสาวธตรฐ จงรุ่งเรืองไสว ม.6/4 เลขที่ 25

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204588

นาย รัฐยุทธ พุทธิ ม.6/4 เลขที่ 5

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

นางสาวกฤตินี แสงแก้ว ชั้น 6/4 เลขที่ 22

http://www.thaigoodview.com/node/204557

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

นาย ณัฐภัทร  ดาวทอง ชั้น ม.6/4 เลขที่ 2

http://www.thaigoodview.com/node/204532

http://www.thaigoodview.com/node/204536

นายชัยกูล อินทะนิน ม.6/4 เลขที่ 15

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204285

นางสาวภิญรดา   ศิรรัตนเดช   ชั้น ม.6/4   เลขที่ 36

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204456

นางสาวธัญชนก  ศรีสง่า  ม.6/4  เขที่33 

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204455

นายณัฐกรณ์  บุญเย็น  ม.6/4 เลขที่16

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204432

ชื่อ นางสาวพรนภา    จันต๊ะสุรินทร์    ม.6/4  เลขที่ 34

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204423

นาย พงศธร บุญตัน ม.6/4 เลขที่ 10 

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/203645

น.ส.จิมาภรณ์   ปานชนะพงศ์   เลขที่ 24

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204405

นายเลิศชัย  จุลมะเริง  เลขที่ 18

หลายหลายกลายเป็นหนึ่ง

นาย กิตติ มะโนมัย ม.6/4 เลขที่ 3

http://www.thaigoodview.com/node/204394

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204382

น.ส.นรินทร์รัตน์     รัตนะชัย   ม.6/4  เลขที่40

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204382

น.ส.นรินทร์รัตน์     รัตนะชัย   ม.6/4  เลขที่40

http://www.thaigoodview.com/node/204381

นางสาวปรัชญา อาษา ม.6/4 เลขที่ 19

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204375

นาย จิรกิตติ์  เอียดวารี  ม.6/4  เลขที่ 11

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204294

นางสาว วารุณี ปราบสูงเนิน เลขที่ 29

หลากหลายเป็นหนึ่งเดียว

http://www.thaigoodview.com/node/203933

นางสาว วนวรรณ ศรีสวรรค์ เลขที่ 28

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

น.ส.จันทกานต์ จิตจักร ชั้น ม. 6/4 เลขที่ 30

http://www.thaigoodview.com/node/204301

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204296

นางสาว อริสรา แดงชาติแท้ ม.6/4 เลขที่ 26

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204293

นางสาวพุธิตา  แป้นตุ้ม เลขที่ 20 ม.6/4

น.ส. ศิณิดาร์ พลายจันทร์ เลขที่ 42 ม.6/4

Innocentหลากหลาย กลายเป็นหนึ่งInnocent

     การอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งที่ มนุษย์ทุกคนอยากที่จะให้เกิดขึ้นในสังคม แต่บางครั้งการที่มีคนอยู่ร่วมกันหลายคน มีความหลากหลายแตกต่างกัน ก็ต้องมีการ ขัดแย้งกันบ้าง คงไม่มีใครสามารถสร้างสังคมที่ไม่มีความขัดแย้งได้โดยสิ้นเชิง ถึงเเม้เพียงคนๆเดียวก็มีความขัดแย้งในตนเองได้เพราะมนุษย์ทุกคนต้องมีความขัดแย้งกันเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนซึ่งมีความต้องการที่ไม่มีขีดจํากัด แต่สิ่งที่สนองความต้องการนั้นมีอยู่จํากัด ความขัดแย้งจึงเกิดเป็นเรื่องธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไปในสังคมไม่ใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพราะบางครั้งความขัดแย้งก็เป็นประโยชน์ก่อให้เกิดความหลากหลายในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อยู่ในสังคมนั้นๆได้หากแต่ว่าเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว มีวิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหา หรือดําเนินการใดๆ ที่เหมาะสมกับชุมชน และสังคมนั้นๆ ก็จะทําให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ จากการศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับคําว่า สันติหรือสันติภาพ พบว่านักคิด  ได้ให้ความหมายของ สันติในแง่มุมต่างๆ สถานะการที่ไม่มีสงคราม แต่คือสถาณการที่ไม่มีความรุนแรง และความรุนแรงนี้มีความหมาย หลากหลายแง่มุม รวมทั้งความรุนแรงทางกาย ทางสภาพจิตใจ ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงทางการเมือง ความรุนแรงทางสังคม รวมไปถึงแง่มุมที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นและความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจจะปรากฏ ขึ้นได้และครอบคลุมไปถึงความรุนแรงระดับรายคน ระดับกลุ่ม จนถึงระดับระหว่างประเทศ จนถึงระดับโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นความรุนแรงทางโครงสร้าง การศึกษาเกี่ยวกับสันติศึกษายอมรับว่า สันติคือความสงบเป็นสถานะการที่ไม่มีความรุนแรง แต่ยังเห็นไม่ตรงกันว่า สภาพที่มีสันตินั้นยังมีความขัดแย้งอยู่หรือไม่ หรือไม่มีความรุนแรงแต่ยังมีความขัดแย้งอยู่ หรือคือสถาณการที่ไม่มีทั้งความรุนแรงและความขัดแย้ง  ความขัดแย้งของมนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ ความขัดแย้งเป็นสิ่งเลวร้ายหรือปัญหา นอกจากนั้นความขัดแย้งยังเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนสังคมว่า ปัญหากําลังเริ่มขึ้นอยู่…ความขัดแย้งจึงไม่ใช่ต้องลบหายไปจากสังคมมนุษย์โดยทั้งหมด ดังนั้นแนวคิดของสันติคือ สถาณการที่ปราศจากความรุนแรง แต่ยังมีความขัดแย้งได้เป็นการนําเสนอแนวคิด ด้วยหลักความเป็นจริง และมีความเป็นไปได้จริง เป็นธรรมชาติในตัวมนุษย์ที่ย่อมมีความขัดแย้งได้ และมนุษย์จะเลือกใช้วิธีการต่างๆที่จะก่อให้เกิดความสงบให้กับสังคมของตนเองได้ การสื่ออสารทําความเข้าใจกันอย่างเพียงพอในลักษณะของความสุภาพอ่อนโยน รวมทั้งมีมาตรการที่จะแก้ไขความขัดแย้ง โดยไม่ใช้กําลังหรือความรุนแรง และมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นมิตรภาพและมีความเข้าใจกันดีพอที่จะมองข้ามข้อแตกต่างที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มีการร่วมกันอย่างเข้มเเข็ง ความร่วมมือกันอย่างมีกาวางแผน และมีความพยายามอย่างฉลาดในการป้องกันหรือแก้ปัญหาความขัดแย้งที่แฝงอยู่  พูดง่ายๆคือถ้าการพัฒนาจะมีขึ้นได้หรือถ้าความสัมพันธ์จะเติบโต ขึ้นในความกลมกลืนและความสร้างสรรค์ก็จําเป็นต้องมีความเสมอภาคและการตอบสนองซึ้งกัน และ กันในเกณฑ์มากพอ นี้เป็นมาตรการสําคัญที่แยก ความสัมพันธ์ที่เป็นสันติกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นสันติสําหรับความสัมพันธ์ที่เป็นสันตินั้นย่อมไม่มีการ ข่มขู่และบังคับ แต่ย่อมมีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน เอาใจใส่ปรองดองกันและ กัน และความประสานงานบนพื้ นฐานของความเท่าเทียมกัน 

    หากจะสรุปแนวคิด เริ่มต้นจากความศรัทธาในสัจจะหรือพระเป็นเจ้าที่มีความรักต่อสิ่งต่างๆ ดังนั้นจึงใช้ความรุนแรงต่อชีวิตของฝ่ายตรง ข้ามไม่ได้ไม่ได้ และสิ่งที่ต้องเป็นศัตรูด้วยคือ ความชั่วและความอยุติธรรมต่างๆ การต่อสู้กับความ อยุติธรรม เหล่านี้จักต้องใช้หลักธรรมเป็นกลัก และพร้อมที่จะต้องเผชิญความทุกข์ยากต่างๆ อย่างกล้าหาญ ประเทศแบบเน้นความเป็นมนุษย์เคารพชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น อยากเห็นหมู่บ้านปกครองของ ตนเองจัดระบบเศรษฐกิจแบบชุมชน แนวทางการพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนคนอื่นๆ สันติวิธีเพื่อประชาชนนั้น เมื่อใช้กับฝ่ายที่มีอาวุธ ก็ไม่แน่ว่าจะกระทําได้สําเร็จและถึงแม้จะสําเร็จก็ต้องใช้เวลานาน เช่น มหาตมะ คานธีใช้กับอังกฤษต้องระกําลําบาก ต้องมานะอดทนเด็ดเดี่ยว ต้องอาศัยความกล้าหาญมากกว่าผู้ที่ใช้อาวุธ เพราะมือเปล่าต้องเผชิญกับอาวุธ สมมติว่า เราปักใจข้อเสียก่อนว่าสันติวิธีจะไม่สามารถนํามาใช้ได้  สมมุติว่าไม่มีความหวังความสําเร็จ ก็น่าคิดว่าควรจะทํา หรือควรจะพูดควรจะเขียนยังไงให้เกิดเสรีภาพ หรือสําหรับผมแม้จะไม่มีหวังสําเร็จก็อดเขียนอดพูดไม่ได้เพราะว่าจะคับใจเพราะ ขัดหลักการในใจจนเกิดความรูสึกเสียโอกาส จะมองหน้าเพื่อนฝูง พี่น้อง ลูกหลาน ลูกศิษย์ไม่ได้ ชาวรัสเซียเพียงหยิบมือที่คัดค้านรัฐบาลโซเวียตที่กําจัดเสรีภาพ

 จุดหมายปลายทาง คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชนทางการเมือง ซึ่งเราเรียกว่าประชาธรรม คือ ธรรมเป็นอํานาจไม่ใช่อํานาจเป็นธรรม  บ้านเมืองที่มีประชาธรรม ไม่ใช่ปกครองกันตามอําเภอใจของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งประชาธรรมย่อมสําคัญที่ประชาชน ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการประชาธรรม ก็ย่อมไม่มีทางที่ใครจะหยิบยืนให้ ในประชาชนนั้น ไม่ว่าที่ใด ย่อมมีผู้นําในกรณีนี้คือ ผู้ที่สํานึกแล้วในสิทธิ เสรีภาพ และใครที่ได้สํานึกเเล้วถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีวาสนาได้รับการศึกษา ทั้งภายในและภายนอก ประเทศ เมื่อมีวาสนาถึงเพียงนี้ก็ย่อมต้องมีหน้าที่มีความรับผิดชอบมากกว่าผู้อื่น การนําไม่ใช่เป็นสิทธิ หรืออภิสิทธ ิ์ จะเห็นได้จากตัวอย่างท ี่พระพุทธเจ้าทรงผูกมิตรกับศาสนาและสาวกของลัทธิศาสนาอืนๆ ในสมัยพุทธกาล มีการเคารพความเห็นและให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ก้าวร้าวกัน กล่าวคือเป็นสังคมที่สงบสุข ศาสนาทุกศาสนามากกว่าสองลัทธิอยู่ร่วมกันได้ดี นอกจากนี้ยังมีพระพุทธพจน์ยืนยันอีกข้อหนึ่งว่า “อพฺยาปชฺณํสุขํโลเก การไม่เบียดเบียน กันเป็นสุขในโลก”  แม้แต่มรรคมีองค์๘ ก็มีหลายข้อ โดยเฉพาะข้อที่ ๒-๕ ที่เกี่ยวเนื่องกับการ ปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมในสังคมอย่างสันติซึ่ง ในความจริงศาสนาทุกศาสนาต่างก็สอนให้รักสันติให้อยู่รวมกันอย่างสงบสุข การที่ศาสนาจะดํารงอยู่ได้นานหรือไม่ ไม่จําเป็นต้องโจมตีใส่ร้ายป้ายสีกัน เพราะความเจริญหรือความเสื่อม ของแต่ละศาสนาขึ้นอยู่กับศาสนาของศาสนานั้นๆ ดังที่พระกิมพิละ (หรือกิมมิละก็เรียก) เคยกราบทูลถามพระพุทธเจ้า เมื่อคราวประทับอยู่ ณ ป่าไผ่ เขตเมืองกิมิลา ว่าอะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยให้พระสัทธรรมไม่ดํารงอยู่ได้นาน ในเมื่ อพระ ตถาคตปรินิพพานแล้ว กล่าวโดยสรุป ก็คือพระพุทธศาสนาจะเสื่อมสลายหรือไม่เสื่อมสลายขึ้นอยู่กับ ช่วยกันคุ้มครองรักษาและประกาศเผยแผ่ต่อไป โดยเฉพาะหากได้ทำตามหลักการที่พระพุทธเจ้า ทรงเป็นแม่แบบ และวางรูปแบบไว้ดีแล้ว พระพุทธศาสนาก็จะตั้งหลักคงสืบต่อไป อีกเเสนนาน

น.ส. ศิณิดาร์ พลายจันทร์ เลขที่ 42 ม.6/4

Innocentหลากหลาย กลายเป็นหนึ่งInnocent

     การอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งที่ มนุษย์ทุกคนอยากที่จะให้เกิดขึ้นในสังคม แต่บางครั้งการที่มีคนอยู่ร่วมกันหลายคน มีความหลากหลายแตกต่างกัน ก็ต้องมีการ ขัดแย้งกันบ้าง คงไม่มีใครสามารถสร้างสังคมที่ไม่มีความขัดแย้งได้โดยสิ้นเชิง ถึงเเม้เพียงคนๆเดียวก็มีความขัดแย้งในตนเองได้เพราะมนุษย์ทุกคนต้องมีความขัดแย้งกันเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนซึ่งมีความต้องการที่ไม่มีขีดจํากัด แต่สิ่งที่สนองความต้องการนั้นมีอยู่จํากัด ความขัดแย้งจึงเกิดเป็นเรื่องธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไปในสังคมไม่ใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพราะบางครั้งความขัดแย้งก็เป็นประโยชน์ก่อให้เกิดความหลากหลายในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อยู่ในสังคมนั้นๆได้หากแต่ว่าเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว มีวิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหา หรือดําเนินการใดๆ ที่เหมาะสมกับชุมชน และสังคมนั้นๆ ก็จะทําให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ จากการศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับคําว่า สันติหรือสันติภาพ พบว่านักคิด  ได้ให้ความหมายของ สันติในแง่มุมต่างๆ สถานะการที่ไม่มีสงคราม แต่คือสถาณการที่ไม่มีความรุนแรง และความรุนแรงนี้มีความหมาย หลากหลายแง่มุม รวมทั้งความรุนแรงทางกาย ทางสภาพจิตใจ ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงทางการเมือง ความรุนแรงทางสังคม รวมไปถึงแง่มุมที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นและความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจจะปรากฏ ขึ้นได้และครอบคลุมไปถึงความรุนแรงระดับรายคน ระดับกลุ่ม จนถึงระดับระหว่างประเทศ จนถึงระดับโลก ซึ่งเรียกว่าเป็นความรุนแรงทางโครงสร้าง การศึกษาเกี่ยวกับสันติศึกษายอมรับว่า สันติคือความสงบเป็นสถานะการที่ไม่มีความรุนแรง แต่ยังเห็นไม่ตรงกันว่า สภาพที่มีสันตินั้นยังมีความขัดแย้งอยู่หรือไม่ หรือไม่มีความรุนแรงแต่ยังมีความขัดแย้งอยู่ หรือคือสถาณการที่ไม่มีทั้งความรุนแรงและความขัดแย้ง  ความขัดแย้งของมนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ ความขัดแย้งเป็นสิ่งเลวร้ายหรือปัญหา นอกจากนั้นความขัดแย้งยังเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนสังคมว่า ปัญหากําลังเริ่มขึ้นอยู่…ความขัดแย้งจึงไม่ใช่ต้องลบหายไปจากสังคมมนุษย์โดยทั้งหมด ดังนั้นแนวคิดของสันติคือ สถาณการที่ปราศจากความรุนแรง แต่ยังมีความขัดแย้งได้เป็นการนําเสนอแนวคิด ด้วยหลักความเป็นจริง และมีความเป็นไปได้จริง เป็นธรรมชาติในตัวมนุษย์ที่ย่อมมีความขัดแย้งได้ และมนุษย์จะเลือกใช้วิธีการต่างๆที่จะก่อให้เกิดความสงบให้กับสังคมของตนเองได้ การสื่ออสารทําความเข้าใจกันอย่างเพียงพอในลักษณะของความสุภาพอ่อนโยน รวมทั้งมีมาตรการที่จะแก้ไขความขัดแย้ง โดยไม่ใช้กําลังหรือความรุนแรง และมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นมิตรภาพและมีความเข้าใจกันดีพอที่จะมองข้ามข้อแตกต่างที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มีการร่วมกันอย่างเข้มเเข็ง ความร่วมมือกันอย่างมีกาวางแผน และมีความพยายามอย่างฉลาดในการป้องกันหรือแก้ปัญหาความขัดแย้งที่แฝงอยู่  พูดง่ายๆคือถ้าการพัฒนาจะมีขึ้นได้หรือถ้าความสัมพันธ์จะเติบโต ขึ้นในความกลมกลืนและความสร้างสรรค์ก็จําเป็นต้องมีความเสมอภาคและการตอบสนองซึ้งกัน และ กันในเกณฑ์มากพอ นี้เป็นมาตรการสําคัญที่แยก ความสัมพันธ์ที่เป็นสันติกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นสันติสําหรับความสัมพันธ์ที่เป็นสันตินั้นย่อมไม่มีการ ข่มขู่และบังคับ แต่ย่อมมีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน เอาใจใส่ปรองดองกันและ กัน และความประสานงานบนพื้ นฐานของความเท่าเทียมกัน 

    หากจะสรุปแนวคิด เริ่มต้นจากความศรัทธาในสัจจะหรือพระเป็นเจ้าที่มีความรักต่อสิ่งต่างๆ ดังนั้นจึงใช้ความรุนแรงต่อชีวิตของฝ่ายตรง ข้ามไม่ได้ไม่ได้ และสิ่งที่ต้องเป็นศัตรูด้วยคือ ความชั่วและความอยุติธรรมต่างๆ การต่อสู้กับความ อยุติธรรม เหล่านี้จักต้องใช้หลักธรรมเป็นกลัก และพร้อมที่จะต้องเผชิญความทุกข์ยากต่างๆ อย่างกล้าหาญ ประเทศแบบเน้นความเป็นมนุษย์เคารพชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น อยากเห็นหมู่บ้านปกครองของ ตนเองจัดระบบเศรษฐกิจแบบชุมชน แนวทางการพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนคนอื่นๆ สันติวิธีเพื่อประชาชนนั้น เมื่อใช้กับฝ่ายที่มีอาวุธ ก็ไม่แน่ว่าจะกระทําได้สําเร็จและถึงแม้จะสําเร็จก็ต้องใช้เวลานาน เช่น มหาตมะ คานธีใช้กับอังกฤษต้องระกําลําบาก ต้องมานะอดทนเด็ดเดี่ยว ต้องอาศัยความกล้าหาญมากกว่าผู้ที่ใช้อาวุธ เพราะมือเปล่าต้องเผชิญกับอาวุธ สมมติว่า เราปักใจข้อเสียก่อนว่าสันติวิธีจะไม่สามารถนํามาใช้ได้  สมมุติว่าไม่มีความหวังความสําเร็จ ก็น่าคิดว่าควรจะทํา หรือควรจะพูดควรจะเขียนยังไงให้เกิดเสรีภาพ หรือสําหรับผมแม้จะไม่มีหวังสําเร็จก็อดเขียนอดพูดไม่ได้เพราะว่าจะคับใจเพราะ ขัดหลักการในใจจนเกิดความรูสึกเสียโอกาส จะมองหน้าเพื่อนฝูง พี่น้อง ลูกหลาน ลูกศิษย์ไม่ได้ ชาวรัสเซียเพียงหยิบมือที่คัดค้านรัฐบาลโซเวียตที่กําจัดเสรีภาพ

 จุดหมายปลายทาง คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชนทางการเมือง ซึ่งเราเรียกว่าประชาธรรม คือ ธรรมเป็นอํานาจไม่ใช่อํานาจเป็นธรรม  บ้านเมืองที่มีประชาธรรม ไม่ใช่ปกครองกันตามอําเภอใจของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งประชาธรรมย่อมสําคัญที่ประชาชน ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการประชาธรรม ก็ย่อมไม่มีทางที่ใครจะหยิบยืนให้ ในประชาชนนั้น ไม่ว่าที่ใด ย่อมมีผู้นําในกรณีนี้คือ ผู้ที่สํานึกแล้วในสิทธิ เสรีภาพ และใครที่ได้สํานึกเเล้วถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีวาสนาได้รับการศึกษา ทั้งภายในและภายนอก ประเทศ เมื่อมีวาสนาถึงเพียงนี้ก็ย่อมต้องมีหน้าที่มีความรับผิดชอบมากกว่าผู้อื่น การนําไม่ใช่เป็นสิทธิ หรืออภิสิทธ ิ์ จะเห็นได้จากตัวอย่างท ี่พระพุทธเจ้าทรงผูกมิตรกับศาสนาและสาวกของลัทธิศาสนาอืนๆ ในสมัยพุทธกาล มีการเคารพความเห็นและให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ก้าวร้าวกัน กล่าวคือเป็นสังคมที่สงบสุข ศาสนาทุกศาสนามากกว่าสองลัทธิอยู่ร่วมกันได้ดี นอกจากนี้ยังมีพระพุทธพจน์ยืนยันอีกข้อหนึ่งว่า “อพฺยาปชฺณํสุขํโลเก การไม่เบียดเบียน กันเป็นสุขในโลก”  แม้แต่มรรคมีองค์๘ ก็มีหลายข้อ โดยเฉพาะข้อที่ ๒-๕ ที่เกี่ยวเนื่องกับการ ปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมในสังคมอย่างสันติซึ่ง ในความจริงศาสนาทุกศาสนาต่างก็สอนให้รักสันติให้อยู่รวมกันอย่างสงบสุข การที่ศาสนาจะดํารงอยู่ได้นานหรือไม่ ไม่จําเป็นต้องโจมตีใส่ร้ายป้ายสีกัน เพราะความเจริญหรือความเสื่อม ของแต่ละศาสนาขึ้นอยู่กับศาสนาของศาสนานั้นๆ ดังที่พระกิมพิละ (หรือกิมมิละก็เรียก) เคยกราบทูลถามพระพุทธเจ้า เมื่อคราวประทับอยู่ ณ ป่าไผ่ เขตเมืองกิมิลา ว่าอะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยให้พระสัทธรรมไม่ดํารงอยู่ได้นาน ในเมื่ อพระ ตถาคตปรินิพพานแล้ว กล่าวโดยสรุป ก็คือพระพุทธศาสนาจะเสื่อมสลายหรือไม่เสื่อมสลายขึ้นอยู่กับ ช่วยกันคุ้มครองรักษาและประกาศเผยแผ่ต่อไป โดยเฉพาะหากได้ทำตามหลักการที่พระพุทธเจ้า ทรงเป็นแม่แบบ และวางรูปแบบไว้ดีแล้ว พระพุทธศาสนาก็จะตั้งหลักคงสืบต่อไป อีกเเสนนาน

ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204266

นางสาวสุภาพร อินเสาร์ ชั้น ม.6/4 เลขที่ 44

" หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง " 

http://www.thaigoodview.com/node/204216

นาย เตวิช มีทองวัฒนานนท์ ม.6/4 เลขที่ 6

" หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง "

http://www.thaigoodview.com/node/204184

 

 

นาย พรภัทร ขำเข็มแก้ว ม.6/4 เลขที่ 7

"หลากหลาย กลายเป็นหนึ่ง"

http://www.thaigoodview.com/node/204193

นางสาว สุภัชชา  ศรีวงษ์รักษ์   ม.6/4 เลขที่ 43

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

http://www.thaigoodview.com/node/204182

นางสาวสุธิดา อุดมทรัพย์ ม.6/4 เลขที่ 37

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์