บุคคลตัวอย่าง

แองเจลินา โจลี  (Angelina jolie)

ประวัติ แองเจลินา โจลี

 แองเจลินา โจลี เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1975 ปัจจุบันอายุ 37 ปี เธอเกิดมาในครอบครัวของนักแสดงโดยตรง โดยคุณพ่อ จอน วอยห์ (Jon Voigh) และคุณแม่ มาร์เชลีน เบอร์ทรานด์ (Marcheline Bertrand) ต่างก็เป็นนักแสดงด้วยกันทั้งสองคน และเธอยังมีพี่ชายอีกคนหนึ่งคือ เจมส์ เฮเว่น ( James Haven) ซึ่งมีอาชีพเป็นนักแสดงเช่นกัน โดยหลังจากที่พ่อและแม่ของแองเจลินา โจลี หย่ากัน คุณแม่ของเธอก็ลาออกจากการเป็นนักแสดง เพื่อที่จะเลี้ยงดูลูกทั้งสองคน ซึ่งแองเจลินา โจลี เองก็เคยบอกว่า เธอมักจะดูภาพยนตร์กับคุณแม่บ่อย ๆ และนั่นก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้เธอตามฝัน เพื่อโลดแล่นในวงการฮอลลีวูดต่อไปผลงานของ แองเจลินา โจลี เริ่มโดดเด่นขึ้นเป็นอย่างมาก ในช่วงปี ค.ศ. 1998 จากผลงานละครโทรทัศน์เรื่อง George Wallace ที่ส่งให้เธอได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และเธอยังมีชื่อเข้าชิงรางวัล เอมมี่ อวอร์ด และในปี ค.ศ. 1998 แองเจลินา โจลี ได้รับเล่นซีรีส์เรื่อง Gia ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตจริงของนางแบบ Gia Carangi ที่ชีวิตดิ่งลงเหวจากการติดเฮโรอีน และเสียชีวิตจากโรคเอดส์ ซึ่งจากซีรีส์เรื่องนี้ ส่งผลให้ แองเจลินา โจลี คว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาครอง และมีชื่อเข้าชิงรางวัล เอมมี่ อวอร์ด อีกครั้ง อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลจากสมาคมนักแสดงเป็นครั้งแรกด้วย

 ความประทับใจ : นอกเหนือจากงานด้านการแสดงที่โดดเด่นแล้ว แองเจลินา โจลี ยังมีงานการกุศลที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ทั้งการออกเดินทางเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2001 อีกทั้งยังเคยไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศ เซียร์ราลีโอน, แทนซาเนีย, กัมพูชา โดยที่เธอเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทำงานร่วมกันกับสตาฟของ UNHCR จนกระทั่ง แองเจลินา โจลี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรี ของ UNHCR นอกจากนี้ แองเจลินา โจลี ยังได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้ลี้ภัยกว่า 30 ประเทศ อันเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงชนกลุ่มน้อย อีกทั้งแองเจลินา โจลี ยังเคยไปเยี่ยมตามสถานที่ที่มีสงครามต่าง ๆ เช่น เมืองดาเฟอร์ ในประเทศซูดาน ระหว่างที่มีความขัดแย้งดาเฟอร์เมื่อปี 2004 หรือการเดินทางไปยังประเทศปากีสถานร่วมกันกับ แบรด พิตต์ เพื่อเยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในแคว้นแคชเมียร์เมื่อปี 2005 หรือเดินทางไปยังประเทศอิรัก ในช่วงปี 2007 และ 2009 ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่ 2นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับ UNHCR แองเจลินา โจลี ยังใช้ชื่อเสียงของเธอ ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผ่านสื่อต่าง ๆ จากการได้ลงไปสัมผัสพื้นที่จริง เหตุการณ์จริง ทำให้เขียนหนังสือ Notes from My Travels อันเป็นบันทึกการเดินทางในระหว่างการเยี่ยมผู้ลี้ภัย รวมถึงยังเล่นภาพยนตร์เรื่อง Beyond Borders เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงพิษภัยของสงครามอีกด้วย นอกจากนี้ เธอยังได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือผู้คน อาทิ มูลนิธิ Maddox Jolie-Pitt Foundation เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศกัมพูชา หรือก่อตั้งมูลนิธิ Jolie-Pitt ร่วมกันกับ แบรด พิตต์ เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ แองเจลินา โจลี ยังมีลูกอีกมากมาย ทั้งที่มาจากการอุปถัมภ์และการที่เธอตั้งท้องเอง โดยคนแรกคือ แมดดอกซ์ เด็กกำพร้าที่แองเจลินา โจลี ไปรับเลี้ยงมาจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังรับเลี้ยง ซาฮาร่า มาร์เลย์ เด็กกำพร้าจากประเทศเอธิโอเปีย และในปี ค.ศ. 2006 แองเจลินา โจลี ก็ได้ให้กำเนิดลูกคนแรกของเธอ คือ ไชโล่ห์ นูเวล ในประเทศนามิเบียและไชโล่ห์ ยังมีพาสปอร์ตของประเทศนามิเบียอีกด้วยจากนั้นในปี ค.ศ. 2007 แองเจลินา โจลี ก็ได้รับเลี้ยงแพกซ์ เด็กกำพร้าวัย 3 ขวบจากโฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม และในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2008 แองเจลินา โจลี ก็ได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝด น็อกซ์ ลีออน และ วิเวียน มาเชลลีน ที่เมืองนองซ์ ประเทศฝรั่งเศส และขายภาพลูกทั้งสองคนให้กับนิตยสาร ฮัลโหล กว่า 14 ล้านดอลลาร์ อันเป็นภาพคนดังที่ราคาแพงที่สุด ก่อนที่จะนำเงินทั้งหมด ไปมอบให้กับมูลนิธิ โจลี-พิตต์ เธอติดดินและเป็นกันเองถึงแม้จะร่ำรวยมหาศาลแต่แองจี้ก็ไม่ได้ติดกับชีวิตที่หรูหรา ดูจากภาพที่เธอซ้อนมอเตอร์ไซด์ซ้อนพี่แบรดที่เวียดนาม และการที่เธอเป็นทูตสันถวไมตรีที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายระหว่างที่เธอเดินทางเข้าเยี่ยมผู้ลี้ภัยในดินแดนต่างๆ เธอก็ทำได้แบบไม่เคอะเขินหรือลำบากอะไร 

 Jolie เดินทางเยือนประเทศเมียนมาร์และเข้าเยี่ยมคนงานหญิงในโรงงานแห่งหนึ่ง ในฐานะผู้แทนพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Refugees) โดยเธอได้เข้าไปสำรวจสภาพความเป็นอยู่อันยากลำบากของคนงานเหล่านี้ถึงแม้ว่าเธอจะได้เข้าพบกับผู้แทนจากชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจา แต่เธอจะไม่สามารถเดินทางไปยังแถบตะวันตกของรัฐ Rakhine ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายที่พักของชาวโรฮีนจากว่า 100,000 คน เนื่องจากสนามบินท้องถิ่นต้องปิดชั่วคราวจากเหตุพายุไซโคลนเมียนมาร์เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่กี่ปีหลังจากอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมาหลายทศวรรษ โดยมีชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มที่ต่อสู้กับรัฐบาลเพื่ออำนาจในการปกครองตนเองมาตั้งแต่เมียนมาร์ได้รับเอกราชจากสหราชอาณจักรเมื่อ 67 ปีก่อน และการสู้รบบางส่วนยังดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้Angelina Jolie กล่าวถึงการเยือนเมียนมาร์ครั้งนี้ว่า “การมาเมียนมาร์ครั้งนี้ทำให้เห็นความเสี่ยงของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และการได้พบกับเหยื่อของความรุนแรงทางเพศเป็นประสบการณ์ที่สะเทือนใจมาก แม้ว่าองค์กรท้องถิ่นจะเข้าช่วยเหลือแล้ว แต่เหยื่อเหล่านี้ยังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์และการฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างเร่งด่วน รวมทั้งขาดกรอบกฎหมายที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด นอกจากนี้ สถานการณ์ผู้พลัดถิ่นในประเทศนี้มีความน่ากังวลสูงมากอีกด้วย”Angelina Jolie ได้เดินทางไปยังรัฐคะฉิ่น ซึ่งมีคนพลัดถิ่นกว่า 10,000 คนอาศัยอยู่ จากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์กับชนกลุ่มน้อยเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งได้มีการเจรจาหยุดรบกันเมื่อปี 2011 โดยยังต้องการความช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆ อีกมากเพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้น

แองเจลินา โจลี angelina jolie

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์