บุคคลต้นแบบ

รูปภาพของ nbr11767

บุคคลต้นแบบ "ขงจื้อ ปรมาจารย์แห่งแผ่นดิน"

                 บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้า คือ  ขงจื้อ ปรมาจารย์แห่งแผ่นดิน ผู้โด่งดังในด่านปรัชญา ต่างๆ และอีกทั้งยังเป็นบุคคลที่น่ายกย่องเป็นอย่างมาก  ซึ่งขงจื้อ เกิดเมื่อ 8 ปีก่อนพุทธศักราช ซึ่งตรงกับปีที่ 21 ของรัชกาลโจวหลิงหลาง ในแคว้นหลู่ ในยุคสมัยชุนชิวนั้นเป็นช่วงที่เกิดแคว้นต่างๆ มากมาย แต่ละแคว้นก็พยายามที่จะแย่งชิงอำนาจและความเป็นใหญ่ โดยแต่ละปีนั้นจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง จนเป็นที่มาของชื่อยุคนี้นั้นเอง   เมื่อขงจื้ออายุได้ 3 ขวบ บิดาก็ถึงแก่กรรม ในวัยเด็กขงจื้อชอบเล่นเลียนแบบการไหว้เจ้า และเป็นคนใฝ่การเรียนรู้เป็นอย่างมาก จนเป็นที่รู้จักไปทั่วแคว้นหลู่ เมื่ออายุได้ 19 ปี ก็แต่งงานและให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งคือ ขงหลี่ ในช่วงเวลานั้นขงจื้อรับราชการและมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยกย่อง เจ้าแคว้นหลู่ได้ส่งขงจื้อไปเรียนรู้เกี่ยวกับจารีตประเพณีในราชสำนักโจว ในช่วงเวลานี้ขงจื้อได้พบกับเล่าจื้อซึ่งปรมาจารย์แห่งลัทธิเต๋า โดยได้สนทนากัน ขงจื้อกล่าวเปรียบเปรยเล่าจื้อว่าเป็นเหมือนมังกร    เมื่อกลับยังแคว้นหลู่ ขงจื้อได้รับราชการอีกครั้ง พร้อมกับเปิดโรงเรียนเอกชนสอนประชาชนทั่วไปที่สนใจอีกด้วย นับเป็นสิ่งที่สร้างความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าในยุคสมัยนั้นวิชาความรู้ยังไม่ได้เผยแพร่อย่างกว้างขวาง ยังคงเป็นเพียงการศึกษาในกลุ่มชนชั้นปกครองเท่านั้น และขงจื้อได้เปิดกว้างทางการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยมีคำกล่าวว่า การที่มีเพียงเนื้อมาเป็นค่าเรียนก็เพียงพอแล้ว

การรับราชการของขงจื้อในช่วงแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนคดีความต่างๆ ลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ใครลืมสิ่งของใดไว้ก็ไม่มีผู้ใดหยิบขโมย บรรดาแคว้นอื่นๆ เห็นแล้วจึงพยายามขัดขวาง มีการนำสาวงามมาถวาย ทำให้อ๋องแคว้นหลู่ลุ่มหลง ละเลยกิจการต่างๆ ของแคว้นไป ขงจื้อรู้สึกท้อใจเป็นอย่างมาก จนเมื่อเกิดเหตุการณ์จลาจลในแคว้นหลู่ ขงจื้อจึงอพยพหนีภัยไปยังแคว้นต่างๆ ซึ่งหลายแคว้นก็ดูเหมือนจะต้อนรับเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้ใช้งานขงจื้อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด เพราะในหลายท้องที่ต่างก็มีขุนนางท้องถิ่นที่มีอำนาจอยู่แล้ว และไม่ต้องการที่จะเสียอำนาจที่เคยมีอยู่ไป ในที่สุดหลังจากเดินทางกว่า 14 ปี ขงจื้อก็เลือกที่จะกลับมายังแคว้นหลู่ตามเดิม

ขงจื้อที่มีอายุมากแล้วนั้น ไม่ได้สนใจที่จะรับราชการอีกต่อไป หากแต่ต้องการสอนความรู้ต่างๆ สร้างบุคลากรให้เป็นบุคคลเก่งในหลายด้านแทน  เขียนหนังสือต่างๆ มากมาย โดยหนังสือที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ หนังสือชุนชิว (เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวของยุคสมัยนี้เอาไว้) ขงจื้อรับนักเรียนต่างๆ มากมายกว่า 3,000 คน ซึ่งในจำนวนเหล่านี้มี 72 คน ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิษย์เอกของขงจื้อ  ในบั้นปลายชีวิต เมื่อขงหลี่ผู้เป็นบุตรชาย และเหยียนหุยกับจื่อลู่ซึ่งเป็นศิษย์คนโปรดถึงแก่กรรม ขงจื้อก็เริ่มปลงในชีวิตและล้มป่วยลง จนจากไปเมื่ออายุได้ 73 ปี คำสอนของขงจื้อได้ถูกจดบันทึกไว้ โดยเป็นบทสนทนาสั้นๆ ระหว่างขงจื้อกับลูกศิษย์ต่างๆ ในหนังสือ “หลุนอวี่” และต่อมาได้รับการยกย่องจนกลายเป็นลัทธิที่สำคัญของจีน และเป็นสิ่งที่แสดงออกในวัฒนธรรมของจีนมาทุกยุคทุกสมัย

               ลัทธิขงจื้อ      หลังจากขงจื้อถึงแก่กรรมแล้ว คำสอนของขงจื้อยังคงได้รับการถ่ายทอดจากบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ต่อมาเม่งจื้อ ลูกศิษย์คนหนึ่งของขงจื้อ ได้รวบรวมคำสอนต่างๆ และได้พัฒนาจนกลายเป็นลัทธิขงจื้อในเวลาต่อมา ลัทธิขงจื้อนี้ได้เป็นหลักยึดจิตใจของประชาชนมาโดยตลอด แต่ก็มีหลายช่วงเวลาที่เกือบถูกทำลายลง เช่น จากเหตุการณ์ฝังบัณฑิตเผาตำรา ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของพระพุทธศาสนา สมัยที่สตรีเป็นใหญ่ในรัชกาลของบูเช็คเทียน และการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนของพรรคคอมมิวนิสต์

 


                 สุสานขงจื้อ  ศาลเจ้าข่งจื้อ สุสานตระกูลข่ง และคฤหาสน์ตระกูลข่ง ตั้งอยู่ที่เมืองชวีฟู่ มณฑลซานตง หรือเรียกทั้งสามสถานที่นี้รวมกันได้อีกชื่อว่า “ซานข่ง” ซานข่งมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อยู่ในครอบครองเกือบ 1,000 หลัง ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 14,175 ตารางกิโลเมตร

ศาลเจ้าขงจื้อมีพื้นที่กว้างขวางอย่างมาก เป็นรองเพียงพระราชวังต้องห้าม เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างของสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในสมัยโบราณของจีน เริ่มต้นสร้างขึ้นตั้งแต่ 478 ปีก่อนคริสตกาล โดยสร้างขึ้นเพียงสามหลังต่อมาจึงได้สร้างเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ตามแต่ละยุคสมัย

สุสานตระกูลข่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สุสานจื้อเซิ่ง” เป็นสถานที่ฝังศพของท่านขงจื้อรวมถึงลูกหลานของท่าน สุสานนี้ใช้ฝังศพมาเป็นเวลาสองพันกว่าปีมาแล้ว โดยฝังศพลูกหลานท่านขงจื้อไปแล้วมากกว่าหนึ่งแสนคน

คำสอนของขงจื้อ

1.เดินไปกับอีกสองคน ย่อมมีครูเราอยู่ด้วย เลือกข้อดีของเขาแล้วเอาอย่าง พิจารณาข้อบกพร่องของเขาแล้วปรับปรุงตน

2.แม้มีเพียงเนื้อแห้งเป็นค่าคุรุทักษิณา เราก็หาเคยไม่รับสอนไม่

3.จื่อกงถามหลักการปกครอง ขงจื้อตอบว่า “อาหารสมบูรณ์ กองทัพพร้อมสรรพ ประชาชนมีศรัทธา” จื่อกงถามว่า “หากจำเป็นควรตัดข้อใดในสามข้อนี้ก่อน” ตอบว่า “ตัดกองทัพ” จื่อกงถามต่อว่า “หากจำเป็นต้องตัดอีกล่ะ?” ตอบว่า “ตัดอาหารเพราะความตายเป็นของธรรมดามาแต่โบราณ หากประชาชนไม่ศรัทธา รัฐบาลย่อมอยู่ไม่ได้”

4.ม้าดีมิใช่ที่กำลัง หากเพราะคุณสมบัติ

                เหตุผลที่ข้าพเจ้ายึด ขงจื้อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตนั่นก็เพราะขงจื้อเป็นบุคคลที่น่านับถือ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้ เป็นบุคคลที่มองเห็นความสำคัญทางการศึกษาโดยการเปิกโรงเรียนสอนบุคคลทั่วไปให้มีความรู้และ คำสอนของขงจื้อก็เป็นคำสอนที่ลึกซึ้งและกินใจ ขงจื้ออาจไม่ใช่บุคคลที่ดีที่สุดแต่เขาเป็นบุคคลที่มีความอดทนและความเสียสละและให้โอกาสคนอื่น ขงจื้อจึงเป็นบุคคลที่ข้าพเจ้ายึดเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

              

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 27 คน กำลังออนไลน์