บุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิต

ชีวิตที่สุดยอดเยี่ยมของ Bill Gates ชายผู้ที่รวยที่สุดในโลก

 จุดเริ่มต้นของ BILL GATES

บิล เกตส์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมในปีค.ศ. 1955ในซีแอทเทิล มลรัฐวอชิงตัน พ่อของเขาเป็นนักกฎหมาย ส่วนแม่ของเขาเป็นคุณครูประจำโรงเรียน เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างชอบโต้เถียงไปหมด แต่ดูยังไงก็นับว่าเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดเป็นอย่างมาก

ในช่วงวัยรุ่น เขาสนใจเกี่ยวกับวิทยาการต่างๆมาก เขาเองเป็นอีกผู้หนึ่งที่อ่าน สารานุกรมระดับโลก (Encyclopedia) ทุกเล่มตั้งแต่ต้นจนจบ

bill-gates-was-born-on-oct-28-1955-in-seattle-washington-son-of-a-lawyer-and-a-schoolteacher-he-was-an-argumentative-but-brilliant-child-as-a-teenager-his-appetite-for-knowledge-was-so-great-that-he-read-the-entire-world-book-encyclopedia-s

กำเนิดอนาคตของโลกคอมพิวเตอร์

พ่อแม่ของเขาได้นำเขาเเข้าเรียนที่ เลคไซด์สคูล (Lakeside School) ซึ่งนับได้ว่าเป็นโรงเรียนที่เข้มงวดมากทีเดียว แต่ที่นี่เองคือจุดเริ่มต้นของอนาตตผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกนามว่า “ไมโครซอฟท์” นั่นเอง โดยเขาเคยกล่าวสุนทรพจน์ที่โรงเรียนในปี ค.ศ. 2005 ว่า

ชิพคอมพิวเตอร์จะทรงพลังมากขึ้น และในที่สุดซอฟท์แวร์จะเป็นเครื่องมือที่มีบนโต๊ะในบ้านทุกหลัง

Bill Fates

วิชาเอก

หลังจากที่สำเร็จการศึกษาที่เลคไซด์ในปี ค.ศ. 1973 บิล เกตส์ เองก็มุ่งหน้าเข้าสู่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard) ในทันที โดยเริ่มต้นจากการเข้าไปเรียนหลักสูตรพื้นฐาน สาขาเอกทางด้านกฎหมาย แต่ในไม่ช้าเขาก็เลือกหลักสูตรที่เขาสนใจคือ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์นั่นเอง

STEVE BALLMER

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดคือสถานที่ที่ทำให้ บิล เกตส์ และสตีฟ บอลเมอร์ ได้มาเจอกัน โดยเขาได้พบกับสตีฟในชั่วโมงเรียนวิขาเศรษฐศาสตร์ (ในภายหลังเขาเป็นผู้ที่ผลักดันให้เป็น CEO ของไมโครซอฟท์นั่นเอง) ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนวันนี้

Bill Gates and Steve Ballmer

เกียรติยศทางการศึกษา

2 ปีต่อมา บิล เกตส์ และ พอล อัลเลน ได้ทำการลาออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา บิล เกตส์เองไม่เคยได้รับปริญญาบัตรใดๆ แต่ในท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 2007 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจึงมอบ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Honorary Doctorate) ให้กับเขา โดยเขากล่าวในพิธีรับปริญญาบัตรว่า

ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี แต่นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมถูกเชิญมากล่าวในวันสำเร็จการศึกษา เช่นวันนี้ และ ถ้าผมกล่าวชี้แนวทางตามผม ก็คงมีไม่กี่คนที่จะมาอยู่ในงานนี้เช่นกัน

สุนทรพจน์ครั้งนี้บิล เกตส์เอง อาจต้องการสื่อว่า อย่าทำตามแบบผม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะออกมาแล้วเป็นแบบผมนั่นเอง

Bill Gate at Commendment ceremony

กำเนิดบริษัทสายเลือดใหม่ MICROSOFT

 

ช่วงขณะที่เขายังศึกษาในโรงเรียน บิล เกตส์ได้เริ่มพัฒนาซอฟท์แวร์ให้กับ MITS Altair 8800 (คอมพิวเตอร์รุ่นเก๋าที่ประดิษฐ์ขึ้นในปี 1975) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลก ถัดมาในปี ค.ศ. 1977 เขาและอัลเลนก็ได้ย้ายไปที่ อัลบูเควอกี้ (Albuquerque) ในมลรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย MIT โดยที่นั่นเอง เขาและอัลเลนได้เริ่มจัดการตั้งบริษัท “Young Software Company” ขึ้นมา พิจารณารูปด้านล่าง คือ 11 พนักงานไมโครซอฟท์รุ่นแรกสุดของบริษัทฯ

Microsoft original employee

เปิดร้าน

ในปี ค.ศ. 1979 บิล เกตส์และอัลเลนได้ย้ายไมโครซอฟท์กลับไปยังบ้านเกิดที่ซีแอทเทิล และเปิดหน้าร้านที่ เบลเลวิว (Bellevue) และจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ที่เรดมอนด์ (Redmond)

 

First shop at Seattle - Microsoft

 

เปิดตัว WINDOWS ครั้งแรก

ไมโครซอฟท์ได้ฤกษ์เปิดตัวระบบปฏิบัติการชื่อว่า “วินโดวส์ (Windows)” ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1985 แลเริ่มกระจายออกสู่สาธารณะในปี ค.ศ. 1986 และในปี ค.ศ. 1987 เท่านั้น บิล เกตส์ซึ่งอายุเพียงแค่ 31 ปีก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านทันที!

 Release Windows - Bill Gates

ร่ำรวยที่สุดในโลก

และในปีค.ศ. 1995 ประมาณ 10 ปีเท่านั้น บิล เกตส์ก็ได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประมาณ 12,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความมั่งคั่งโดยใช้เวลาสั้นอีกด้วย

Richest in the world - Bill Gates

งานมูลนิธิ

บิล เกตส์ และภรรยาของเขาเมลินด้า ได้ให้เวลากับมูลนิธิย่างจริงจัง มูลนิธิ Bill & Melinda Gates นั้นมีโครงการมากมาย โดยส่วนมากจะเน้นไปในประเทศที่ 3 ประเทศผู้ยากไร้ หรือขาดแคลนทรัพยากรอาหาร ตลอดจน ความรู้ เพื่อยกระดับคนเหล่านั้น (ยอดเยี่ยมทีเดียว)

the-bill-and-melinda-gates-foundation-impoverished-people

ในปี ค.ศ. 2010 บิล และเมลินด้า เกตส์ หร้อมทีมของเขาวอร์เรนท์ บัฟเฟต์ ได้ตั้งแคมเปญจ์ที่เรียกว่า “The Giving Pledge” ที่เป็นการรวบรวมเงินบริจาคจากมหาเศรษฐีชื่อดังทั่วโลกเพื่อมาสร้างสวัสดิภาพต่างๆให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งในโครงการนั้นก็มี พอล อัลเลน (Paul Allen) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์กับเขา, แลร์รี่ เอลลิสัน (Larry Ellison) ผู้ก่อตั้ง Oracle, สตีฟ เคส (Steve Case) ประธาน American Online และ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้ง Facebook ก็รวมยู่ในนั้นด้วย (ยังมีอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง)

The Giving Pledge

     ชีวิตของเขานับว่าได้เริ่มต้นจากจุดเล็ก และเปลี่ยนแปลงมาจนเติบใหญ่ เปรียบได้กับ เมล็ดพันธ์ุชั้นดี ที่เริ่มจากการเป็นต้นกล้าที่แข็งแกร่ง ยืนหยัดทนแดด ทนฝนตลอดมา จนกระทั่งสามารถผลิดอกออกผล เป็นต้นไม้ที่ให้ผลผลิตอันหอมหวาน และมีคุณภาพ และตราบจนวันนี้ ต้นไม้ต้นนั้นก็ยังคงมีกิ่งก้านสาขา และใบที่คอยปกคลุมให้ร่มเงาแก่ผู้อื่น สังเกตุให้ดีจะพบว่า คำตอบของการใช้ชีวิตของคนแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่บิล เกตส์เองเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้ให้ และเป็นผู้ให้ที่ทรงพลังเสียด้วย

11 แนวคิดในการดำเนินชีวิตของ บิล  เกตส์

ข้อที่ 1 ชีวิตนี้ไม่ยุติธรรมนักหรอก ทำความเคยชินกับมันซะเถอะ

ข้อที่ 2 โลกไม่สนใจหรอก ว่าคุณจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหน แต่โลกนี้คาดหวัง ‘ความสำเร็จ’ ที่เกิดจากความมั่นใจของคุณต่างหาก

ข้อที่ 3 ไม่มีทางที่คุณจะทำเงินได้ปีละ 60,000 เหรียญ (เกือบ 2 ล้าน) ทันทีที่เพิ่งจบมัธยม และ ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นประธานบริษัทที่มีรถประจำตำแหน่งพร้อมโทรศัพท์ใน รถส่วนตัวด้วย

ข้อที่ 4 ถ้าคุณคิดว่า อาจารย์กำลังสอนบทเรียนอันน่าเบื่อ ลองไปทำงาน แล้วเจอกับเจ้านายสิ

ข้อที่ 5 การคิดคำแสลงใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะปู่ย่าตายายของคุณก็เคยทำมาก่อน

ข้อที่ 6 ชีวิตที่ยุ่งเหยิงของคุณ ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ เลิกคร่ำครวญเกี่ยวกับสิ่งที่พลาดไปแล้ว แต่จงเรียนรู้จากมัน

ข้อที่ 7 ก่อนที่คุณจะเกิด พ่อแม่ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนที่คุณรู้สึกตอนนี้ พวกเขาต้องทำงานอย่างหนัก มาจ่ายบิลต่าง ๆ ต้องซักเสื้อผ้าให้กับคุณ พวกเขาต้องอดทนฟังคุณคุยอวดในเรื่องไม่เข้าท่า ดังนั้น ถ้าคุณคิดจะทำเรื่องใหญ่ ๆอะไรก็ตาม เช่น ช่วยอนุรักษ์ป่าฝนรุ่นบรรพบุรุาจากการถูกปรสิตทำลาย ช่วยกำจัดเห็บเหาที่มันแพร่พันธุ์ในตู้เสื้อผ้ารก ๆ ของคุณซะก่อน

ข้อที่ 8 ชีวิตในโรงเรียนอาจตัดสินคุณว่าเป็นผู้ชนะหรือแพ้ แต่ชีวิตจริง ‘ไม่ใช่’ บางโรงเรียนสอนการเป็นผู้แพ้ด้วยซ้ำไป แถมยังให้โอกาศคุณมากมายในการทำสิ่งที่ถูกต้อง พูดง่าย ๆ ก็คือ ชีวิตในโรงเรียน ไม่เหมือนชีวิตจริงหรอก

ข้อที่ 9 ชีวิต ไม่ได้แบ่งเป็นเทอมๆ ไม่มีช่วงซัมเมอร์ให้คุณไปค้นหาตัวตน

กฎ ข้อที่ 10 สิ่งที่เกิดขึ้นในโทรทัศน์ ไม่ใช่ชีวิตจริง เพราะในชีวิตจริง ผู้คนต้องรีบเช็คบิลจากร้านกาแฟ และตรงดิ่งไปทำงาน 

ข้อ 11 เป็นมิตรกับความ ‘เนิร์ด’ แล้ว ชีวิตคุณจะไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีกต่อไป

แนวทางในการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

1.เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

2.ต้องค้นหาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

3.คิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าแปลกจากคนอื่น

4.ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จอย่างมั่นใจ

5.ทำประโยชน์ให้กับสังคม

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์