งานครั้งที่ 5 บุคคลตัวอย่างของฉัน

 

" แม่....ต้นแบบที่ดีงามของฉัน "

                    แม่ของฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆจากจังหวัดสมุทรสงตราม บ้านบางคนฑี ชีวิตในวัยเด็กของแม่ดำเนินไปด้วยความยากลำบาก กินอยู่ตามแบบชาวบ้านธรรมดา เก็บผักเก็บหญ้า จับกุ้งหอยปูปลา และสนุกสนานกัยชีวิตในวัยเด็กกับเพื่อนๆ ทุกครั้งที่เห็นสิ่งเก่าหรือเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้แม่หวนคิดถึงวัยเด็กที่สมุทรสงคราม ใบหน้าของแม่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย บางเรื่องสุข บางเรื่องเศร้า สิ่งๆต่างๆแสดงออกมาทั้งทางแววตาและรอยยิ้ม

                    มีอยู่ช่วงหนึ่งในวัยเด็กของแม่ที่แม่เล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม่ต้องเสียแม่ ( ยาย ) ตอนแม่ยังเรียนอยู่ชั้นประถม แม่พูดว่าถ้าใครไม่เคยเจอการสูญเสียคนใกล้ชิด คนที่เรารักกับตัว ก็จะไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกเป็นเช่นไร และบางที่อาจจะไม่เห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ....หลังจากนั้นฐานะและความเป็นอยู่ของคนในบ้านก็เปลี่ยนไป คุณตาจะต้องเป็นเสาหลักที่มีความรับผิดชอบกว่าเดิม ทำงานหนักกว่าเดิม เพื่ออีกหลายชีวิตภายในบ้านที่ยังต้องกินต้องใช้สิ่งจำเป็นต่างๆ...การสูญเสียคนรักของคุณตาทำให้คุณตากลายเป็นคนซึมเศร้า จากที่เคยมีเสียงหัวเราะ กลับกลายเป็นเงียบขรึม ขณะนั้นแม่ของฉันก็กำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยม แม่เล่าว่าตอนประถมโรงเรียนมีอาหารให้กินถึงวันไหนแม่ ( ยาย ) ไม่ได้ทำปิ่นโตไว้ให้ก็ไม่เดือดร้อนอะไร แต่พอขึ้นระดับมัธยมจะต้องซื้ออาหารเอง ตอนนั้นเป็นช่วงที่ลำบากจริงๆของแม่ แม่ว่าบางทีต้องไปเรียนก่อน พอสายๆตาก็จะตามเอาเงินค่าข้าวค่าขนมไปให้ที่โรงเรียน หลังจากได้เงินจากการขายกุ้งขายปลาที่ออกไปตกมากตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แต่บางวันจับไม่ได้ไม่มีของไปขายวันนั้นแม่ก็จะไม่ได้ค่าอาหารไปโรงเรียน ฉันถามแม่ว่า " แล้วแม่ไม่หิวเหรอ " แม่บอกว่าหิวสิ แต่ว่าไม่มีเงิน ทุนการศึกษาที่ได้ก็แค่ค่าเทอม พอพักกลางวันแม่ก็จะปลีกตัวจากเพื่อนไปห้องสมุดเพราะมาไม่มีเงินกินข้าวเลยไม่อยากไปนั่งดูเพื่อนกินข้าว หิวก็ดื่มน้ำเอา หน้าโรงเรียนจะมีขนมไข่ใส่น้ำแข็งราดน้ำแดง แม่บอกว่าอยากกินนะ แต่ต้องตัดใจเดินกลับบ้านไปหาอะไรกินที่บ้านเอาเพราะไม่มีเงิน กลับมาที่บ้านบางทีตาไม่อยู่ไปทำงานก็จะเหน็บกากมะพร้าวคั่วไว้ให้ให้แม่กลับมาคั่วใส่น้ำตาลใส่เกลือกินเองพร้อมกับหลานอีกสองคนของแม่ที่วัยไล่เลี่ยกัน แม่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้จนกระทั่งจบมอปลายแล้วจึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เพราะคุณตาไม่มีกำลังส่งแม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย

                    สิ่งต่างๆที่แม่ได้พบเจอและที่ประสบฯ์กับแม่ในวัยเด็ก หล่อหลอมทำให้แม่เป็นคนที่ทำงานหนัก ทำงานอยู่เสมอถึงแม่จะเหนื่อยก็ไม่เคยคิดอยากจะหยุดเพราะกลัวความจน กลัวจะต้องกลับไปลำบากอีก แม่บอกเสมอว่าแม่รู้จักความลำบาก รู้ว่ารู้สึกอย่างไรและทรมานแค่ไหน เพราะฉะนั้นแม่จึงต้องทำงานหนักเพราะไม่อยากให้ลูกต้องมีสภาพชีวิตแบบแม่ ชีวิตที่ขาด สิ่งไหนที่แม่ไม่เคยได้รับในวัยเด็กแม่จะหามาให้ลูกได้รับเพราะแม่รู้ถึงความผิดหวังในสิ่งที่ต้องการแต่ไม่สามารถจับต้องได้ แม่เป็นคนประหยัดกับทุกอย่างยกเว้นครอบครัว ถ้าให้ได้แม่จะให้หมดดดยไม่คิดเสียดาย เหมือนเป็นการเติมเต็มปมด้อยในใจของแม่ว่าอดีตเป็นยังไง อนาคตต้องดีกว่า แม่ไม่ใช่คนที่ตามใจแต่ต้องทำอะไรหรืออยากได้อะไรต้องมีเหตุผล มีความจำเป็นเพราะเงินไม่ใช่สิ่งที่หามาได้ง่ายๆ แม่ว่าสิ่งที่แม่ให้ลูกได้ดีที่สุดคือความรู้ เงินได้มาใช้หมดก็หมดไป ความรู้ได้มาติดตัวไม่มีวันหมด ใช้หาเลี้ยงชีพได้ตลอดไป...แม่พูดเช่นนั้นเสมอ ย้ำว่าความรู้ ความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนมันไม่ส่งผลที่ใครหรอก มันส่งผลที่ตัวเราเอง เราตั้งใจแค่ไหน มุ่งมั่นแค่ไหน มันก็จะแสดงศักยภาพออกมาเองเมื่อถึงเวลาที่ชีวิต้องเลือกทางเดิน คนที่มีความรู้ มีวิชา ก็จะได้เปรียบ ได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองที่ดี มีแบบแผน วางแผนอย่างมั่นคง ก้าวด้วยความมั่นคง แต่คนที่ไม่มีความรู้ ชีวิตก็จะล่องลอยเพราะหาจุดสมดุลของตัวเองไม่ได้ เพราะมีทางเดินให้เลือกน้อย ประสบการณ์ชีวิตของแม่เอาไว้ให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง แม่ไม่สามารถอยู่กับเราจนวันสุดท้ายของเรา เพราะฉะนั้นเราต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง แค่นำเอาประสบการณของแม่ไว้เป็นบทเรียน ไว้เป็นต้นแบบไหนการเลือกทางเดินของชีวิต...แม่พูดไว้

                    นอกจากเรื่องความมุ่งมั่นตั้งใจและความอดทนของแม่แล้ว แม่ยังเป็นคนที่มีคุณธรรม นอกจากคุณธรรมของความเป็นแม่แล้ว แม่ยังมีคุณธรรมของตัวเองในหลายๆสิ่ง แม่ปลูกฝั่งลูกด้วยความจริงด้วยข้อคิดจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ให้ดูเป็นตัวอย่างว่าทำเเบบนี้แล้วผลจะเป็นเช่นไร ไม่เพียงสอนโดยวาจาเเต่ยังปฏิบัติให้ได้เห็น จากที่กล่าวมาทั้งหมดทุกคนอาจจะมองว่าเเม่ของฉันเป็นคนดุหรือจริงจังหรือเปล่า..คำตอบคือไม่เลย แม่เลี้ยงลูกด้วยหลายๆบุคลิกตามแต่เวลาและสถานการณ์ เช่น คุยสนุกเฮฮาเมื่อคุยกันในเรื่องตลก คอยให้คำปรึกษาและปลอบใจเหมือนเพื่อนเมื่อเรามีปัญหาต่างๆ เป็นครูเมื่อเราทำในสิ่งผิดคอยตักเตือนด้วยความหวังดี เป็นแม่ที่พร้อมปกป้องลูกไม่ว่ามรสุมชีวิตนั้นๆของลูกจะเป็นเช่นไร  สำหรับฉัน แม่คือคนแรกที่ฉันนึกถึงเมื่อคุณครูได้มอบหมายงานชิ้นนี้ ใบหน้ายิ้มแย้ม แม่สวยที่สุดเวลายิ้ม นั้นจึงทำให้ฉันนึกถึงแม่เป็นคนแรกเสมอๆไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

ความประทับใจที่มีต่อแม่..บุคคลต้นแบบของฉัน  

  1. แม่เป็นคนมองโลกในแง่ดี เจอปัญหาต่างๆแม่เครียด แต่แม่กลับคิดเสมอว่ามีปัญหาได้ ก็ต้องมีทางออกได้เสมอ
  2. แม่เป็นคนใจดี แม่มักชอบช่วยเหลือคน ถึงแม่ว่าคนๆนั้นจะไม่ได้ตอบแทนอะไรคือแม่กลับแม่ แต่แม่ก็เต็มใจที่จะช่วย
  3. แม่เป็นคนใจเย็น ใจเย็นในการตัดสินใจเรื่องๆต่างๆ ต้องรอบคอบแล้วเท่านั้นจึงจะตัดสินใจทำ
  4. แม่เป็นคนมุ่งมั่น ไม่เคยย่อท้อต่ออะไรง่ายๆ เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ใจใหญ่เกินตัว
  5. แม่เป็นคนรักที่ดี ไม่ได้กล่าวถึงการเป็นคู่ชีวิตของพ่อเท่านั้น แต่หมายถึงผู้ที่พร้อมจะมอบความรักให้กับคนรอบข้างด้วย
  6. แม่คือต้นแบบที่สัมผัสได้ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงในจอทีวีเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวต่างๆเเละประสบความสำเร็จในชีวิตที่ฉันรู้สึกและสัมผัสได้ว่ามีความจริงที่จริงแท้แน่นอนที่สุด

สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับตัวเอง

  1. การมองโลกในแง่ดีเพื่อสร้างความสุขให้ตนเองและคนรอบข้างที่รัรกและหวังดีกับเรา
  2. ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตนเป็นที่ตั้ง เอาใจเขามาใส่ใจเรา
  3. ใจเย็น รอบคอบในการตัดสินใจเรื่องต่างๆโดยปราศจากอารมณ์และฌทษะ ใช้หลักความจริงและความเป็นกลางเป็นที่ตั้ง
  4. มุ่งมั่น ตั้งใจทำในสิ่งต่างๆต้วยความมุ่งมั่น อดทน มานะตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออะไรง่าย ไม่ทำตัวเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
  5. เป็นคนที่พร้อมจะมอบความรักให้คนรอบข้างเสมอ ปรารถนาดีต่อกัน
  6. ทำสิ่งต่างๆด้วยแรงกายดีกว่าทำสิ่งต่างๆด้วยวาจา เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว ก็จะทำให้ผู้อื่นหมดศรัทธาในตัวเพราะกล่าววาจาไว้เช่นไรแต่กลับทำไม่ได้ดังที่กล่าว

                    สุดท้ายนี้อยากกล่าวไปถึงลูกๆทุกคน...แม่เป็นผู้วิเศษสำหรับเรา เป็นผู้ที่ควรเคารพบูชา เป็นพระในบ้าน สิ่งที่แม่บอกแม่สอนก็เปรียบเสมือนพรที่แม่มอบไว้ให้ ให้เราได้นำไปใช้ในชีวิต ในอนาคตของเรา ผู้ที่รักเราหวังดีต่อเราด้วยใจที่บริสุทธิ์นั้นหายาก ถ้าหากพบแล้วก็ควรถนอมไว้ ชีวิตของคนเราสั้นยาวยืนยงไม่เท่ากันไม่มีใครรู้ได้ว่าเมื่อไรหรือใครที่จะต้องจากไปก่อน เวลาเป็นสิ่งที่เมื่อผ่านไปแล้วหวนกลับมาไม่ได้ ยิ่งนานวันคนข้างกายยิ่งแก่ขึ้นๆ อย่ารอเวลาที่จะทำดีต่อคนที่เรารักและรักเรา อย่าคิดได้เมื่อสาย ทำสิ่งดีๆต่างๆร่วมกันเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจแล้ว

 

 

 นางสาว รังสิญา รักสมจิตร ม.6/3 เลขที่ 28

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์