" หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง "


" หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง "

                 ในปัจจุบันประเทศไทยของเรามีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นจึงมีการอยู่ร่วมกันมากขึ้น จนมีความหลากหลายทางเชื่อชาติ ศาสนา รวมกระทั่งทางความเชื่อ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ จนอาจเป็นสาเหตุให้เกินการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกิดความรุนแรงขึ้นได้เพราะการไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เกิดได้จากการลบหลู่ซึ่งกันและกัน ไม่ให้เกรียติกันทั้งภายนอกและภายใน และอาจเกิดได้จากความเห็นแก่ตัว จนสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่างๆเช่น ปัญหาการชกต่อยรุมทำร้ายภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียนจนทำให้แต่ละฝ่ายมองหน้ากันไม่ติดจนเป็นปัญหาสืบเนื่องต่อกันไปเป็นทอดๆ ปัญหาการทะเลาะในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่เหตุเกิดมาจากการเอาแต่ใจของแต่ละฝ่ายที่ไม่ยอมกันดังนั้น การเจรจาจึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในการปรองดองกันเพื่อหาข้อสรุปในแต่ละเรื่องโดยมีคนกลางเป็นตัวที่ใช้เชื่อมความสัมพันธ์และคอยให้คำปรึกษาทั้งสองฝ่ายและทำการหาข้อสรุปที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ปัญหาต่างๆที่มักเกิดขึ้นบ่อยในสังคมของคนไทยก็มักจะไม่พ้นเรื่อง

                 ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกันภายในครอบครัว : ข้อนี้ทุกๆฝ่ายควรพูดจาปรึกษากันด้วยเหตุและผล ไม่ควรใช้กำลังในการแก้ปัญหา ไม่ควรใช้อาวุธ และการทำร้ายร่างกายจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เลือดออก หรือถึงขั้นเสียชีวิตจากการกระทำด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบของฝ่ายใดฝ่ายหนึง จะเห็นได้ว่า "ความรุนแรง" ถ่ายทอดจากพ่อ แม่  ลูก  หลาน  เหลน ต่อไป  ถ้าเราปล่อยให้ความรุนแรงเกิดขึ้น  ไม่ว่าจะมากหรือน้อย  ความรุนแรงก็อยู่ในสังคมตลอดไป  จึงเป็นเหตุผลว่า เราต้องป้องกันมิให้ความรุนแรงแพร่ขยายถ่ายทอดเป็นวัฎจักรที่ไม่ดีไปเรื่อย ๆส่วนความรุนแรงต่อจิตใจ คือ  การกระทำหรือละเว้นไม่กระทำ  ทอดทิ้ง  เพิกเฉย  ไม่ดูแลไม่ใส่ใจ  ไม่ให้เกียรติ  การทำร้ายจิตใจมีผลทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเสียใจ  เสียสิทธิและเสรีภาพ  เช่น  การพูดจาดูถูก  ด่าทอ  เหยียดหยาม  การก้าวร้าวทางวาจา  การรบกวนรังควาน  ปล่อยปละทอดทิ้ง 

                 ปัญหาการทะเลาะกันระหว่างสถาบันการศึกษา : เป็นปัญหาที่ทุกๆฝ่ายควรร่วมมือกันแก้ปัญหาเพราะปัญหาการทะเลาะระหว่างสถาบันสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก บางคนถึงขั้นโดนลูกหลงจากอาวุธปืน จนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว บางคนถึงกับเสียอวัยวะบางส่วนกับปัญหาในครั้งนี้ ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่นในสังคมไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวันซึ่งบ้างก็มีทั้งที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่เป็นข่าว ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย ทำให้สร้างความเดือดร้อนกับตัวผู้ก่อเหตุเองและผู้ปกครองของกลุ่มเด็กวัยรุ่นซึ่งในช่วงที่ใกล้วันสถาปนาของแต่ละสถาบันการทำสงครามทางอินเตอร์เน็ตยิ่งรุนแรง และน่าเป็นห่วง  ซึ่งในปัจจุบันไม่เพียงแค่กลุ่มวัยรุ่นเท่านั้นยังเข้าไปถึงการทะเลาะวิวาทกันข้ามสถาบันอีกด้วย การทะเลาะวิวาทเพื่อ "ศักดิ์ศรีสถาบัน" ได้กลายเป็น "ธรรมเนียมปฏิบัติ" ที่ยากจะแก้ไข แต่ก็จำเป็นต้องแก้ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวนอกจากจะสร้างความอกสั่นขวัญผวาให้แก่สังคม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว ยังสร้างความเสื่อมเสียและทำลายความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็น "เสาหลัก" ของการผลิตทรัพยากรมนุษย์อีกด้วยกรณีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น ถือเป็น "ปัญหาเรื้อรัง" ที่สังคมต้องการหาหนทางเยียวยาและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

                 ปัญหาการลบหลู่ความเชื่อของผู้อื่น : ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแต่ความเชื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นการขูดต้นไม้เพื่อหาเลขเด็ดไปซื้อหวย การบูชาสิ่งต่างๆ หรือของศาสนาอื่นที่เขาทำต่อๆกันมา เราไม่ควรดูหมิ่นพิธีกรรมของเขา ไม่ควรไปดูถูกคนอื่น เพราะความเชื่อแตกต่างกัน ถึงแม้เราจะไม่เชื่อ เราไม่ควรพูดจาเสียดสี พูดแขวะ หรือ พูดทำร้ายจิตใจของผู้อื่น ให้อับอายจนเกิดปัญหาต่างๆขึ้น เพราะมันเป็นสิทธิ ส่วนบุคคล ต่างคนต่างความคิด ต่างภูมิลำเนา เติบโตมาจากสังคมต่างกัน เราควรเคารพ ความคิดซึ้งกันและกัน มีถูกและมีผิด ความเชื่อผิดๆ ใครๆก็ไม่ควรเชื่อ เพราะจะเป็นผลเสียต่อตัวเอง  และคุณรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คนๆนั้นเป็นใครคุณแคร์เขามากน้อยแค่ไหน และคุณสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าความเชื่อของเขาผิด ของคุณถูก ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็ให้ใช้อุเบกขาเพราะทุกคนมีเสรีภาพในการที่จะเชื่ออะไรก็ได้ตราบเท่าที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และผู้อื่นก็ไม่มีสิทธิที่จะก้าวก่ายความเชื่อของเรา และความเชื่อเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

                 ไม่ว่าอย่างไรก็ตามความขัดแย้งก็เกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้นได้ทุกๆสถานที่ ทุกโอกาส อย่างไรก็ตามควรหาข้อยุติกับทั้งสองฝ่ายลดการใช้กำลังประทุษร้ายหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความบาดเจ็บแต่ละฝ่ายควรฟังเหตุผลของทุกคนว่ามันเป็นปัญหานี้ได้อย่างไร ฟังทุกๆความคิดเห็นแล้วนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาเป็นข้อสรุปที่ทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจและมั่นใจได้ว่าปัญหาเหล่านี้จะลดลงไปเรื่อยๆซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้เห็นถึงวิธีในการแก้ปัญหากับทุกฝ่ายเพื่อที่จะรวมทุกๆฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และที่สำคัญทุกๆฝ่ายต้องยอมรับในระหว่างเจรจา อย่าอายเพราะว่าเราจะเสียหน้า เพราะการยอมรับข้อตกลงอาจเสียเปรียบบ้างได้เปรียบบ้าง จะทำให้ปัญหาต่างๆมีทางออกและเกิดความร่วมมือกันเช่นดังเดิมอีกทั้งการเจรจายังช่วยลดอาการที่ไม่เป็นมิตรและทำให้ปราศจากอคติต่อกัน ดังหัวข้อที่ว่า " หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง " 

                  ดังนั้น ถ้าผู้คนทุกคนมีมิตรไมตรีอันดีต่อกัน ฟังซึ่งกันและกันเคารพ ให้เกรียติ ไม่ดูถูกผู้อื่น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ทุกๆอย่างมีความรัก ความกลมเกลียว ความสามัคคี จนทำให้สิ่งต่างๆพัฒนาและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะการยอมรับข้อตกลงอาจเสียเปรียบบ้างได้เปรียบบ้าง จะทำให้ปัญหาต่างๆมีทางออกและเกิดความร่วมมือกันเช่นดังเดิมอีกทั้งการเจรจายังช่วยลดอาการที่ไม่เป็นมิตรและทำให้ปราศจากอคติต่อกันแต่ถ้ายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ควรให้ทั้งฝ่ายอยู่กับตัวเองเพื่อทบทวนสิ่งต่างๆหาสาเหตุ จนมีความปรองดองกัน เมื่อทำแล้วปัญหาและสิ่งต่างๆจะกลายเป็น ศูนย์ และเราไม่ควรขุดเรื่องในอดีตมาเป็นปัญหาในคราวต่อไป เป็นต้น


 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 16 คน กำลังออนไลน์