บุคคลต้นแบบ

 

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

 

 

             บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หรือชื่อจริงว่า ท็อป บรรลือฤทธิ์ กิดเมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 ที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบัน คือ จังหวัดสระแก้ว) มีชื่อเล่นว่า “ท็อป” เข้าสู่วงการด้วยการถ่ายแบบ และแสดงเป็นตัวประกอบ 

ในทางสังคม ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นดาราที่ช่วยเหลือสังคม โดยทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานกว่า 20 ปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

บิณฑ์ มีน้องชายฝาแฝดซึ่งเป็นนักแสดงด้วยเหมือนกัน คือ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์

ในโลกออนไลน์

เมื่อคลิกเข้าไปในเฟซบุ๊กของ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ภาพที่เราได้เห็นจะไม่ใช่ภาพดาราโพสท่ากับอาหารจานโปรด หรือภาพกิจกรรมที่แสดงถึงความสุขสนุกสนานแบบคนทั่วไป แต่จะเป็นภาพของผู้ประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณยายซึ่งเป็นมะเร็งที่ใบหน้าและเป็นแผลลุกลามจนไม่เหลือเค้าเดิม หรือไม่ก็เป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่อันแสนอนาถาของสองตายายที่ป่วยเป็นอัมพาต ฯลฯ โดยจะมีการอัพเดตเรื่องราวการช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งยังมีการลงหมายเลขบัญชีไว้ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้โดยตรง

ในโลกออฟไลน์

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่ช่วยผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี โดยมีทีมงานไปกับเขาเพียงไม่กี่คน ก่อนที่จะสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในโลกออนไลน์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีให้หลัง…พร้อม ๆ กับที่ค่อย ๆ ลดงานในวงการบันเทิงลง เหลือเพียงงานกำกับภาพยนตร์เท่านั้นเกิดอะไรขึ้นกับอดีตพระเอกคนหนึ่งที่ตัดสินใจเฟดตัวเองจากโลกแห่งเงินทองและชื่อเสียง แล้วหันไปอุทิศตัวให้กับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยไม่ได้อะไรตอบแทน


„ปัจจุบันมีดารานักแสดงจำนวนไม่น้อยที่มีจิตอาสา ตอบแทนสังคม ด้วยการหันมาทำกิจกรรมเพื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดของการทำดีไม่หวังผลตอบแทนก็ต้องยกให้ พระเอกหนุ่ม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานกับมูลนิธิร่วมกตัญญูในการออกช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่าง ๆ และอีกหนึ่งสาวแกร่งดีกรีนางงาม บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งองค์กรความดี เพื่อช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากให้สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถอยู่ในสังคมได้ต่อไป“

ดาราจิตอาสา…ทำดี จากใจไม่สร้างภาพ

„บิณฑ์ ได้รับมาก จนอยากเป็นผู้ให้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เริ่มต้นชีวิตจิตอาสาว่ามาจากตอนสมัยเด็ก ๆ อยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเคยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิต่าง ๆ เอาสิ่งของที่จำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนมาให้ โดยที่ไม่หวังอะไร ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่มูลนิธิต่าง ๆ ทำมันเป็นสิ่งที่ดีงามที่เขาจะทำเพื่อสังคม ก็เลยตั้งใจไว้ว่า ถ้าโตขึ้นและมีโอกาสจะตอบแทนคืน จนเมื่อเข้าสู่วงการบันเทิง วันหนึ่งเมื่อว่างจากการถ่ายหนังและเปิดทีวีเห็นข่าวตึกถล่มหน้าโรงหนังเอเธนส์ และมีคนติดอยู่ด้านใน เลยตัดสินใจออกไปช่วย โดยที่ไม่รู้จักใครสักคน ใจคิดแค่เพียงว่าอยากช่วยเหลือคนเหล่านั้น ตอนที่ไปช่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งเสื้อมูลนิธิร่วมกตัญญูมาให้ใส่ และบิณฑ์เป็นคนแรกที่เจอศพ นักข่าวต่างก็ไปทำข่าวแต่ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตว่านี่คือ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จากนั้นมาก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานอาสาสมัครให้กับ มูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งในตอนแรกมีเสียงวิจารณ์กันอย่างมากว่า ทำไปเพื่อเอาหน้า สร้างภาพแต่ปัจจุบันก็ทำมาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า เขาเป็นคนตั้งใจทำงานตรงนี้จริง ๆ โดยที่ไม่หวังอะไรแม้แต่น้อย แต่กลับมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ ทำให้คนตกทุกข์มีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันตนไม่ได้ช่วยเหลือคนเฉพาะที่ประสบอุบัติเหตุ ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือคนยากไร้ที่เจ็บป่วย ดังจะเห็นข้อมูลข่าวคราวต่าง ๆ ได้จากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ การทำงานอาสาของบิณฑ์นั้นไม่มีเงินเดือน มีเพียงเบี้ยเลี้ยงนิดหน่อย แถมบางครั้งยังต้องควักเงินส่วนตัวจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้อาสาคนอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีกำลังใจทำงานต่อไป หรือบางครั้งก็มีคนใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือมาบ้าง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี ในส่วนของตัวบิณฑ์เองไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาคิดแต่เพียงว่าการเป็นดารานักแสดงย่อมโชคดีมากกว่าคนอื่นแล้ว เพราะมันดีตรงที่คนศรัทธาและเชื่อถือ เห็นว่าทำจริง เวลาโพสต์ขอความช่วยเหลือไปทางโซเชียลมีเดียก็จะได้รับการตอบกลับมาที่ดี สามารถช่วยเหลือคนเดือดร้อนได้ ซึ่งเขาเองไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นฮีโร่หรือดาราผู้โด่งดัง แต่แค่วันหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็อยากจะช่วยคืนตอบแทนสิ่งดี ๆ จากสังคมที่ตัวเองเคยได้รับมา เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว หัวใจยังอิ่มเอมที่เห็นคนอื่นมีความสุขด้วย“

all : ใครคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ทุ่มเทกับงานจิตอาสาได้ขนาดนี้
บิณฑ์ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครับ ผมมีพระองค์เป็นแบบอย่าง และประชาชนที่ผมเข้าไปช่วยเหลือคือประชาชนของพระองค์ เรามีในหลวงองค์เดียวกัน คนไทยเคยช่วยดูหนังที่ผมเล่น ผมถือว่าคนไทยมีบุญคุณกับผม แม้ว่าผมอาจจะเหนื่อยกับสิ่งที่ผมทำ แต่เมื่อผมคิดถึงรอยยิ้มของคนที่ผมเข้าไปช่วย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีคนเคยบอกว่า ดวงของผมเป็นดวงสาธารณะ เป็นดวงที่ต้องคอยช่วยประชาชน ผมคงทำงานอาสาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะงานอาสาไม่มีวันหยุด ยังคงมีคนเจ็บ   คนตายทุกวัน ผมคงทำไปจนกว่าจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่ประทับใจ : ประทับใจในความคิด สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นวิบากกรรมหรือเป็นเวรกรรมของแต่ละคนก็จริง แต่ในเมื่อเขาอยู่ในสังคมเดียวกับเราขอให้ช่วยเหลือกันเถอะครับ อย่าปล่อยให้เป็นวิบากกรรมของเขาอยู่อย่างนั้นเลย ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน เราสามารถช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นได้ดีกว่านี้ ในเมื่อรัฐบาลหรือองค์กรใหญ่ ๆ สามารถทุ่มเงินไปกับสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีสาระเป็นหมื่น ๆ ล้านได้ ก็น่าจะหันมาทุ่มเทกับคนที่ตกทุกข์ได้ยากบ้าง ถึงแม้พวกเขาจะไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือคนที่เรารู้จักก็ตามที แต่เขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศเดียวกับเรา

แนวทาง : สามารถนำมาเตือนใจเราให้เราได้ทำความดี ได้ช่วยเหลือคนที่มีความทุกข์ 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 41 คน กำลังออนไลน์