บุคคลต้นแบบของข้าพเจ้าคือ คุณสืบ นาคะเสถียร

 

 

 สืบ นาคะเสถียร เป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีชื่อเสียงจาการพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


นอกจากนี้ สืบ นาคะเสถียร ยังมีผลงานทางวิชาการที่เด่น ๆ อีก เช่น

-การทำรังวางไข่ของนกบางชนิดที่ อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี สัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย พ.ศ. 2524

-รายงานการสำรวจนก บริเวณอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี สัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย พ.ศ. 2526

-รายงานผลการวิจัย วางแผนขั้นรายละเอียดสำหรับ ฟื้นฟูสภาพป่าไม้และ การจัดการป่าไม้บริเวณ  พื้นที่ป่าต้นน้ำคลองแสง -โครงการเขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี 2527

- การศึกษานิเวศวิทยาของสัดป่า ในบริเวณโครงการ ศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาภูพาน ตามพระราชดำริ 2528

-นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัดป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรและ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง 2529

-รายงานผลการจับเนื้อทราย ที่เกาะกระดาษ 2529

-เลียงผาที่พบในประเทศไทย การกระจายถิ่นที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมบางประการ 2529

-สำรวจถิ่นที่อยู่อาศัยของเก้งหม้อ

 -นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี และ จ.ตาก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า-ห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี และ จ.ตาก กุมภาพันธ์ 2530 โดย สืบ นาคะเสถียร, นริศ ภูมิภาคพันธุ์, ศักดิ์สิทิ์ ซิ้มเจริญ

-การสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับ สัตว์ป่าในพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส

-การอพยพสัตว์ป่า ในอ่างเก็บน้ำรัชชประภา สัมมนาสัตว์ป่า 2532

-วิเคราะห์ความเหมาะสม จากรายงานและแผนการ แก้ไขผลกระทบด้านทรัพยากร ป่าไม้และสัตว์ป่า

-โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แควใหญ่ตอนบน (Assessment on Report and Impact Assessment Plan on Forestry and Wildlife of Upper Quae Yai Project)

-รายงานการประเมินผลงาน ช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้าง ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จ.สุราษฏร์ธานี

 seub001

     วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา  เป็นวันครบรอบ 22 ปี การเสียสละชีวิตของอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ที่ตัดสินใจใช้กระสุนปืนปลิดชีพตนเอง เพื่อปลุกให้คนไทยและสังคมไทย หันมาสนใจการบุกรุกทำลายป่า และทำลายชีวิตสัตว์ป่า ที่เขารักและหวงแหน แต่เกินกำลังข้าราชการเล็กๆ อย่างเขา จะปกป้องคุ้มครองสิ่งที่รักและหวงแหนเพื่อส่วนรวมได้ แม้จะทุ่มเทอย่างสุดชีวิตจิตใจแล้ว
        เสียงปืนหนึ่งนัดในเช้าตรู่วันที่ 1 กันยายน 2533 จึงเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่สะเทือนใจคนทั้งโลก ทำให้คนจำนวนไม่น้อย ถูกเสียงปืนนัดนั้นกระตุ้นเตือนจิตสำนึกการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ทำให้สังคมไทยและสังคมโลกส่วนหนึ่งตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ สัตว์ป่า และธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ที่นับวันจะถูกบุกรุกทำลายมากขึ้นตลอดเวลา แรงสั่นสะเทือนจากการตายของสืบ นาคะเสถียร ในครั้งนั้น ได้มีส่วนส่งผลให้ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับยกย่องเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534  เป็นต้นมา
       วันที่ 1 กันยายน 2555 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ผืนป่าตะวันตกมรดกโลกห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และอีกหลายองค์กรหลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับป่า ได้จัดพิธีรำลึกโดยการวางหรีด และมีพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ดวงวิญญาณของสืบและเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากการอนุรักษ์ปกป้องผืนป่า และที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณาจารย์และนิสิตร่วมวางหรีดแสดงความอาลัย สืบนาคะเสถียรในฐานะศิษย์เก่าและผู้ที่มีบทบาทในการดูแลผืนป่า พร้อมจัดเสาวนา สืบสานวันสืบ และนิทรรศการรักษ์ป่า
       
      

 วันที่ 15 - 16 กันยายน 2555 นี้ กลุ่มนักอนุรักษ์และหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับป่า จะร่วมกันจัดงานรำลึก 22 ปี สืบ นาคะเสถียร โดยมีนิทรรศการและการเสวนาในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการรำลึกถึงสืบ นาคะเสถียร ผู้เขียนขอย้อนนำประวัติชีวิตโดยย่อของเขา มาบันทึกไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความเป็นมาของนักอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าที่สำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย
         สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2492 ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อนายสลับ นาคะเสถียร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยคุณสืบ เป็นบุตรชายคนโต
       เข้าเรียนชั้นประถมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดปราจีนบุรี ช่วงปิดเทอมว่างจากการเรียนก็จะออกไปช่วยทางบ้านเสริมแนวคันนา เพื่อไม่ให้มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ทำงานกลางแจ้งทั้งวัน แม้แดดจะร้อนก็มิเคยปริปากบ่น ครั้นเรียนจบชั้นประถม 4 ต้องจากครอบครัวไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในสมัยนั้น โดยมีผลการเรียนดีมาโดยตลอด
          ปี 2511-2514 เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความตั้งใจศึกษาและเข้าร่วมกิจกรรมของนิสิตในมหาวิทยาลัย โดยเป็นที่ทราบกันดีระหว่างหมู่เพื่อนผู้ใกล้ชิดว่า คุณสืบ เป็นผู้มีจิตใจรักงานศิลปะสูงส่งมีมนุษยสัมพันธ์และมีระเบียบในการดำเนินชีวิตในสมัยเรียนอย่างเป็นแบบแผน
        ปี 2516 เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้เข้าทำงานที่กองสวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ 2517 เข้าศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชา วนวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษา
         ปี 2518 สืบสามารถสอบบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ โดยทำคะแนนได้ดีเยี่ยมเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งในขณะนั้นคนที่ทำคะแนนได้ดีจะมีสิทธิ์เลือกบรรจุอยู่กองไหนก็ได้ และโดยมากก็มักเลือกเป็นป่าไม้ เพื่อมีโอกาสก้าวหน้าไปเป็นป่าไม้จังหวัดหรือป่าไม้เขตในอนาคต แต่ในกรณีของสืบนั้น เขากลับเลือกกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และในเวลาต่อมาก็ได้รับมอบหมายให้ไปประจำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี
       ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ เป็นสถานที่ที่สืบได้เริ่มต้นอาชีพข้าราชการกรมป่าไม้อย่างเต็มตัว เล่ากันว่าเขาทุ่มเทให้กับงานด้านปราบปราม โดยลุยจับผู้ต้องหาทำลายป่าหรือพรานที่มาล่าสัตว์ในเวลากลางคืนได้นับร้อยราย สืบทำงานที่เขาเขียวได้พักหนึ่งก็สอบชิงทุนบริติชเคาน์ซิลไปเรียนต่อปริญญาโทด้านอนุรักษ์วิทยาได้ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นกลับมาประจำเป็นหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ แต่ประจำได้ไม่นานก็ขอย้ายตัวเองกลับมาทำงานวิชาการในกองอนุรักษ์สัตว์ป่า ด้วยเหตุผลที่ว่าเสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมา และรู้สึกว่างานวิจัยเป็นเนื้องานที่ตัวเองสนใจมากที่สุด
        ปี 2526 กลับเข้าปฏิบัติราชการประจำ ฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้
       ปี 2529 ผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้สืบจนเป็นที่รู้จักของสาธารณชนในวงกว้าง คือการเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกน้ำท่วม อันเป็นผลมาจากการก่อสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม้ภายหลังสิ้นสุดโครงการ จะสามารถช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ทั้งสิ้น 1,364 ตัว ขณะที่สัตว์ป่าอีกจำนวนมากถูกน้ำท่วมตายอย่างน่าเสียดาย
        ปี 2530 ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกตำแหน่งหนึ่งเป็นอาจารย์พิเศษ ประจำภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเตรียมเอกสารข้อมูลทางด้านบทความและภาพถ่าย ทุ่มเทพลังกาย พลังใจ เพื่อคัดค้าน การสร้างเขื่อนน้ำโจนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติทุกรูปแบบ จนประสบผลสำเร็จสามารถต้านการสร้างเขื่อนน้ำโจนได้
          ปี 2531 กลับมาปฏิบัติราชการที่ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ 2532 เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
       ปลายปี 2532 สืบได้รับทุนไปเรียนต่อระดับปริญญาเอก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกันก็ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งสุดท้ายสืบเลือกที่จะละทิ้งความก้าวหน้าทางวิชาการ และเดินทางสู่ผืนป่าห้วยขาแข้งด้วยใจมุ่งมั่นที่จะรักษาป่าและสัตว์ป่าที่เขารักและหวงแหนยิ่งชีวิต
        ปี 2533 จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นวิทยากรบรรยาย และร่วมอภิปรายในโอกาส และสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง ส่วนมากเป็นหัวข้อเรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาที่เกี่ยวข้อง การอพยพสัตว์ป่าตกค้างในเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นต้น เขียนเอกสารโครงงานเพื่อจัดการให้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่มรดกทางธรรมชาติของโลก  คำพูดประโยคหนึ่งของสืบ ที่ติดหูคนฟัง ทุกครั้งที่บรรยายหรืออภิปราย คือ  “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า....”
        กลางคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2533 สืบเขียนจดหมายหกฉบับ มีเนื้อหาลาตาย จัดการทรัพย์สิน อุทิศเครื่องมือเครื่องใช้ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้แก่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ และสั่งให้ตั้งศาลเคารพดวงวิญญาณเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในการรักษาป่าห้วยขาแข้ง ครั้นเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบสวดมนต์ไหว้พระเพื่อเตรียมใจ แล้วใช้อาวุธปืนยิงตนเองหนึ่งนัดถึงแก่ความตายในบ้านพักที่ห้วยขาแข้ง
        สองสัปดาห์ต่อมา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ทั้งที่สืบได้พยายามขอให้ประชุมมาแล้วหลายครั้ง จึงมีผู้กล่าวว่า ถ้าไม่มีเสียงปืนในวันนั้น ก็ไม่มีการประชุมดังกล่าว     

  แม้ว่า สืบ นาคะเสถียร จะตั้งเจตนารมณ์ที่จะรักษาผืนป่าห้วยขาแข้งไว้ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน แต่กระนั้นสืบก็ยังไม่สามารถปกป้องป่าได้ เนื่องจากการดูแลผืนป่าขนาดมากกว่าหนึ่งล้านไร่ ด้วยงบประมาณ และกำลังคนที่จำกัด รวมถึงการทุจริตของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ อีกทั้งปัญหาความยากจนของชาวบ้านที่อยู่อาศัยโดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่หวังผลประโยชน์ ว่าจ้างชาวบ้านในเขตป่าสงวนเข้ามาตัดไม้ และลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าอนุรักษ์ 


          ในความคิดของ สืบ นาคะเสถียร แนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาการทำลายป่าได้ คือการสร้างแนวป่ากันชนขึ้นมา ให้ชาวบ้านอพยพออกนอกแนวกันชน และพัฒนาแนวกันชนให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ปรากฏว่า ไม่ได้รับความสนใจ และความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด 

          จนกระทั่งเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยปืนหนึ่งนัดในป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง การเสียชีวิตของ สืบ นาคะเสถียร เป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ" 

          หลังจากการเสียชีวิตของสืบ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้และผู้เกี่ยวข้อง ได้เปิดประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดย สืบ นาคะเสถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมหลายสิบครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สักครั้งจนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ ทำให้มีข้อกล่าวว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน 

          ความพยายามของสืบก็เป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2534 เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เป็นแหล่งมรดกโลกในที่สุด 

          การอุทิศตนของ สืบ นาคะเสถียร นั้น เป็นการปลุกคนให้ตื่นตัว และลุกขึ้นมาสนใจผืนป่าอย่างจริงจัง วันที่ 1 กันยายนของทุกปี จึงเป็นวันระลึกถึงความเสียสละของท่าน เพื่อให้ทุกคนจดจำ หวงแหนธรรมชาติ และสานต่อเจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียร ...สืบไป

 

รูปปั้นที่ระลึก สืบ นาคะเสถียร

 

ความรู้สึกประทับใจและแนวคิดที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

   หลังจากการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร ความตระหนักในเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติก็เกิดเป็นกระแสขึ้นมาในสังคม ซึ่งสำหรับตัวฉันเองคิดว่าจำเป็นมากที่เราทุกคนควรที่จะอนุรักษ์ป่าไม้ อนุรักษ์สัตว์ป่า แม่น้ำ ลำคลอง สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลานหากทุกคนคิดเอาแต่ได้เอาแต่ทำลายอนาคตของผืนป่าก็จะสลายไปพร้อมกับคน ซึ่งปัจจุบันนี้กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้กระจายไปทั่วทุกแห่งในโลก รวมถึงประเทศไทยทำให้คนหันมาสนใจสีเขียวของธรรมชาติมากขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ส่งผลสะเทือนต่อสังคม ผู้คนที่รักธรรมชาติ นักอนุรักษ์ นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล และความเป็นธรรมของสังคม นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนไม่อาจปล่อยให้ผ่านพ้นไปได้โดยปราศจากความทรงจำ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงกำเนิดขึ้นหลังวันพระราชทานเพลิงศพ คือวันที่ 18 กันยายน 2533 โดยคณะกรรมการ ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่มีอุดมการณ์ตรงกับคุณ สืบ นาคะเสถียร สำหรับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกคนควรสืบต่อเจตนารมณ์ของคุณสืบ ช่วยๆกันรักษาผืนป่า สัตว์ป่า แม่น้ำ ไม่ใช่ช่วยกันทำลายแล้วสักวันวันที่สายไปคุณจะเห็นคุณค่าของมันอย่างลึกซึ้ง

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 59 คน กำลังออนไลน์