บุคคลต้นแบบ"จัสติน บีเบอร์"

 

 

              หนุ่มน้อยมหัศจรรย์ที่โด่งดังไปทั่วโลกไปซะแล้ว สำหรับ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์เล็กพริกขี้หนู ปล่อยเพลง One Time และ One Less Lonely Girlให้ดังตู้มต้ามติดชาร์ตเพลงสากลไปทั่วโลกเมื่อปลายปีก่อน และตอนนี้เค้ากลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ กับอัลบั้มใหม่ My World 2.0 ที่เปิดตัวด้วยซิงเกิลใหม่อย่างเพลง Baby ที่ตอนนี้ก็เริ่มจะกลายเป็นเพลงคุ้นหู ที่เปิดบ่อยในคลื่นเพลงสากลกันไปแล้ว และแน่นอน ผลงานคุณภาพของเขายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

               justin bieber หรือ Justin Drew Bieber หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า เจบี นักร้องหนุ่มน้อยชาวแคนาดาวัย 16 ปีคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในปี ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549)เขาเริ่มแต่งเพลงเองตั้งแต่อายุเพียง11ปี และได้เข้าแข่งขันร้องเพลงและได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในเวที Stratford Idol และในปี 2007 แม่ของหนุ่มน้อยเจบีได้อัดวิดีโอการร้องเพลงของเจบี แล้วเผยแพร่ลงใน youtube.com และกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องอินเทอร์เน็ต จนสุดท้ายผลงานของ justin bieberได้ไปเตะตา Scooter Braun ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเจบีในปัจจุบัน ในตอนนั้น Braunได้มาเห็น และนำบีเบอร์ไปแอตแลนตา รัฐจอร์เจียและพบกับอัชเชอร์ จนได้เซ็นสัญญาในนาม Raymond Braun Media Group (RBMG) ค่ายเพลง Island Recordsได้ส่งผลงานให้ Usher โปรดิวเซอร์ระดับเซียน และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของความโด่งดังของหนุ่มเจบีคนนี้ justin bieber มีผลงานเพลงชุดแรกออกมาให้ฟังเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) ในอัมบั้มที่ชื่อว่า “One Time” โดยเพลงนี้มี Usher มาร่วมร้องด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะไม่มีใครเคยคิดว่า หนุ่มน้อยคนนี้จะสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการเพลงด้วยการส่งเพลง “One Time” ให้ฮิตติดชาร์ตเพลงสากลไปทั่วโลก ก่อนจะปล่อยเพลง “One Less Lonely Girl”, “Love Me”, และ “Favorite Girl” ให้ติดชาร์ตตามกันมาติด ๆ และแน่นอนว่า เป็นหนุ่มอายุน้อยแต่มากความสามารถแบบนี้ ก็เลยกวาดคะแนนความฮอตจากคนฟังไปได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งแห่งปี จนนิตยสารระดับโลกอย่าง Billboard, People, US Weekly และ Entertainment Weekly และบีเบอร์ได้ร้องเพลงของ สตีวี วันเดอร์ (Stevie Wonder) “Someday at Christmas” สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา มิเชลล์ โอบามา ที่ทำเนียบขาวสำหรับวันคริสต์มาสในวอชิงตัน ดี.ซี. และออกอากาศในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2009 บนสถานีโทรทัศน์ช่อง TNT ของสหรัฐอเมริกา และยังร้องเพลงในงาน Dick Clark’s New Year’s Rockin’ Eve ร่วมกับไรอัน ซีเครสต์ ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2009 บีเบอร์ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ในงาน the 52nd Grammy Awards ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2010 ได้รับเชิญในการบันทึกเสียงเพลง วีอาร์เดอะเวิลด์ 25 ฟอร์ เฮติ (We Are The World for its 25th anniversary to benefit Haiti) เนื่องจากในเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ บีเบอร์ได้ร้องในช่วงท่อนเปิดเพลง เช่นเดียวกับไลโอเนล ริชชี ในเวอร์ชันต้นตำรับ และในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2010 ก็ยังได้ไปร้องในเวอร์ชันของ K’naan’s “Wavin’ Flag” บันทึกเสียงโดยกลุ่มศิลปินวัยรุ่นชาวแคนาดา สำหรับเฮติ โดยบีเบอร์ได้ร้องในช่วงท่อนปิดเพลง เพลงซิงเกิล “Baby” โดยร่วมกับลูดาคริส ได้เปิดตัวในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 และได้ฮิตมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้ติดชาร์ต 1 ใน 5 ของสหรัฐอเมริกา และติด 1 ใน 10 อันดับของ 7 ประเทศทั่วโลก และอีกสองซิงเกิล “Never Let You Go” และ “U Smile” ได้ไต่อันดับฮิต 30 อันดับในสหรัฐของฮอต 100 และ 20 อันดับฮิตของแคนาดา และมันได้ขึ้นมาอันดับ 1 ของบิลบอร์ด 200 ของสหรัฐอเมริกา ทำให้บีเบอร์เป็นคนที่ติดอันดับ 1 ที่อายุน้อยที่สุดเช่นเดียวกับสตีวี วันเดอร์ในปี ค.ศ. 1963 นอกจากนั้นอัลบั้มมายเวิลด์ 2.0 (My World 2.0) ยังเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 ในอัลบั้มชาร์ตของแคนาดา ไอริช ออสเตรเรีย และนิวซีแลนด์ และไต่ขึ้น 1 ใน 10 อันดับของ 15 ประเทศทั่วโลก และเพื่อการประชาสัมพันธ์อัลบั้ม บีเบอร์ยังได้ไปร่วมออกงาน The 2010 Kids Choice Awards, Nightline, The Late Show กับ เดวิด เลตเทอร์แมน, The Dome and 106 and Park วันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2010 ได้เป็นนักร้องรับเชิญในแซตเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์ และวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 ได้แสดงในงาน The Macy’s Fourth of July Fireworks Spectacular ในนครนิวยอร์ก และซิงเกิลที่สองของมายเวิลด์ 2.0 “Somebody to Love” ได้เปิดตัวในเดือนเมษายน ค.ศ. 2010 แต่กลับล้มเหลวในชาร์ตต่างๆ แต่ต่อมาก็ได้มีการเปิดตัวรีมิกซ์ใหม่โดยร่วมกับอัชเชอร์ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2010 และได้ติดอันดับ 15 บนบิลบอร์ดฮอต 100

ความรู้สึกประทับใจ    หลายๆคนอาจจะมอง จัสติน บีเบอร์ คนนี้ว่า "ฮูยย~ เด็กติดยา" "ไม่รักแฟนคลับ" "นิสัยเสีย" "เห็นแก่ตัว" "ขี้คุก"
แต่สำหรับเรา เขาเป็นคนที่ทำให้เรามีความสุขได้คนหนึ่ง เขาคอยให้กำลังใจด้วยเพลงที่มีความหมายดีๆให้กับเรามาโดยตลอดเราว่าคนๆหนึ่งซึ้งอยู่ห่างไกลกันเป็นพันๆไมล์แต่กลับทำให้เรายิ้มได้มากกว่าคนที่อยู่ข้างๆเราเสียอีกนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงรัก จัสติน บีเบอร์   จัสติน บีเบอร์ ทุกครั้งที่มีการจัดคอนเสิร์ตของเขาเอง เขาก็จะนำเงินส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต ไปบริจาคช่วยเด็กยากไร้ต่างๆ เช่น สร้างโรงเรียน สร้างบ้าน บริจาคสิ่งของเครื่องใช้ และเมื่อเขามีเวลาเขาก็จะใช้เวลาไปกับเด็กพวกนั้นในการทำกิจกรรมต่างๆเสมอ บีเบอร์ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เพราะแม่ทำงานเลี้ยงเขาเพียงคนเดียว แต่ทุกวีนนี้เขาก็สามารถเลี้ยงและดูแลแม่ของเขาได้อย่างสุขสบายและมีความสุข

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากจัสติน บีเบอร์ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้คือ

จัสติน บีเบอร์ เขาได้ทำทุกอย่างตามสิ่งที่เขาชอบและทำตามความฝันของตัวเอง จนได้มาเป็นบุคคลที่โด่งดัง ร่ำรวย และเป็นวัยุ่นที่ทรงอิทธิพลของโลกอย่างทุกวันนี้ และเขายัเป็นคนที่กตัญญูต่อต่อผู้มีพระคุณ และยังใจบุญ มีจิตใจเป็นกุศล ทำประโยชน์ให้สังคมอีกด้วย

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์