ลุงม็อง ผู้พลิกฟื้นป่า - ปู แห่งอ่าวบ้านดอน

ลุงม็อง ผู้พลิกฟื้นป่า - ปู แห่งอ่าวบ้านดอน

 

         บางคนอาจละเลย และตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติที่ตนเองพักพิงอาศัยอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่หลงใหลในเสน่ห์ของธรรมชาติ และตัดสินใจที่จะเลือกมัน เหนือความรักของครอบครัว อย่างเช่น ลุงม็อง หรือ ประสิทธิ์ เอี่ยมเชื้อ นักสู้แห่งอ่าวบ้านดอนคนนี้ อ่าวบ้านดอน อ่าวโค้งรูปพระจันทร์หงายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือสถานที่ในความทรงจำของลุงม็อง เขาเป็นลูกน้ำเค็ม และดำรงชีวิตอยู่กับท้องทะเลมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ลุงม็อง เล่าว่า สภาพของ อ่าวบ้านดอน เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น อุดมไปด้วยทรัพยกรธรรมชาติมากมาย และมีป่าชายเลน ที่เป็นสถานที่รวมตัวกันของสัตว์น้ำตัวเล็ก ตัวน้อย สร้างรายได้ เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มให้กับชาวบ้านอย่างเสมอมา

          แต่แล้ววันหนึ่ง อ่าวบ้านดอน ซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ กลับต้องเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเรือประมงลำยักษ์กว่า 100 ลำ ปักหลักอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และใช้อวน แหตาถี่ ลากกุ้ง ปู ปลาตัวเล็กตัวน้อยไปจนเกลี้ยง จนในที่สุดสัตว์เหล่านี้ก็ร่อยหรอลง พร้อมกับรอยยิ้มของชาวบ้านที่จางหายไป และได้แต่มองตากันปริบ ๆ

          "เมื่อก่อนเราจับเฉพาะสัตว์ใหญ่ ๆ แต่ไอ้พวกเรือใหญ่มันเอาทุกอย่าง ชาวบ้านก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีกฎอะไรไปจับพวกมันได้ พวกเราก็หากินกันลำบาก เพราะเครื่องมือหาปลาไม่ทันสมัย มีแต่เครื่องมือพื้นบ้าน พอชาวบ้านจมไซ วางเบ็ด อวนรุนมันก็รุนไปหมด" ลุงม็อง เล่าถึงปัญหา

          ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่อยากมีเรื่อง แต่เป็นลุงม็องเอง ที่ไม่ยอมให้เรือประมงลำยักษ์เข้ามาเหิมเกริม เขาตัดสินใจหยิบปืนออกไปขู่เรือประมงลำใหญ่ เพื่อหวังให้นายทุนทำทุกอย่างให้ถูกต้อง แต่นั่นกลับทำให้ลุงม็องถูกหมายหัวเอาชีวิต สุดท้ายลุงม็อง จะต้องหนีออกจากบ้าน เพื่อเอาชีวิตรอด

          ในปี พ.ศ. 2532 หรือคล้อยหลังไปอีก 4 ปี ลุงม็อง กลับมาที่อ่าวบ้านดอน บ้านของเขาอีกครั้ง ด้วยความแปลกใจที่ไม่พบเรือประมงลำใหญ่อีกแล้ว นั่นเพราะมีกฎหมายห้ามใช้อวนรุน อวนลาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผืนป่าชายเลนกลับมามีชืวิตเหมือนดังเดิม เพราะนายทุนได้เข้าไปบุกรุกป่า เพื่อทำนากุ้ง ขุดบ่อกุ้ง หนำซ้ำพวกชาวบ้านยังถูกหลอกให้ช่วยกันถางป่า ก่อนที่ผืนดินเหล่านั้นจะตกไปอยู่ในมือนายทุน ขณะที่พวกชาวบ้านก็เหมือนน้ำท่วมปาก ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนในที่สุดผืนที่ป่าชายเลนกว่าแสนไร่ เหลือแค่เพียงหมื่นไร่ ส่วนการทำบ่อกุ้งยังได้ถ่ายน้ำเสียจำนวนมากลงสู่ทะเลโดยไม่มีใครควบคุม

          อ่าวบ้านดอนกำลังจะตายลง!!! พวกชาวบ้านเริ่มเดินทางออกไปหากินที่อื่น เพื่อประทังชีวิต วิถีชีวิตเดิม ๆ ของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปหมด แต่ยังเหลือ ลุงม็อง ที่ยังยืนยันว่าจะยืนหยัดอยู่ที่อ่าวบ้านดอนแห่งนี้ ลุงม็องกลายมาเป็นผู้นำชาวบ้านเดินขบวนเรียกร้องให้มีสหกรณ์นากุ้ง จนสุดท้ายชายวัย 53 ปีผู้นี้ก็ทำสำเร็จ แต่ลุงม็องก็เป็นหนี้จากการกู้เงินกว่า 600,000 บาท ซ้ำร้ายชาวบ้านต้องพบกับปัญหาน้ำเสียจากการขุดลอกคลองไหลลงบ่อกุ้ง สุดท้ายลุงม็องต้องขายที่ดินเพื่อใช้หนี้ และเมื่อมรสุมพัดผ่านไประลอกหนึ่ง ก็เหลือเพียงแค่ซากบ่อกุ้งร้าง บนแผ่นดินโล่งเตียนที่ดูราวกับว่าลมหายใจกำลังรวยริน

          แต่คำว่า "ท้อ" ไม่เคยอยู่ในความคิดของ "ลุงม็อง" เขาเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยการปลูกต้นไม้เองทีละต้น ๆ ในนากุ้งร้าง และคอยเฝ้าระวังคนที่จะเข้ามาลักลอบตัดต้นไม้ในกระท่อมหลังเล็ก ๆ ท่ามกลางความไม่พอใจของนายทุน ที่จ้างคนมาลอบยิงลุงม็องอยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำลุงม็องกลัวแต่อย่างใด สุดท้ายป่าสีเขียวก็เกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือร่วมใจของลุงม็อง และคนนอกพื้นที่ที่มาช่วยเหลือกัน

          "ตอนนั้นผมทำงานในป่าตลอด ถ้าเป็นพื้นที่หน้าทะเลก็จะปลูกต้นแสม ตามด้วยต้นโกงกาง หลัง ๆ ก็จะเป็นลำพู ลำแพน ปลูกกันหลายหมื่นไร่ ทั้งใน อ.ท่าฉาง อ.ดอนสัก ก็ปลูกไปเรื่อย ๆ ต่อกันถึง 5 ปี ปลูกแล้วก็ต้องดูแลรักษาให้มันโตทุกต้น แต่พอมันโตก็เริ่มมีคนมาลักตัดไปขาย ก็หมดไปอีก ปี 45 ผมก็เลยไปสร้างกระท่อมอยู่ในป่าชายเลนเสียเลย คอยเฝ้าไม่ให้มีคนมาขโมยต้นไม้" ลุงม็อง บอกอย่างภาคภูมิใจ

          เมื่อได้สัมผัสกับป่าชายเลน ลุงม็อง ก็เริ่มเข้าใจว่า ชีวิตของป่าชายเลนจะกลับคืนมาได้นั้น สามารถวัดได้จาก "ปูเปี้ยว" หรือ "ปูแสม" สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน นั่นเพราะปูเปี้ยวจะทำหน้าที่เหมือนกับไส้เดือน คอยย่อยใบแสม ใบโกงกาง ที่ร่วงหล่นบนพื้นไม่ให้เน่าเสีย ทำให้จุลินทรีย์ในดินเอาไปใช้ได้เร็ว ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตของป่าชายเลนที่จะฟื้นคืนมาอีกครั้ง ลุงม็องตัดสินใจอนุรักษ์ และขยายพันธุ์ปูเปี้ยวทันที โดยใช้การเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติ และยังชักชวนคนในพื้นที่มาร่วมด้วยช่วยกัน แต่ทว่าก็มีเพียงไม่กี่คนที่สนใจ และอีกหลาย ๆ เสียงที่หาว่าลุงม็องเสียสติและบ้าไปแล้ว ที่ต้องไปนอนในกระท่อมกลางป่าอยู่คนเดียว เพื่อเฝ้าไม่ให้ใครมาลอบจับปูเหล่านี้

          สุดท้ายความพยายามของ ลุงม็อง ก็เกิดเป็นความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะปัจจุบันนี้ พื้นที่โล่งเตียน ดูไร้ชีวิต กลับกลายเป็นสถานที่รวบรวมสรรพสิ่งมากมาย มีผืนป่านับพันไร่ มีปูเปี้ยวเติบโตขยายพันธุ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแหล่งรายได้ของชาวบ้าน ที่เริ่มเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดรอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะ ของชาวบ้านก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเช่นเดียวกับสภาพผืนป่าอันเขียวขจี

          ความพยายามของลุงม็อง และชาวบ้าน ได้ส่งผลให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. เล็งเห็นและเข้ามาสนับสนุน ก่อนจะจัดตั้งเป็น "โครงการศึกษาแนวทางการจัดการป่าชายเลน เพื่อเพิ่มเป็นปริมาณปูเปี้ยวอย่างยั่งยืน ชุมชนคลองท่าปูน อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี" โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และในที่สุดโครงการนี้ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นโครงการวิจัยดีเด่นประจำปี พ.ศ.2549 อีกด้วย

          แต่ลุงม็องก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เขายังทดลองเลี้ยงสัตว์น้ำอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งหอย ปูเปี้ยว แล้วเอาความรู้ไปขยายต่อ และมีความหวังที่จะขยายไปรอบ ๆ อ่าวบ้านดอน เพื่อให้เกิดพลังของชาวบ้านมาช่วยปกป้องดูแลสมบัติชิ้นนี้ โดยลุงม็องเชื่อว่า หากรอบอ่าวบ้านดอนสามารถรวมกลุ่มกันได้สัก 30 กลุ่ม มีพื้นที่ต่อกันหมดทุกกลุ่ม เมื่อถึงวันนั้นชาวบ้านที่นี่ก็จะรอดจากนายทุน

ความประทับใจ

        รู้สึกประทับใจสิ่งที่ลุงม็องทำมาก เขาทำทุกอย่างด้วยตัวของเขาถึงจะต้องระวังพวกนายทุก แต่ลุงม็องเขาก็ไม่ท้อ เดินหน้าสู้ต่อในสิ่งที่ลุงม็องตั้งใจ จนที่สุดที่ลุงม็องได้ทำออกมาเป็นผลจนเสร็จ มันเป็นความพยายาม ความทุ่มเทกับสิ่งที่ทำสุดหัวใจ

นายอนุรักษ์  แสงสว่าง   ม.5/8  เลขที่ 2

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 81 คน กำลังออนไลน์