ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

   ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

       ในปัจจุบันมีความขัดแย้งที่เกิดขึ้้นจากความแตกต่างมากมาย เช่น ปัญหาการเยียดสีผิว การเหยีดเพศที่3 การเยียดเชื้อชาติ การดูถูกผู้ไม่มีการศึกษา การดูถูกอาชีพต่างๆ ปัญหาของการนับถือศาสนาต่างกัน การแยกเป็นนิกายต่างๆของในแต่ละศาสนา การแบ่งชนชั้นวรรณะ หรือปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือการที่ผู้คนต่างๆมาทะเลาะกัน ซึ่งสาเหตุก็คือความไม่เข้าใจกัน ซึ่งก็คือความแตกต่างทางด้านต่าง ซึ้งจะให้เปลี่ยนตัวเองก็ไม่ได้  ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นมาตั้งแต่กำเนิดจึงเปลี่ยนไม่ได้และบางคนก็ภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเป็น และถ้าหากคนเหล่านี้หันมาทำความเข้าใจซึ่งกันและกันนั้น ปัญหาทางความแตกต่างก็จะไม่เกิดขึ้น

       ปัจจุบันนั้นทั่วทุกมุมโลกเต็มไปด้วยผู้คน  ซึ่งผู้คนเหล่านั้นก็เป็นผู้คนที่มาจากหลายประเทศ หลายจังหวัด หลายประภูมิภาค และหลากหลายเชื้อชาติ เมื่อผู้คนร้อยพ่อพันแม่มาอยู่รวมกันนั้นย่อมมีความขัดแย้ง มีการกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา  ทั้งไม่ชอบหน้าหรือการพูดจาไม่เข้าหูกัน นั่นเป็นเพราะความคิด และอุดมคติของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน หากเราจะอยู่รวมกันอย่างสันติสุขได้นั้นจำเป็นที่จะต้องลดอคติในใจตัวเองลงก่อนอีกทั้งแต่ละบุคคลก็ต้องยอมรับในความแตกต่างในตัวของบุคคลอื่น ยอมรับในความคิดเห็นที่อาจแตกต่างกัน หากเรายอมรับซึ่งกันและกันเราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่ามีความสุขโดยปราศจากการกระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน  และหากเป็นได้อย่างนั้นโลกนี้คงดูน่าอยู่และน่ามองขึ้นมากเพราะมนุษย์โลกทุกคนนั้นต่างยอมรับซึ่งความแตกต่างของกันและกัน  นอกจากความแตกต่างจะทำให้โลกนี้มีความขัดแย้งแล้วอีกปัจจัยหนึ่งนั้นก็คือ การไม่รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน   การไม่ให้อภัยซึ่งกันและกันเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง  เพราะเมื่อเราไม่ให้อภัยกัน ความโกรธนั้นก็จะนำไปยังความแค้น เมื่อมีความแค้นก็จะเกิดเป็นความขัดแย้งที่ไม่สามารถผสานให้เหมือนเดิมได้ ก็เหมือนกับแก้วที่แตกเมื่อมันแตกลงแล้วไม่ว่าเราจะใช้กาวที่ดีที่สุดในโลกมาต่อให้ติดใหม่ หรือนำไปหล่อใหม่มันก็ยังคงเหลือร่องรอยของรอยร้าวและรอยแตกเดิมอยู่  ดังเช่นที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ความแค้นที่เขานั้นถูกย่ำยี ถูกเอาเปรียบและยังสูญเสียดินแดนของประเทศไปนั่นจึงเป็นฉนวนของความโกรธ และเมื่อเขาไม่ให้อภัยจึงนำไปสู่การก่อซึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทีจะหลุดจากการถูเอารัดเอาเปรียบ  ดังนั้นการให้อภัยซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญในการยุติความขัดแย้งและความวุ่นวายของโลกและสังคมนั้นๆได้เป็นอย่างดี หากเราอยากที่จะรวมผู้คนที่มีหลากหลายเชื้อชาติให้มีความสามัคคีกันนั้นจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องมีการให้อภัยซึ่งกันและกัน  

           พูดถึงความขัดแย้งแล้วนั้นไม่ใช่เพียงการขัดแย้งทางชาติพันธุ์ แต่ยังโยงไปถึงรากเหง้าวัฒนธรรมของแต่ละสังคมที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากความแตกต่างของวัฒนธรรมจึงทำให้ผู้คนไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและสงบสุขได้   เนื่องจากบุคคลแต่ละบุคคลนั้นจะซึมซับเอาวัฒนธรรมของตนเองที่คุ้นเคนไว้ในจิตใต้สำนึกไว้ไม่มาก็น้อย และเมื่อไปพบเจอกับบุคคลที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตนั้นอาจนำไปสู่การขัดแย้งกันได้แต่หากเราอบรมและทำความเข้าใจกับบุคคลต่างๆในสังคมให้อย่ายึดตนเองเป็นใหญ่และให้ยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น  ให้เรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างแต่ก็อย่าลืมมากเหง้าวัฒนธรรมของตนเอง เป็นดังเช่น น้ำครึ่งแก้วที่พร้อมรับการเติมเต็มตลอดเวลา  การยอมรับในความแตกต่าง และการรุ้จักการให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาการขัดแย้งได้ เพราะในโลกปัจจุบันการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆได้ก้าวไกลขึ้นทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกสามรถติดต่อและสื่อสารกันได้อย่าไร้ซึ่งพรมแดน  และการติดต่อกันง่ายขึ้นนั้นจึงเป็นการง่ายที่ผู้คนจะเกิดความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันง่ายขึ้นเพราะผู้คนที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้วว่าย่อมมีเชื้อชาติ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  เมื่อเป็นเช่นนั้นเราคงจะเปลี่ยนความก้าวไกลของการสื่อสารไม่ได้ฉะนั้นเราจึงต้องเลือกที่ปรับเปลี่ยนตัวเองและตัวบุคคลให้ไม่มีอคติ และยอมรับในความแตกต่าง และควรที่จะให้อภัยกัน หากเราไม่รู้จักการยอมรับในความแตกต่างก็จะมีปัญหาขัดแย้งตามมา เช่น การเหยียดสีผิว ที่คนผิวขาวมักดูถูกดูแคลนคนสี จึงทำให้เกิดความขัดแย้งของชาติพันธุ์  นอกจากจะเกิดความขัดแย้งแล้วยังตามซึ่งความไม่เท่าเทียมอีกด้วย  และการแก้ไขสิ่งต่างๆนั้นง่ายเพียงนิดเดียวเพียงแค่เราต้องยอมรับความแตกต่างของคนอื่นและเคารพสิทธิส่วนบุคคล และเคารพซึ่งกันและกันไม่ดูถูกคนที่ต่ำต่อยกว่าตนเองเพียงเท่านี้เราก็จะไม่พบเจอกับปัญหาความขักดแย้งที่รุนแรง แลอยู่ร่วกัันอย่าสันติโดยที่ปัญหาการขัดแย้งเรื่องชาติพันธ์ุ  ปัญกาความขัดแย้งด้านวัฒนธรรม  สังคม  อุดทคติ  อุดมคติทางการเมือง และความคิไม่ตรงกันก็จะเบาบางลงเพราะถึงแม้เราอาจจะไม่สามรถยับยั้งความขัดแย้งได้อย่างถาวรแต่เราก็สามารถทำให้ความขัดแย้งต่างๆ นั้นเบบางและลดความรุนแรงลงและทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นได้นันจะต้องเริ่มต้นจากตัวเราเองก่อนที่แล้วค่อยเผยแพร่ให้คนอื่นทำแบบที่เราทำเพียงทำนี้ก็ช่วนลดความขัดแย้งลดลงไปได้บ้างแล้ว

            ทั้งหมดนั้นเราทุกคนไม่ว่าจะมีรากเหง้าทางวัฒนธรรม  หรือ เชื้อชาติ หรืออุดมคติที่แตกต่างกันมากเพียนงใดหากเรายอมรับในความแตกต่างนั้นเราก็สามารถอยู่ร่วมกันบนโลกใบใหญ่ใบนี้ได้อย่างสันติสุขและหากเกิดความขัดแย้งขึ้นแต่เรารู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่คิดอาฆาตค้าแล้วโลกนี้ย่อมมีความสงบสุขอย่างแน่นอน และการให้อภัยซึ่งกันและกั้นนั้นยังถือว่าเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุดแต่หากใครผู้ใดที่สามรถให้อถัยได้แล้วนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ดีมากหากเรารู้จักการให้อภัยซึ่งกันอละกันและการยอมรับความแตกต่างของคนอื่นเราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขและอย่างสงบสุขอย่างแน่นอนหากทุกคสสามารถทำมันได้ เพียงแค่เรามีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ดูถูกเหยีดหยามกันและกัน และเคารพซึ่งกฎหมายเพียงเท่านี้เราก็สามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้อย่ามีความสุข

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 47 คน กำลังออนไลน์