บุคคลต้นแบบ ต๊อบ เถ้าแก่น้อย

บุคคลต้นแบบ

 

 

นักธุรกิจหนุ่มในวัย 23 ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ใครจะคิดว่า จากเด็กที่ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์ เรียนหนังสือไม่เก่ง ถูกประณามเป็นเด็กไม่เอาถ่าน จะกลายเป็นเจ้าของธุรกิจสาหร่ายทอดร้อยล้านภายใต้ชื่อ “เถ้าแก่น้อย”

 

เชื่อเหลือเกินมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าเจ้าของธุรกิจ”เถ้าแก่น้อย” คงต้องเป็นคนอายุมาก หรือไม่ก็เป็นอาเสี่ยรุ่นดึกไปเลย แต่ที่ไหนได้เจ้าของธุรกิจเถ้าแก่น้อยกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงจนแวดวงธุรกิจต่างต้องจับตามองอย่างไม่กระพริบตา แม้หนุ่มน้อยคนนี้จะเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่ง กลับชอบการอ่านประวัติของนักธุรกิจชั้นนำ อาทิ ธนินท์ เจียรวนนท์​เจริญสิริวัฒนภักดีตันภาสกรนทีโดนัลด์ทรัมป์บิลเกตต์สตีฟจ้อบส์ต่างเป็นต้นแบบในการทำธุรกิจของผู้ก่อตั้งเถ้าแก่น้อย

บุคคลเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนไฟส่องทางทำให้ได้นำเคล็ดลับดีๆ มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วยังนำไปพัฒนาในการบริหารธุรกิจของเถ้าแก่น้อยจนเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมบ้านเรา วันนี้ ทีมงาน WhO? ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาสัมภาษณ์คุณต๊อบ-อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จ.นนทบุรี เมื่อทีมงานไปถึงคุณต๊อบหนุ่มหน้าใสอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำ ได้ออกมานั่งพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองแบบเขินๆ ก็ตาม

คุณต๊อบ เล่าว่า สมัยก่อนเรียนชั้นมัธยมไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่ เรียกได้ว่าเกเรเหมือด็กวัยรุ่น หนีเรียนโดยจะปีนข้ามรั้วของโรงเรียนออกมา ทำให้ครูต่างพูดกันว่า เด็กคนนี้แสบ ยิ่งเรียนชั้น ม.5- ม.6 จะโดดเรียนบ่อยครั้งมาก สาเหตุที่โดดเรียนก็ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ ใครจะรู้ว่าการเล่นเกมส์ในวันนั้นจะเป็นทางเดินของธุรกิจนี้ก็ได้ แล้วการโดดเรียนก็จะไปเล่นเกมส์คนเดียว ไม่มีใครเข้าใจ อาจารย์และเพื่อนต่างก็ไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

 

การเล่นเกมส์ออนไลน์เมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ในบ้านเรายังไม่แพร่หลาย แต่ที่อเมริกาเขาเล่นกันอย่างแพร่หลาย โดยรู้จักจากพี่ชาย(ณัชชัชพงศ์) แนะนำให้เกมส์ออนไลน์ที่อเมริกาเล่นกันอย่างแพร่หลายมาก ในที่สุดก็ได้เล่นกับพี่ชาย เล่นจนเป็นคนรวยที่สุดในเกมส์ ระหว่างที่เล่นเกมส์ออนไลน์กับคนอเมริกัน เขาเห็นว่าเล่นเกมส์เก่งมาก เล่นจนรวยที่สุดในเกมส์ ชาวอเมริกันจึงแนะนำว่าเกมส์ที่เล่นน่าจะนำมาขายได้จริง

 

“ผมโชคดีที่ได้เข้าไปแชทกับเจ้าของเซิร์ฟเวอร์โดยบังเอิญ คือ เราเข้าไปเสนอความคิดเห็นว่า ทำไมในเกมส์ถึงไม่มีแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ พอดีว่าเขาถูกใจเลยติดต่อให้ทำงานด้วย โดยรับงานเป็นจ๊อบๆ ทำหน้าที่คิดสิ่งแปลกๆ มาเสนอ ตอนนั้นได้ค่าแรงเดือนละสองสามแสนบาท เมื่อมีรายได้แบบนี้ผมก็ชอบเพราะเล่นเกมส์แล้วยังได้เงินด้วย พอถึง ม.6 ผมก็จบอย่างทุลักทุเลมาก ครูทั้งหลายจะรู้จักผมในฐานะของเด็กไม่เอาถ่าน เรียนไม่ได้เรื่อง ชอบเล่นแต่เกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ จนมีอาจารย์ท่านหนึ่งพูดกับผมว่า จบไปแล้วจะทำอะไรกิน” เสียงค่อนขอดจากครูทำให้มีแรงที่จะต้องสร้างธุรกิจของตัวเองให้ได้

 

 

ต่อมาเข้าเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กระแสเกมส์ออนไลน์ก็เริ่มเสื่อมความนิยม ย้อนกลับมามองตัวเองว่าจากที่เคยมีรายได้เดือนเป็นแสน จึงเริ่มคิดที่จะหาอะไรทำ แต่ยังไม่คิดทำธุรกิจ คิดหาสินค้าซื้อมาขายไปเช่น ซีดี เครื่องเล่นซีดี ผลตอบรับก็ไม่ดี จนมาวันหนึ่งได้คุยกับคุณพ่อ(วรเศษฐ์) ที่ท่านเคยทำธุรกิจก่อสร้าง ท่านก็แนะนำว่า ลองทำอะไรที่เกี่ยวกับอาหารก็น่าสนใจ

 

โชคดีมีวันหนึ่งได้ไปเดินงานในเมืองทองธานี บังเอิญมีการเปิดบูทขายเกาลัดที่ผลิตจากเครื่องจักรคั่ว พอได้กินแล้วรู้สึกว่าอร่อยดี ประกอบกับเราเองเป็นคนชอบกินเกาลัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้มาปรึกษากับที่บ้านว่าอยากจะทำ พ่อเลยแนะนำให้ไปเดินดูเกาลัดที่เยาวราช เชื่อไหมว่าเดินซื้อเกาลัดตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยแล้วได้ถามอาแปะที่ยืนคั่วเกาลัดยังไง ทำไมถึงต้องนำเกาลัดมาแช่น้ำ ได้คำตอบว่าเกาลัดที่ลอยขึ้นมาแสดงว่าเป็นเกาลัดที่ใช้ไม่ได้ ในที่สุดก็ได้คำตอบการคั่วเกาลัดถึงต้นทุน รู้แหล่งทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์น่าที่จะลองทำธุรกิจนี้ เถ้าแก่น้อยตัวจริง ให้ข้อคิดเอาไว้ว่า “คนเราจะทำธุรกิจอะไรที่ไม่รู้จะต้องกล้าที่จะถามอย่าไปอายกับความรู้ กลยุทธ์ในการประสบความสำเร็จของผมไม่ยาก คือ หนึ่งถาม สองถาม สามก็ถามอีกแหละ”

 

 

สำหรับสาหร่ายทอดภายใต้ยี่ห้อ“เถ้าแก่น้อย” เป็นการได้มาด้วยความบังเอิญที่วันหนึ่งก่อนเขาจะออกจากบ้านเพื่อนำรูปแบบแฟรนไชส์ไปเสนอห้างๆ หนึ่ง พอดีคุณพ่อนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนเขา แล้วก็พูดแซวว่าลูกชายจะไปเป็นเถ้าแก่น้อยแล้ว ระหว่างที่นั่งเสนองานอยู่นั้น ทางห้างถามว่าคุณมีช่อร้านหรือยัง ความใหม่ในธุรกิจจึงยังไม่ทันคิดช่วงนั้นตายแล้ว เขาจะไล่กลับหรือเปล่า แว๊บแรกคิดถึงคำพูดของพ่อขึ้นมาทันทีว่า “ร้านเถ้าแก่น้อยเกาลัดครับ” นำเสียงบ่งบอกถึงความภูมิใจกับไหวพริบที่มีอยู่ในตัว

ระหว่างที่เล่าถึงที่มาในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ เริ่มจากห้างแห่งหนึ่งวันแรกที่ขายขาดทุน 500 บาท วันที่สองขาดทุนพันบาท ขาดทุนแบบนี้อยู่สองเดือน จากเงินที่เล่นเกมส์มาก็เริ่มหดหายไปเรื่อยๆแต่ใจยังสู้ไม่ถอย ก็เลยไปเปิดอีก 1 สาขายิ่งขาดทุนหนักกว่าเก่า พอคิดที่จะเลิกทำโชคดีมีห้างสรรพสินค้าโลตัสมาติดต่อแล้วบอกว่าเกาลัดคุณที่ผลิตมากับเครื่องจักรน่าจะลองไปขายในห้างเขา จากที่คิดจะเลิกก็มองว่าเป็นโอกาส เลยลองไปเปิดวันแรกขายได้ 5,000 กว่าบาท เชื่อไหมว่าไฟที่กำลังจะมอดกลับลุกโชนขึ้นมาเป็นกำลังใจ

จึงเริ่มคิดว่า อาจเป็นเพราะทำเล ทำให้ไปหาหนังสือเกี่ยวกับที่ตั้ง ฮวงจุ้ย มาศึกษา คำตอบที่ได้คือ ทำเลที่ดีที่สุดของห้างต้องอยู่ทางซ้ายของประตูทางออกเสมอเพราะมีคนเดินเข้าออกหมุนเวียนตลอด อีกคำตอบที่ได้หากทำสินค้าให้ประสบความสำเร็จมี 3 อย่างเหมือนกัน คือ หนึ่งโลเกชั่น สองโลเกชั่น สามก็โลเกชั่น เป็นที่มาขยายแฟรนไชส์ออกไปกว่า 30 สาขา

พอมีหน้าร้านเหลือที่ว่างน่าจะนำสินค้าตัวอื่นมาขายเพื่อให้เกิดรายได้โดยนำสินค้าของประเทศจีนมาขาย เช่น ลูกพลับแห้ง ลำไยอบแห้ง ซึ่งก็ขายได้ในระดับหนึ่ง กระทั่งวันหนึ่งขับรถไปรับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย (เราสวนทันควันว่าใช่แฟนไหมเจ้าตัวยังยืนยันว่าเป็นเพื่อน คำว่าเพื่อนสนิทก็ตอบไม่เต็มปาก ก่อนตอบเอาใจสาวๆ ว่าวันนี้ยังโสด) โดยเพื่อนคนนี้ได้ซื้อสาหร่ายทอดมากินบนรถได้ขอเขากินบ้าง ก็เลยรู้สึกว่าชอบอร่อยดี วันหลังไปรับก็ขอให้เขาซื้อมาฝากอีก จากนั้นได้นำไปให้คนในครอบครัวกินกัน ทุกคนก็ฝากซื้อกัน

 

ในที่สุดได้นำสาหร่ายทอดนี้มาขายหน้าร้านเกาลัด ผลตอบรับที่ดีกว่ายอดขายเกาลัดซึ่งเป็นสินค้าหลักในบางสาขา จากนั้นเห็นว่ามีอนาคต มีความคิดแบบพ่อค้าที่จะพัฒนาสินค้าสาหร่ายทอดต่อยอดธุรกิจออกไป เรียกว่าไฟลุกโชนอยู่ในใจ จึงเริ่มนำสินค้าตัวอย่างไปเสนอให้กับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ที่คิดว่าเหมาะกับสินค้าและกลุ่มลูกค้า แต่ต้องผิดหวังเพราะเขาบอกกลับมาว่า สินค้ายังต้องพัฒนาอีกหลายๆด้าน เพราะสินค้าอยู่ในถุงพลาสติกใสๆ จะเก็บไว้ได้ไม่นาน จนศึกษาปรับปรุงพัฒนาหีบห่อใหม่ แล้วนำไปเสนออีกครั้งทางเซเว่นฯก็ทำท่าเหมือนไม่สนใจเพียงบอกให้ฝากสินค้าเอาไว้ แต่พอช่วงเช้าเสนอไปกลับมาช่วงบ่ายโทรศัพท์ดังตื้ดๆ (ทำท่ารับโทรศัพท์แบบจริงจัง) ปรากฎว่าทางเซเวนโทรมาบอกว่าทางเราสนใจสินค้าคุณมากเลย พร้อมจะขายกับเราไหม 3,000 สาขา ตอนนั้นบอกตามตรงได้เลยว่าโรงงานผลิตยังไม่มีสาหร่ายก็ทอดอยู่หลังบ้านมีคนงานอยู่ 6 คนรวมตัวเอง

วันนั้นคิดว่าเป็นโอกาสใจที่แฟ๊บๆ ก็ฟูขึ้นมาอีกรอบ สมองคิดเลยว่าจะต้องใช้เครื่องจักร คนทำอีกเท่าไหร่ คำตอบที่ตอบกลับไป “พร้อมครับ” ทางเซเว่นฯ ให้เวลาสองเดือนพร้อมก็ส่งสินค้าได้ จุดนี้เองจึงได้สร้างโรงงานขึ้นมาด้วยการตัดสินใจขายแฟรนไชส์เกาลัดทิ้ง เพื่อนำเงินมาเป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตสาหร่ายทอด บอกตรงๆ ว่าเวลานั้นเป็นการตัดสินใจที่ยากว่าจะหยุดธุรกิจอย่างหนึ่งแล้วมาทำอีกอย่างหนึ่งไม่ง่ายเลย สิ่งสำคัญเราต้องให้กว่ารับ ให้มากกว่ารับในบางครั้งการทำธุรกิจต้องไม่ทำแค่นี้พรุ่งนี้ แต่ต้องมองไปถึงเจ็ดแปดเก้า ทำทุกอย่างให้ผู้บริโภคได้ชิมสินค้าว่าถูกใจไหม

ความสำเร็จจากการทำธุรกิจเกาลัดคนเดียวนึกว่าตัวเองเก่ง หลงตัวเองในที่สุดก็เกิดการผิดพลาด นี่เป็นคำยอมรับจากเถ้าแก้น้อย ก่อนอธิบายถึงการดูแลพนักงานกว่า 600 คนว่า เราต้องรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานทุกคนที่จบปริญญาตรี ปริญญาโท แล้วเอาเหตุผลเราเป็นหลักแล้วเราจะจ้างเขามาทำไม ดังนั้น เราต้องรับฟังความเห็นแล้วนำมากลั่นกรองอีกครั้งก่อนสรุป สุดท้ายเราตัดสินใจอะไรไปแล้วเกิดความผิดพลาดเราก็จะต้องเป็นภาวะผู้นำที่ดีในการกล้าที่จะยอมรับความผิดนั้นๆ ชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้ค่อยไปไหนเพราะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง แต่วันนี้พอมีเวลาว่างก็จะเดินทางไปเที่ยวบ้าง

ใครอยากทำธุรกิจแบบเถ้าแก่น้อยได้นั้น “อย่างแรกต้องเริ่มต้นจากความคิดก่อน ผมทำอะไรใหม่ๆ โชคดีที่ผมมักเป็นคนที่คิดว่า ถ้าทำไม่สำเร็จแล้วจะทำยังไง แต่ผมจะคิดเสมอว่า ถ้าทำสำเร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ แล้วถ้าคุณกล้าที่จะเดินในโลกธุรกิจแล้ว ต้องยอมรับให้ได้ว่าต้องมีปัญหา ต้องมีอุปสรรค หรือทางตัน ก็ขอให้มองปัญหาเป็นบทเรียนที่สอนเรา ให้คิดเสียว่า เมื่อมีประตูหนึ่งปิด ก็ต้องมีประตูหนึ่งเปิดมันจะไม่มีทางตันหรอก สำคัญมากคนเราผิดพลาดได้เสียเงินเสียทองได้ แต่ขออย่างเดียวไม่หมดกำลังใจ เพราะถ้าหมดกำลังใจก็เหมือนคนตายที่ทำอะไรไม่ได้ กำลังใจเท่านั้นที่จะพาไปสู่ความสำเร็จได้”

 

 

 

 หลายคนอาจจะได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง "TOP SECRET วัยรุ่นพันล้าน" กันมาแล้ว ด้วยตัวอย่างที่น่าติดตามต่างจากภาพยนตร์วัยใสทั่วไป เพราะภาพยนตร์ดังกล่าวนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง!! ของเด็กหนุ่มที่ติดเกมออนไลน์... เรียนหนังสือไม่เก่ง แถมถูกประณามว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน แต่ใครจะรู้ว่าเขาคนนั้นจะกลายมาเป็นเศรษฐีร้อยล้านเพียง อายุแค่ 23 ปีเท่านั้น (เขาร้อยล้านตอนอายุ 23 แต่ตอนนี้ 26 แล้วอ่า) !

 

          นั่นแน่... อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าเขาคนนั้นคือใคร แล้วทำไมเขาถึงกลายเป็นเศรษฐีได้ในเวลาอันสั้น ไปทำความรู้จักกับ "ต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์" เจ้าของธุรกิจสาหร่ายทอดกรอบแบรนด์"เถ้าแก่น้อย" กันเลย

 

         ต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เศรษฐีร้อยล้านคนนี้ ก่อนหน้านี้เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่สนใจเรียน ชีวิตของ ต๊อบ มีแต่คำว่า "เกม" เท่านั้น โดยต๊อบเริ่มเล่นเกมออนไลน์ Everquestมาตั้งแต่ ม.4 ถึงขนาดสะสมแต้มจนรวยที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ และกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกมดังกล่าว จนมีฝรั่งมาขอซื้อไอเท็มเด็ด ๆ ไอเท็มเจ๋ง ๆ ที่หายากในเกมจากเขา และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นสร้างรายได้ของต๊อบ ซึ่งการซื้อขายไอเท็มเกมดังกล่าว บวกกับการที่เป็นผู้ทดสอบระบบเกมในฐานะคนเล่น ก็สร้างรายได้ให้เขาเป็นกอบเป็นกำ จนมีเงินเก็บเป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว

 

        ด้วยความที่เป็นเด็กติดเกม ต๊อบ อิทธิพัทธ์ จึงเรียนจบชั้นระดับมัธยมมาได้อย่างยากลำบาก และเรียนต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งตอนนั้นนั่นเองเขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่ถนนแห่งเส้นทางธุรกิจ พร้อมตั้งใจจะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

และในช่วงจังหวะที่เกมออนไลน์เริ่มไม่เป็นที่นิยมเหมือนเคย เขาก็หารายได้จากช่องทางอื่น ทั้งขายเครื่องเล่นวีซีดี ดูทำเลเปิดร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเขาได้ไปเดินงานแฟร์ช่องทางธุรกิจ ซึ่งในงานนั้นมีเฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่นมาออกบู๊ท ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบกินเกาลัดอยู่แล้ว เลยสนใจธุรกิจนี้เป็นพิเศษ จึงเข้าไปสอบถามค่าเฟรนไชส์เกาลัดดังกล่าว แต่ทว่าราคาสูงเกินกำลังที่เขามี เลยขอแค่เช่าตู้คั่วเกาลัดเท่านั้น แล้วมาสร้างเฟรนไชส์เป็นของตัวเอง และเมื่อวันที่เขาต้องไปเซ็นสัญญาซื้อขายเกาลัดที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนออกจากบ้านเขาได้ยินคุณพ่อพูดกับเพื่อนว่า "ลูกอั้วกำลังจะเป็นเถ้าแก่น้อยแล้ว" คำว่าเถ้าแก่น้อยที่ได้ยินตอนนั้นนั่นเอง ที่เป็นที่มาของชื่อ "เถ้าแก่น้อย" สาหร่ายทอดกรอบในปัจจุบัน

 

        เศรษฐีร้อยล้าน ได้ใช้เวลาเพียงแค่ปีกว่า ๆ ขยายเฟรนไชส์เกาลัดเถ้าแก่น้อย ได้กว่า 30 สาขา และเมื่อเขาเห็นว่า เฟรนไชส์ของเขาขายได้หลายแห่งแล้ว เขาจึงคิดจะทำสินค้าอื่นเพิ่มเติม จึงลองนำอย่างอื่นมาวางขายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น เกาลัด ลูกท้อ ลำไยอบแห้ง และสาหร่าย แต่สินค้าที่ขายดีที่สุดในตอนนั้นกลับไม่ใช่เกาลัด แต่กลายเป็นสาหร่ายทอดกรอบ ซึ่งนั่นเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากต่อยอดธุรกิจในการทำสาหร่ายทอดตรา "เถ้าแก่น้อย" อย่างจริงจัง

 

        หลังจากนั้นเขาก็พยายามศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับสาหร่าย และได้ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง โดยเริ่มจากบรรจุซองพลาสติกไปฝากตามร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีอุปสรรคมากมาย ทั้งสินค้าหมดอายุไว รูปแบบแพ็กเกจจำหน่ายไม่สวย จึงทำให้เขากลับมานั่งคิดอีกครั้งว่า จะทำอย่างไรให้สินค้าเก็บไว้ได้นาน มีแพ็คเกจที่น่าสนใจ และสามารถขายในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ได้

 

 

 

       แต่พรสวรรค์ทางการตลาดของเขาก็ได้จุดประกายความคิดอีกครั้ง เขาได้นำกระแสเกาหลี กระแสญี่ปุ่น เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยอยากให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าของ เขาได้ทันทีที่แรกเห็น เขาจึงทำโลโก้เป็นเด็กน่ายิ้ม ดูน่ารัก มีความสุข อีกทั้งถือธงเพื่อให้รู้ว่า ถึงจะเป็นของกินเล่นแต่มีคุณค่าทางอาหารสูง รวมไปถึงเพิ่มรสชาติต่าง ๆ ให้หลากหลาย ตอบรับความต้องการของแต่ละคน

และเมื่อเขาได้ปรับปรุงสินค้าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนำสาหร่ายเถ้าแก่น้อยไปเสนอแก่ 7-11 อีกครั้ง และจากนั้นก็ได้รับการติดต่อกลับมาในทันทีว่า "ภายใน 3 เดือน สินค้าคุณพร้อมจะวางขายในร้าน 7-11 จำนวน 3,000 สาขาทั่วประเทศ หรือไม่" เมื่อได้ยินดังนั้น คำถามก็ประดังประเดเข้ามาในหัวของเขาว่า เขาต้องทอดสาหร่ายกี่แผ่น ใช้คนทอดกี่คน และจะทำทันหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมีคำถามอยู่เต็มหัวไปหมด แต่เขาก็ตอบกลับ 7-11 ไปเกือบจะทันทีว่า พร้อมครับ!!!

 

        หลังจากที่ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ ตอบตกลงไปแล้ว เขาก็ต้องกับมานั่งกุมขมับ กับปัญหา และสิ่งที่ตามมาทั้งการสร้างโรงงาน เงินทุน แหล่งวัตถุดิบ การนำเข้าเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน พร้อมส่งขายแก่ 7-11 กว่า 3,000 สาขา ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น...  เขาจึงเดินหน้าด้วยการเริ่มต้นหาทุนสร้างโรงงาน โดยการไปขอกู้ยืมจากธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา นั่นเป็นเพราะว่า ในตอนนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี เท่านั้น และเมื่อเขากู้เงินไม่ผ่าน เขาจึงยอมตัดใจขายธุรกิจเฟรนไชส์เกาลัดทิ้ง ซึ่งเฟรนไชน์กว่า 30 สาขาดังกล่าว สร้างรายได้ให้เขาเดือนละกว่าล้านบาทเลยทีเดียว แต่กว่าที่เขาจะตัดสินใจขายเฟรนไชส์แรกที่เขาปลุกปั้นมากับมือ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญต่อจิตใจของเขามาก แต่เขาก็ต้องขายด้วยความเสี่ยง เพราะเขาไม่รู้เลยว่า ธุรกิจสาหร่ายนั้น จะดีเท่ากับธุรกิจเกาลัดหรือไม่

  ในขณะที่ธุรกิจกำลังก้าวหน้า ต๊อบ อิทธิพัทธ์ ได้ตัดสินใจดร๊อปเรียนไว้ตอนปี 1 เพื่อนำเวลามาทำธุรกิจส่วนตัวอย่างเต็มตัว ส่วนทางด้านเงินที่ขายเฟรนไชส์เกาลัด ก็นำมาลงทุนกับสาหร่ายทั้งหมด โดยการสร้างโรงงานผลิตสาหร่ายทอด ซึ่งมีพนักงานก็คือครอบครัวของเขาทุกคน และคนงานอีกเพียงแค่ 6-7 คนเท่านั้น ทุกคนทำงานอย่างหนัก ยิ่งช่วงใกล้ส่งสินค้าให้กับทาง 7-11 ครอบครัวและคนงานของเขา แทบไม่ได้หลับได้นอน ทอดสาหร่าย และบรรจุภัณฑ์ แต่ก็สำเร็จ เขาสามารถบรรทุกสาหร่ายเถ้าแก่น้อยเต็มคัน ขับไปส่งศูนย์จำหน่าย  7-11 ได้สำเร็จ

 

        จากนั้นเป็นต้นมา สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" ก็ทะยานสู่ตลาดวัยรุ่น และผู้บริโภคที่ชื่นชอบสาหร่ายทอดกรอบได้สำเร็จ ส่วน ต๊อบ ก็กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหม่ไฟแรง เปลี่ยนสถานะจากเศรษฐีร้อยล้าน กลายเป็นเศรษฐีพันล้านได้อย่างสำเร็จ

 

          ส่วนเรื่องการเรียนของ ต๊อบ อิทธิพัทธ์ นั้น ตอนนี้เขามีวุฒิการศึกษาสูงสุดเพียงแค่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้ลงเรียนอีกครั้งที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งแม้ว่าเขาจะเชื่อว่า ประสบการณ์ไม่ได้มาจากทฤษฎีในห้องเรียน แต่มันมาจากการลงมือปฏิบัติก็ตาม แต่ที่เขาเรียนนั่นก็เพื่ออยากจะให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ และอยากถ่ายรูปรับปริญญาร่วมกับครอบครัวเพียงเท่านั้น...

 

      

การศึกษา

อนุบาล-ประถมศึกษา โรงเรียนปานะพันธ์วิทยา

          มัธยมศึกษาตอนต้น เซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี

          มัธยมศึกษาตอนปลาย สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี

          ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้า คณะบริหาร (ไม่จบ)

 

แนวคิดที่ประทับใจ

1.กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า คือ การลงทุนแม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะทำจพขาดทุนหรือมากน้อยแค่ไหนแต่เขาก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำ

2.ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเต็มที่แม้คนอื่นจะหาว่าไร้สาระ เช่นเล่นเกมส์ก็เล่นจนมีเงินมากมาย พอลงทุนก็กล้าที่จะเสี่ยงอย่างเต็มที่ ทำให้เขาประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้

3.การไม่เคยละทิ้งครอบครัวถึงแม้จะมีเงินมากมายมหาศาลแล้ว เขายังคงนึกถึงในวันที่เขากับครอบครัวอยู่เสมอที่เคยช่วยกันทอดสาหร่ายแทบไม่ได้หลับได้นอน จนกระทั่งสาหร่ายเถ้าแก่น้อยกลายเป็นสาหร่ายยอดฮิตจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์