บุคคลตัวอย่าง ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ

                                                                  Image result for ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ประวัติ

“การเรียนหนังสือยิ่งทำให้เห็นโอกาสมากขึ้นจนมีวันนี้ได้ คิดว่าการศึกษาคือการพัฒนาชีวิต อยากสอนเด็กรุ่นใหม่ทุกคนควรตั้งใจเรียนนึกถึงความลำบากของพ่อแม่ เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้สอนอย่างเดียวไม่ได้ คิดย้อนกลับว่าผู้ใหญ่ได้สอนเด็กแบบเดิมหรือเปล่า เคยโดนเคี่ยวเข็ญมากกว่า แต่สมัยนี้ผู้ใหญ่ปล่อยให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง หนังสือเล่มนี้จึงสอนให้เด็กต่อสู้มากกว่ารอโอกาสจากคนอื่น” อดีตเด็กจากกองขยะกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจเมื่อความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจะอยู่ที่นั่นเสมอ…ไม่ช้าก็เร็ว.

เริ่มต้นเป็นขอทานได้อย่างไร?

เกิดความคิดแวบขึ้นมาเลยว่า มานั่งอดทำไม ในเมื่อ “ขอเขากิน” ก็ได้ หลังจากนั้นก็ขอข้าวแม่ค้ากิน จนโดนตะเพิดไล่ออกมา ลองหาวิธีใหม่คือกินข้าวเหลือคาจานของคนอื่น ยิ่งโดนไล่มาก ๆ เข้าจึงหันมาเดินขอทานผู้โดยสารที่ บขส. ได้เงินมาค่อยซื้อข้าวกิน ขอทานได้สักพักนายท่าเห็นว่าเราสร้างความรำคาญให้ผู้โดยสาร จึงไล่ไม่ให้มาเดินเพ่นพ่านย่านนี้อีก จังหวะเดียวกับพี่สาวทนความลำบากไม่ไหวหนีไปอีกคน จึงเหลือผมอยู่คนเดียวและกลายเป็นเด็กเร่ร่อนเต็มตัว

ใช้ชีวิตนอกห้องเรียนอย่างโชกโชน ยังกลับไปเรียนหนังสือหรือเปล่า?

ตอนนั้นยังไปเรียนตามปกติ ช่วงอิสระไม่มีใครบังคับ ไปเรียนบ้างไม่ไปเรียนบ้าง วันที่ไม่ขาดเรียนเลยคือวันที่โรงเรียนแจกนมถั่วเหลือง ขณะเดียวกันบ้านโดนตัดน้ำตัดไฟ ไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลยตัวเหม็นคลุ้งขี้ฟันเขรอะ กลายเป็นเด็กหลังห้องที่เพื่อน ๆ รังเกียจ ด้วยความเจนจัดในชีวิตจึงชอบแกล้งเพื่อน อยากได้ดินสอก็ขโมยมาเป็นของตัวเอง กลายเป็นเด็กเกเร เพื่อนไม่อยากคุยด้วย ครูก็ตีและดุด่าประจำ ทำให้โดดเรียนไปขลุกตัวเกาะตู้ดูเขาเล่นเกมตู้ม้า หยอดเหรียญ แทงส้ม หลัง ๆ คนมาเล่นเกมก็เริ่มให้ผมขโมยเงินจากตู้เกม ด้วยความที่มือเล็ก จึงสามารถล้วงเข้าไปในตู้เพื่อเก็บเศษสตางค์ที่หล่นลงไปในกล่องได้ ตอนหลังไม่มีใครใช้ก็ทำด้วยตัวเองเป็นอีกช่องทางในการซื้อขนมและซื้อข้าว ใช้ชีวิตเช่นนี้สองปีวันหนึ่งแม่ก็กลับมา

ชีวิตเปลี่ยนแปลงจากหลังมือเป็นหน้ามืออย่างไรเมื่อแม่กลับมา?

ช่วงปลายเทอมสอง ชั้น ป.4 แม่กลับมา มีคนไปบอกแม่ว่า “บ้านแตก” เหลือลูกชายอยู่คนเดียว ซึ่งตอนนี้เป็น “เด็กเหลือขอ” แม่จึงเลิกอาชีพเด็กเสิร์ฟ วินาทีที่เจอแม่เหมือนฝันกลายเป็นจริง วันนั้นแม่กลับมารู้สึกดีใจจริง ๆ แต่มีความสุขแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะผมมีอิสระสองปีเต็ม แม่ปลุกให้ไปโรงเรียนก็ไม่ตื่น ต้องปลุกด้วยไม้แขวนเสื้อโดนตีอยู่หลายที ตกเย็นแม่พาไปซื้อชุดนักเรียนใหม่ พร้อมซื้อน้ำมันก๊าดมาขัดคราบไคลที่สกปรกจนเนื้อตัวแดงเถือกไปหมด แม้กระทั่งพาไปพบทันตแพทย์ ค่อย ๆ รักษาฟันผุทีละซี่ แม่กลับมาเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำข้าวผัดใส่ห่อให้ผมหิ้วไปขายวันละ 20 ห่อ ห่อละ 5 บาท เพราะไม่อยากให้ผมว่าง พอทำได้ 3-4 เดือน โดนแม่ค้ากลั่นแกล้งต้องล้มเลิก หันมาเก็บขวดขาย ซึ่งรายได้พอ ๆ กับขายข้าวผัด แต่ไม่ต้องลงทุน ผมต้องช่วยแม่เก็บขวดและค่อย ๆ โดนตัดจากวงจรเพื่อนเกเรเข้าสู่วงจรเด็กเก็บขยะเต็มตัว

เหตุการณ์ใดที่ทำให้กลับมาตั้งใจเรียนใหม่อีกครั้ง?

ยังคงหาเรื่องไม่เรียนหนังสือจนอยู่ชั้น ป.5 วันหนึ่งส้วมซึมเต็มกลายเป็นข้ออ้างบอก แม่ว่าอาบน้ำไปเรียนหนังสือไม่ได้ แม่จัดการหาฝามาครอบกันอุจาดตาแล้วเร่งให้ทำตามหน้าที่ ตกดึกเห็นแม่ถือชะแลงกะเทาะปูนรอบฐานคอห่าน ตักอุจจาระไปทิ้งไกล 200-300 เมตร ภาพความทรงจำสิ่งต่าง ๆ ที่แม่ทำเพื่อเรา พรั่งพรูฉายต่อเนื่องเป็นฉาก ๆ เหมือนทรีดี มีทั้งรูปทั้งกลิ่น (หัวเราะ) สิ่งที่เห็นนี้ทำให้ตระหนักในความรัก ตั้งเป้าต้องกลับมาเรียนหนังสือให้ได้

ต้องพิสูจน์ตัวเองนานไหมกว่าเพื่อน ๆ ในห้องจะยอมรับ?

คนที่ไม่ได้เรียนหนังสือมานาน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเรียนอย่างไร พอดีมีเพื่อนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในห้องเรียนเก่งอันดับ 1 จำได้ว่าเพื่อนคนนี้ลายมือสวย เสื้อผ้าสะอาดมีพ่อเป็นตำรวจมีแม่เป็นครู ทุกอย่างสมบูรณ์แบบหมด จึงมองเธอเป็น “ไอดอล” พยายามเลียนแบบ เธอมาเรียนเช้าผมก็เริ่มเรียนเช้าบ้าง เลิกเรียนยังไม่กลับบ้าน เห็นเพื่อนนั่งทบทวนทำการบ้านก็ทำบ้าง จากเคยสอบได้ที่โหล่ขยับมาเป็นที่ 5 ของห้อง พออยู่ชั้น ป.6 เพื่อน ๆ เริ่มไว้ใจเห็นกลับมาเป็นเด็กดี ระหว่างเรียนหนังสือยังช่วยแม่เก็บขยะเจอกับครูใหญ่ ครูใหญ่ถามอยากเรียนต่อไหม ความคิดแรกตั้งใจช่วยแม่เก็บขยะเต็มตัวหลังจากเรียนจบ ป.6 เพื่อเปิดโอกาสให้น้องสาวที่แม่รับกลับมาเลี้ยงดูเองได้เรียนบ้าง ครูใหญ่บอกว่าถ้าอยากเรียนจะช่วยส่งเสริมให้โควตาเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัด ปรากฏว่าได้อยู่ห้องคิงส์ ซึ่งรวมเด็กชั้นหัวกะทิทั้งหมด ผมต้องเรียนหนังสือ เลิกเรียนต้องช่วยแม่ทำงาน อีกทั้งหัวปานกลาง พอผลการเรียนออกมาติด ร.ถึง 5 วิชา ย่างเข้าเทอมสองเริ่มมองหาอาชีพเสริมฝึกงานเป็นช่างเชื่อมเหล็กดัดหารายได้เพิ่มอีกทาง พอขึ้น ม.2 จึงย้ายห้องจากห้องคิงส์ไปอยู่ห้องสิบเป็นสายอุตสาหกรรมก่อสร้างกับช่างเชื่อม ตอน นั้นจะนำวิชาช่างมาใช้ที่ร้าน หลังจบ ม.3 จึงเปลี่ยนมาเรียนสายอาชีพแทนสายสามัญ

                                                                  Image result for ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ประวัติ

สิ่งใดที่ผลักดันให้เดินทางมาถึงจุดนี้ ?

การเก็บขยะสร้างพื้นฐานชีวิตความพยายามให้แก่ตัวเอง เหมือนขวดน้ำขวดหนึ่งคือขยะชิ้นเดียวไม่มีราคา ขวดพลาสติกตอนนั้นกิโลกรัมละ 4 บาท ต้องเก็บให้ได้ 100 ขวด ถึงจะได้ 4 บาท ดังนั้นขยะชิ้นเดียวไม่มีค่า แต่ถ้าสะสมขยะหลายชิ้นจนมีน้ำหนักมีปริมาณมากจะมีราคา อาชีพเก็บขยะสอนให้รู้จักพยายาม ความพยายามของคนเราก็เช่นกันครั้งเดียวมันไม่พอ ไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เหมือนขยะชิ้นเดียวไม่มีค่า ต้องเก็บสะสมให้มีคุณค่าและราคาขึ้นมา โชคดีที่เกิดมายากจนความจนสอนให้ลำบาก มีความอดทน มีความพยายาม มีเป้าหมายในชีวิต

หากเปรียบชีวิตเหมือนขยะสักชิ้น คุณคิดว่าชีวิตคุณเหมือนกับขยะชนิดใด สำหรับผู้ผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาโชกโชนจากเด็กบ้านแตกพ่อแม่แยกทางกัน จากเด็กเร่ร่อนค่ำไหนนอนนั่น จากเด็กขอทานที่ร้องขอเศษเงินตาม บขส. จากเด็กเหลือขอขี้ขโมย เริ่มต้นจากการขโมยผลไม้ไปจนถึงเงินในตู้ เกม จากเด็กต่อสู้ชีวิตตามลำพังเพราะไม่มี ใครให้พึ่งพาได้แม้แต่คนเดียว และจากเด็กเก็บขยะที่จินตนาการไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม!! น่าจะทำให้ชีวิตของเด็กคนนั้นดิ่งลงเหวมากกว่ามายืนในจุดที่มีผู้เคารพนับถือในสังคม สำเร็จการศึกษาถึงระดับดุษฎีบัณฑิตจากประเทศญี่ปุ่น “ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ” อาจารย์ประจำภาควิชาวิศว กรรมอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตอบคำ ถามนี้ว่า “ผมเป็นขยะรีไซเคิล”

“ชีวิตเหมือน แก้วใบหนึ่ง จมอยู่ในโคลนตมเน่าเหม็น แล้วแม่ผมหยิบมันขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาด กลายเป็นแก้วใสใบเดิม” ดร.กุลชาติ หรือ “ป๊อด” ย้อนความทรงจำวัยเด็กอันขมขื่น เล่าเป็นอุทาหรณ์ผ่านหนังสือ อัตชีวประวัติชื่อ “ดอกเตอร์จากกองขยะ “ผมตัดสินใจอยู่นานกว่าหนังสือเล่มนี้จะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีใครอยากรื้อฟื้นอดีตอันแสนเจ็บปวดมาเล่าใหม่ ซ้ำยังเป็นหนังสือที่แต่ละวลีต้องคิดทบทวนแล้วทบทวนอีก ผมอ่านตงจิ้นแล้วคิดถึงตัวเอง ยิ่งอ่านยิ่งเศร้า จึงไม่อยาก ให้หนังสือผมเป็นนิยาย เพียงอยากให้เห็นถึงชีวิตจริง คนเราลำบากด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับใครอดทนสู้แก้ปัญหามากกว่ากัน จึงอยากให้หนังสือเล่มนี้ สร้างกำลังใจแก่ผู้อื่น”

ฟัง “ดร.ป๊อด” เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว อยากทราบว่าชีวิตวัยเด็กมีความยากลำบากอย่างไร?

เมื่อพ่อแยกทางกับแม่ จากเคยมีอาชีพแม่บ้านเลี้ยงดูลูก 5 คน ต้องทำงานหาเงินเป็นนายตรวจตั๋วที่ บขส. ที่จ.ชุมพร งานทำให้แม่ไม่ค่อยมีเวลาได้พบหน้าลูก ตอนนี้ในวัย 6 ขวบ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพี่ ๆ แม่ทำงานนี้ไปได้สักพัก มีคนแนะนำไปทำงานที่ได้เงินดีกว่า ด้วยการไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารแถวทับสะแก แม่ไม่สามารถเดินทางไปกลับภายใน 1 วันได้ จึงต้องกินนอนที่นั่นและฝากภาระดูแลน้องให้กับพี่สาวคนโต ทุกสิ้นเดือนแม่ฝากเงินใส่ซองมากับคนขับรถโดยสารที่รู้จักกัน ต่อมาพี่สองคนหนีออกจากบ้าน เหลือแค่ผมกับพี่สาวต่างแม่เท่านั้น เพราะน้องสาวคนสุดท้องพ่อนำไปเลี้ยงดู แต่ค่าใช้จ่ายเดือนละ 500 บาทยังไม่พออยู่ดี พี่สาวจึงต้องหาทางรอดชีวิต ด้วยการเก็บผักบุ้งมาผัดกินประทังชีวิต กินได้ไม่กี่มื้อร่างกายก็ไม่รับอาเจียนออกมาหมด พี่สาวสงสารจึงจูงมือไปขอข้าวคนอื่นกิน

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์