บุคคลต้นแบบ

หลุยส์ เบรลล์



 


        ในปี 2009 ทั่วทั้งทวีปยุโรปมีการจัดนิทรรศการและงานสัมมนาเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของคนคนหนึ่งซึ่งถือกำเนิดเมื่อ 200 ปีที่แล้ว เบลเยียมและอิตาลีผลิตเหรียญ 2 ยูโรเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสดังกล่าว เช่นเดียวกับเหรียญ 2 รูปีของอินเดีย และเหรียญ 1 ดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา


         ปัจจุบัน ร่างไร้วิญญาณของชายผู้นี้นอนสงบนิ่งอยู่ที่สุสานแพนทีออนในกรุงปารีส ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของบุคคลสำคัญของโลกท่านอื่นๆ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังระลึกถึงคุณูปการที่ชายผู้นี้มอบไว้ให้กับมนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดมาในโลกอันมืดมิด


         หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 1809 ในเมืองเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส พ่อของเขาเป็นช่างทำอานม้า และมีฝีมือในการทำเครื่องหนัง ซึ่งการเข้าไปเล่นในที่ทำงานของพ่อนี่เองที่ทำให้เขาต้องสูญเสียดวงตาทั้งสองข้างในขณะที่มีอายุเพียง 5 ปี หลังจากถูกเข็มเย็บหนังของพ่อทิ่มตาข้างขวา ก่อนที่ตาข้างซ้ายจะติดเชื้อตามไปด้วย และบอดสนิททั้งสองข้างในที่สุด


        เมื่ออายุได้ 10 ปี เบรลล์ได้รับทุนให้เข้าเรียนในสถาบันเพื่อเยาวชนตาบอดแห่งชาติ (National Institute for the Blind Youth) ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับคนตาบอดแห่งแรกของโลก  ที่นี่จะสอนทักษะทางวิชาชีพและการทำการค้าขั้นพื้นฐานให้กับนักเรียน รวมทั้งสอนการอ่านหนังสือโดยการสัมผัสอักษรนูน (ใช้กระดาษวางทาบบนลวดทองแดง) ซึ่งวิธีการดังกล่าวทำให้นักเรียนไม่มีโอกาสได้หัดเขียนหนังสือ และเนื่องจากหนังสือแบบนี้มีน้ำหนักมาก ทั้งน้ำหนักของตัวอักษรและจำนวนหน้าที่มากเพื่อประหยัดเงินในการพิมพ์ โรงเรียนแห่งนี้จึงมีหนังสือให้นักเรียนอ่านน้อยมาก และนักเรียนก็มีปัญหาอย่างมากในการอ่านหนังสือ


ถึงแม้จะตาบอด แต่เบรลล์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความเฉลียวฉลาดและเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประสาทหูอันเป็นเลิศส่งให้เขากลายเป็นนักดนตรีชั้นเยี่ยม (เบรลล์เดินทางไปบรรเลงออร์แกนในโบสถ์ทั่วประเทศฝรั่งเศสในช่วงวัยทำงาน และเขาเป็นนักดนตรีประจำโบสถ์ Saint-Nicolas-des-Champs ในปี 1834 และโบสถ์ Saint-Vincent-de-Paul ในปี 1845)  เบรลล์เป็นผู้ที่หลงใหลในเสียงดนตรี ซึ่งนอกจากมันจะเป็นที่มาของรายได้แล้ว ดนตรียังช่วยให้เขามีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง


ในปี 1821 มีอดีตนายทหารจากกองทัพฝรั่งเศสมาเยี่ยมโรงเรียนของเบรลล์ เขาได้เล่าประสบการณ์ในสนามรบให้นักเรียนฟัง และหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นคือวิธีการสื่อสารของทหารในระหว่างทำการรบ ซึ่งเสียงพูดเป็นสิ่งต้องห้าม  ในสนามรบ ทหารจะใช้จุดนูน 12 จุดและตัวเลขหรือขีด เป็นรหัสในการสื่อสารข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อนเกินกว่าที่เบรลล์จะเข้าใจ แต่นี่คือสิ่งที่จุดประกายให้เบรลล์เริ่มคิดถึงการคิดค้นรหัสของตัวเขาเอง



เบรลล์เริ่มต้นคิดค้นระบบจุดนูนด้วยเข็มเย็บหนังของพ่อ (ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้เขาตาบอด) ก่อนที่เขาจะคิดค้นได้สำเร็จในขณะที่มีอายุเพียง 15 ปี  แทนที่จะใช้ 12 จุดตามระบบของทหาร ระบบของเบรลล์ใช้เพียง 6 จุดเท่านั้น ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนตาบอด


ระบบของเบรลล์ทำให้ผู้อ่านสัมผัสตัวอักษรได้ในการสัมผัสเพียงครั้งเดียว ซึ่งทำให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อความได้โดยไม่ต้องเคลื่อนหรือย้ายตำแหน่งของนิ้วมือไปมา  นอกจากนี้ ระบบของเบรลล์ยังเรียนรู้ง่าย ทำให้คนตาบอดสามารถฝึกฝนได้ทั้งการเขียนและการอ่าน  ส่วนประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ มันช่วยลดทั้งขนาดและน้ำหนักของหนังสือ อีกทั้งยังทำให้กระบวนการผลิตหนังสือทำได้ง่ายขึ้น


ในเวลาต่อมา เบรลล์ได้ขยายระบบของเขาไปในสาขาคณิตศาสตร์และดนตรี ก่อนจะตีพิมพ์ Method of Writing Words, Music, and Plain Songs by Means of Dots, for Use by the Blind and Arranged for Them ในปี 1829 ในรูปแบบอักษรนูน เพื่อเผยแพร่และอธิบายระบบที่เขาคิดค้นขึ้น  ในปี 1839 เบรลล์เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสื่อสารระหว่างคนตาบอดกับคนตาปกติซึ่งเขาพัฒนาขึ้น และร่วมกับ ปิแอร์ ฟูโกต์ (Pierre Foucault) ในการพัฒนาเครื่องพิมพ์ดีดอักษรเบรลล์เพื่อช่วยร่นเวลาในการเขียนอักษร


เบรลล์ดำรงชีวิตด้วยการเป็นนักดนตรีและเป็นครูในสถาบันสอนคนตาบอด เขาได้รับการเคารพอย่างสูงจากบรรดาลูกศิษย์ แต่ถึงกระนั้น ระบบที่เขาคิดค้นขึ้นก็ยังเป็นที่ถกเถียง และไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการในระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่


เบรลล์เสียชีวิตจากวัณโรคในปี 1852 ขณะที่มีอายุเพียง 43 ปี ศพของเขาถูกฝังอยู่ที่เมืองคูปเฟรย์ (Coupvray) ซึ่งเป็นบ้านเกิด ก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้ายมายังสุสานแพนทีออนในอีก 100 ปีต่อมา


ระบบตัวอักษรสำหรับคนตาบอดที่เขาเป็นผู้คิดค้น ถูกใช้อย่างเป็นทางการในประเทศฝรั่งเศสในปี 1854 สองปีหลังจากที่เขาเสียชีวิต


ความประทับใจที่มีต่อบุคคลนี้ คือ ประทับใจตรงที่ถึงเขาจะเป็นคนพิการทางสายตา แต่เขาก็ไม่มีความย่อท้อ มีแต่ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อ อีกทั้งยังคิดค้นหาวิธีสร้างตัวอักษรนูนเพื่อให้คนตาบอดได้อ่านอีกด้วย  ถึงแม้เขาจะเป็ฯคนตาบอด แต่เขาก็ยังมีความสามารถที่หลากหลาย อย่างเช่น สามารถเล่นดนตรีได้ทั้งๆที่ตนเองตาบอดอีกทั้งยังเป็นครูสอนดนตรีให้แก่สถาบันคนตาบอด  ถึงแม้เขาจะเป็นคนตาบอดเขาก็สามารถพิสูนจ์ให้เห็นได้ว่าเขามีความสามารถหลากหลายด้าน มีความเฉลียวฉลาดเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย และเขายังมีประสาทหูที่เป็นเลิศอีกด้วย เขาจึงเหมาะสมที่จะเป็นบุคคลต้นแบบของใครหลายๆคน


แนวคิดและแนวทางการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน คือ คนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ เพราะแต่ละคนต่างก็ย่อมสร้างเวรสร้างกรรมมาไม่เหมือนกัน ฉนั้นคนเราถ้าหากใครโชคดีที่เกิดมาสมบูรณ์แบบครบ32ประการแล้วก็ควรจะมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ดีๆและมีประโยชน์ให้มากๆ หากไม่ประสบความสำเร็จก็อย่าเพิ่งท้อให้ลุกขึ้นมาแล้วสู้ต่อไปตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะคนเราเกิดมาไม่ได้เก่งเลยย่อมต้องมีการฝึกฝนไปเรื่อยๆจนประสบความสำเร็จ



 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 109 คน กำลังออนไลน์