บุคคลต้นแบบ

Embarassedนภาพร ไตรวิทย์วารีกุล หรือ ดีเจอ้อยEmbarassed

หากถามถึงดีเจที่มีน้ำเสียงอบอุ่นที่สุดในประเทศไทย เชื่อว่านาทีนี้ชื่อของ "นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล" หรือ "ดีเจอ้อย" คงอยู่ในใจผู้ฟังหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะแฟนประจำรายการคลับฟรายเดย์ (Club Friday) หรือตามวิทยุคลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็มที่พูดคุยเรื่องราวความรักหลากรสในหัวข้อต่าง ๆ โดยจัดคู่กับสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา หรือดีเจพี่ฉอดที่จัดรายการร่วมกันได้อย่างน่ารัก และมีความเข้าใจในเรื่องความรักเป็นอย่างดีฉะนั้นไม่แปลกที่ผู้คนจะจำภาพเธอเป็นอย่างดีในฉายา กูรูความรัก เพราะสามารถทำให้หัวใจหลายคนที่กำลังท้อแท้และสิ้นหวัง กลับมาเข้มแข็งได้อย่างมหัศจรรย์Laughing โดยดีเจอ้อยได้เป็นดีเจที่รายการคลับฟรายเดย์ไม่ใช่รายการแก้ปัญหาความรักแต่เป็นรายการที่เราในฐานะผู้จัดรายการมีหน้าที่แรกเปลี่ยนและพูดคุยและแง่มุมความคิดดีๆกับผู้ฟังที่โทรเข้ามาปรึกษาแต่กว่่าจะมาถึงวันนี้ดีเจอ้อย เล่าว่าชีวิตไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเธอต้องดิ้นรนมาพอสมควรจากการที่ดีเจอ้อยได้ให้สัมภาษณ์เล่าว่า ชีวิตอ้อยไม่ได้สวยงามตั้งแต่เด็กค่ะ ครอบครัวอ้อยดิ้นรนพอสมควร คุณพ่อทำงานอยู่ในโรงงานเล็ก ๆ ของคุณย่า เป็นโรงงานสมุด ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน ซึ่งตอนแรกคุณแม่เป็นแม่บ้านอย่างเดียว แต่พออ้อย และน้องชายอีก 2 คนเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งตามมาคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น คุณแม่ก็เริ่มขายของมีทั้งส้มตำ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง งานนี้ทั้งอ้อยและน้อง ๆ ก็ต้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่มาก ๆ เรียกได้ว่าต่อสู้กันมาตลอด อ้อยช่วยแม่มาตั้งแต่ม.ต้นค่ะ จนเข้านิเทศฯ จุฬา ก็ยังช่วยอยู่ อ้อยเป็นนิสิตจุฬาฯ ที่มีกลิ่นหมูปิ้งติดตัวไปมหาวิทยาลัยทุกวัน และมีอยู่ครั้งหนึ่ง อ้อยเสียบหมูจนเล็บนี่เสียเลยนะ มันเน่าข้างในเลย ต้องไปหาหมอเพื่อลอกเล็บออกส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ แทนที่จะได้นอนพักผ่อน หรือออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ เธอกลับต้องช่วยแม่เข็นร้านไปตั้งขายอยู่หน้าปากซอยบ้านเพื่อนคนอื่น ๆ คงนอนอยู่บ้าน แต่อ้อยไม่ได้ค่ะ อ้อยต้องออกมาทำงานช่วยแม้ขายของหน้าปากซอย เวลาน้ำท่วมก็ต้องเข็นของออกมา ถึงวันนี้ เวลาอ้อยเห็นใครก็ตามที่เข็นของหนัก ๆ อยู่ อ้อยจะไม่บีบแตรแม้แต่นิดเดียว อ้อยจะรอให้เขาเข็นไปก่อน เพราะอ้อยนึกออกเลยว่า ตอนเข็นของกับแม่มันหนักมาก เราไม่อยากขวางรถใครเลยนะคะ แต่ความแรงของเรามันได้แค่นี้จริง ๆ ดังนั้น อ้อยถึงเข้าใจ จะไม่บีบไล่พวกเขาเด็ดขาด ช่วยได้ลงไปช่วยก่อนด้วยความ "ไม่มี" เหมือนคนอื่น ๆ เธอไม่ได้กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของใคร แต่กลับยอมรับ และอยู่อย่างมีความสุขในข้อจำกัดที่ครอบครัวเธอมีถ้าเราคิดว่าต้องมี 10 ถึงจะมีความสุข แต่ถ้าของอ้อยมีแค่ 5 ล่ะ อ้อยก็ต้องมีความสุขกับ 5 นั้นให้ได้ อ้อยไม่มีเงินเรียนดนตรี หรือทำอะไรเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แต่อ้อยไม่ใช่คนทุกข์ทรมานนะ ไม่ได้ทุกข์ว่าทำไมฉันถึงมีเท่าคนอื่นไม่ได้ ตรงนั้นไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไร เพราะอ้อยเติบโตมาในครอบครัวที่สอนให้รู้ว่า ในโลกใบนี้มีของที่เรามีได้ กับมีไม่ได้ และอ้อยเชื่อว่าของที่เรามีไม่ได้ หรือไม่มีเท่าคนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นเป็นไร เราแค่มีความสุขกับสิ่งที่มีให้ได้ก็แล้วกัน อย่างเวลาช่วยคุณแม่ขายของ อ้อยจะมีวิทยุเครื่องเล็ก ๆ เป็นเพื่อน หรือเวลาอ่านหนังสือก็จะมีเจ้าเครื่องนี้แหละอยู่กับเรา มันอาจจะดูเป็นความสุขที่ราคาไม่สูงมากนัก แต่มันก็ทำให้เรามีความสุขได้มากเลยนะฉะนั้น สิ่งที่อ้อยเห็นมาตลอดตั้งแต่เล็กคือ วิธีการใช้เงินของเราที่ไม่สามารถคิดอะไรมากไปกว่าความจำเป็นในด้านการเรียน เราไม่ควรมองอะไรเกินความรู้สึกตัวเอง ซึ่งอ้อยไม่ค่อยชอบเดินศูนย์การค้า หรือเวลาซื้อของก็ต้องคิดแล้วคิดอีก อ้อยยังจำได้ว่า ตอนเรียนศึกษานารี เพื่อนอ้อย 6 คนเรียนดนตรีกันหมด แต่เราไม่มีเงินถึงขนาดนั้นหรอก พอเลิกเรียนอ้อยก็แยกตัวกลับบ้าน

 

 ไม่เพียงแต่ความลำบากที่ครอบครัวต้องเผชิญร่วมกันแล้ว ในช่วงเวลานั้นกลับมีเรื่องอาการป่วยของคุณแม่มาทำให้เธอเป็นห่วงอีกคุณแม่ป่วยมาโดยตลอด คุณแม่เป็นลมชักตั้งแต่เด็ก อาการที่คุณแม่เป็น บางทีขายของอยู่ คุณแม่จะเกิดอาการแฮงค์ขึ้นมา สมองหยุดนิ่งและสมองจำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้นไม่ได้ คุณแม่จะเบลอไปแวบหนึ่ง และบางทีเหมือนเดินออกไปข้างหน้าแบบไม่รู้ตัว ถึงขั้นนต้องมีคนไปดึงกันไว้เลย ซึ่งตอนนั้นตัดสินใจว่าจะพาคุณแม่ไปหาหมอ แต่ติดเรื่องรายได้ที่มีอยู่จำกัดก็ต้องหาหมอที่เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรารักษาถูกทางไหม ถึงขั้นว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่บ้านบอกว่าถ้าส่งเรียนไม่ไหวจะทำอย่างไรดี ในใจตอนนั้นก็คิดแค่ว่า ไม่เป็นไร ไม่ไหวก็แค่ไหนแค่นั้น ซึ่งช่วงนั้นเอนทรานซ์ติดนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แล้ว แต่ในที่สุดอ้อยก็เรียนจนจบ              

 หลังจากจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอก็เริ่มสู่การเป็นดีเจที่คลื่นแซด 88.5 FM เมื่อมีโอกาสก็เปลี่ยนมาทำงานที่เครือบ้านเอ-ไทม์ จัดรายการมาแล้วเกือบทุกรูปแบบหลายคลื่นไม่ว่าจะเป็นฮอตเวฟ เรดิโอโหวดเซตเทิลไลต์ เรดิโอโนพรอบเบิ้ม และกรีนเวฟในปัจจุบัน

สิ่งที่ประทับใจในดีเจอ้อย

คือดีเจอ้อยเป็นคนที่มีความขยันและความพยายามเป็นอย่างมากในทุกๆเรื่องถึงแท้ว่าครอบครัวของดีเจอ้อยจะไม่ค่อยสวยหรูซักเท่าไหร่แต่ดีเจอ้อยก็พยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุด ดีเจอ้อยเป็นที่คนที่มองโลกในแง่ดีเข้าใจปัญหาทุกๆเรื่องและเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาต่อผู้คนมากมายและดิฉันได้อ่านคำคมหรือหนังสือของดีเจอ้อยอยู่บ่อยๆจึงรู้สึกชื่นชอบและประทับใจในข้อความที่เขียนลงไปในหนังสือโดยควรเอาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีความอดทนพยายามเท่าไหร่บางคนเจอปัญหาบางอย่างก็ท้อแท้และหมดหวังฉะนั้นควรให้กำลังตัวเองและเห็นค่าในตัวเองมากๆนะคะ

       

แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000163474

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 68 คน กำลังออนไลน์