บุคคลต้นแบบ : เบส อรพิมพ์

บุคคลต้นแบบ : เบส อรพิมพ์ รักษาผล

 

 

 

 

 

 

     ตอนอยู่ ชั้นม.1 อายุ 13 ปี คุณครูเห็นว่าเสียงดีเพราะเคยชนะการประกวดร้องเพลง เลยให้ประกวดพูดสุนทรพจน์ และกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน จากนั้นครูอยากให้คนรู้จักมากขึ้นจึงให้ไปพูดตามงานศพ คนเลยตั้งฉายาว่า “นักพูดร้อยศพ”

“เบส-อรพิมพ์ รักษาผล” เล่าถึงเส้นทางการ เป็นนักพูดล่ารางวัลของตนเอง เพราะนอกจากรางวัล  และฉายาที่กล่าวไว้ต้นเรื่องแล้ว น้องเบสยังได้รับรางวัล เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ปี 2546, เยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี  2545, รางวัลนักเรียนพระราชทาน, ลูกกตัญญูดีเด่นแห่งชาติ 2551, วิทยากรดีเด่นระดับชาติ ฯลฯ

เบส บอกว่าตอนแรกที่ไปพูดตามงานศพ ไม่อินเท่าไรกับเรื่องที่ต้องพูด เหมือนพูดตามสคริปต์ เพราะแค่ไปหาประวัติของผู้เสียชีวิต ว่าเขาชื่ออะไร เป็นอย่างไร เลี้ยงลูกอย่างไร มีวิธีดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อเอามาประกอบการพูด 5 นาที ร้องเพลงอีก 3 นาที แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เบสต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติในการพูด ถือว่าเป็นการเปลี่ยนชีวิตของนักพูดอย่างน้องเบสก็ว่าได้

“ก่อนจะได้รางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เคยได้รางวัลเยาวชนเลวเด่นแห่งชาติมาก่อน”

เป็น คำพูดของเบสที่อาจสะกิดใจใครหลาย ๆ คน ด้วยความที่ครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ มีอาชีพทำเรือประมงในจังหวัดชุมพร จึงได้รับการตามใจ ทำให้เบสเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง วันหนึ่งเบสโกรธแม่มากที่ส่งเธอไปเรียนโรงเรียนประจำในจังหวัดราชบุรี เพราะคิดว่าแม่ส่งเธอไปลำบาก เบสจึงไม่ยอมกลับบ้าน   

วัน หนึ่งครอบครัวเกิดมรสุมช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกเกือบล้มละลาย พ่อของเบสต้องขายเรือ ขายทุกอย่างที่มีเพื่อหาเงินส่งเบสและพี่ชายเรียน แม่จากที่ไม่เคยต้องทำงานอะไร ก็ต้องหาทางค้าขายช่วยพ่อหาเงิน  ขณะ ที่เบสยังหลงกับการใช้จ่ายเงินอย่างสบายมือ เบสเล่าว่า วันหนึ่งเธอกลับไปบ้านและจะกลับมาเรียน แต่แม่ควักเงินให้ 150 บาท โดยขอเงินติดกระเป๋าไว้ซื้อข้าวให้พ่อกิน 100 บาท เบสก็โกรธแม่อีกเพราะเคยได้สัปดาห์ละ 1,000-1,500 บาท จึงขยำเงินในมือแม่แบบไม่พอใจ แล้วเดินหันหลังขึ้นรถไฟเลย แม้จะได้ยินเสียงสะอื้นของแม่ ก็ไม่สนใจคิดแต่ว่าทำไมแม่ต้องทำให้ลำบาก

                แต่ วันที่ทำให้เบสคิดได้ก็มาถึง เป็นวันที่เธอกลับบ้านและแม่สัญญาว่าจะมารับ แต่ระหว่างทางแม่ถูกมอเตอร์ไซค์อีกคันชน คนอื่นจึงมารับเบสแทน ตอนนั้นเธอก็โกรธแม่อีก พอคนที่มารับพาไปโรงพยาบาลก็โวยวายว่าพามาทำไม แต่พอเห็นแม่นอนร้องครวญครางอยู่ในห้องฉุกเฉิน ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด และคำแรกที่แม่พูดกับเบสคือ “ขอโทษที่ไปรับไม่ได้” และ “อย่าบอกพ่อนะ เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง”  

ตอนนั้นเบสเปลี่ยนความคิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ  ทำไมผู้หญิงคนนี้มีลมหายใจเพื่อคนอื่น  ยอม มีลมหายใจเพื่อรอลูก เพื่อห่วงสามี แล้วทำไมเราถึงยึดลมหายใจไว้เฉพาะตัวเอง เบสใช้เนกไทชุดนักเรียนซับน้ำตาให้แม่ แทนคำสัญญาว่า แม่ได้ลูกคนใหม่ ลูกคนที่จะทำเพื่อคนอื่น และจะกลับมาดูแลแม่ ดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด เบส ก้มลงกราบแม่และเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่นั้น ช่วยเหลือดูแลแม่ พาแม่เข้าห้องน้ำ เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะให้ เหมือนที่แม่เคยทำให้เราตอนเด็ก ๆ ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ “เราไม่อยากมายกถาดเล็ก ๆ แล้วเคาะโลงเรียกแม่กินข้าว”

                การเป็นนักพูดของเบสเริ่มอินขึ้นหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น มีอยู่วันหนึ่งขณะที่เบสกำลังยืนรอพูดอยู่ข้างเมรุ   ก็ มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาจับมือขอบคุณ โดยบอกว่าเคยฟังเบสพูดในงานศพแม่ของเพื่อน ทำให้เขาคิดได้และกลับไปดูแลแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก เขาบอกว่า งานเบสดูไม่มีค่า แต่มันได้เปลี่ยนชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง เบสมาคิดว่า สิ่ง ที่เราพูดแค่ 5 นาที มันเปลี่ยนคน ๆ หนึ่งได้จริงหรอ และทำให้เบสคิดว่า ฉันต้องก้าวต่อไปบนเส้นทางสายนี้ ทำให้มากกว่านี้ เปลี่ยนคนให้ได้มากกว่านี้ เบสไม่ได้พูดแค่งานศพ ยังพูดในสถานพินิจ รวมไปถึงโรงเรียนต่าง ๆ    อีกด้วย

                “เมื่อ ก่อนเป็นนักพูดเพื่อล่ารางวัล ตอนนี้เป็นนักพูดล่าความกตัญญู อยากให้มีความกตัญญูเกิดขึ้นในสังคมไทย สิ่งที่ทำทุกวันนี้ เพื่อเป็นการไถ่บาปที่เคยทำผิด ทำพลาด เป็นลูกไม่ดี ทำไม่ดีกับพ่อแม่ ที่อยู่บนเส้นทางนี้มาได้ 10 ปี หวังที่จะช่วยเปลี่ยนให้สังคมดีขึ้น”

เบส รู้ว่า การพูด เพียง 5 นาที 10 นาที คงเปลี่ยนชีวิตใครไม่ได้ แต่อย่างน้อยคำพูดเพียงน้อยนิดอาจเปลี่ยนชะตาชีวิต เปลี่ยนความคิดให้ไปในทางที่ดีได้ !!!.


แต่อย่างน้อยคำพูดเพียงน้อยนิด อาจเปลี่ยนชะตาชีวิต เปลี่ยนความคิดเราได้ ชีวิตคนเราส่วนใหญ่ ภูมิใจในสิ่งที่เราสร้าง มากกว่าสิ่งที่สร้างตน ก่อนจะเป็นเยาวชนดีเด่น เคยเป็นเยาวชนเลวเด่นแห่งชาติมาก่อน ชีวิตเคยมืดบอด ไม่เห็นคุณค่าของคน 2 คนที่รักเราตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นหน้า ปณิธานที่จะใช้ทุกลมหายใจเพื่อคนอื่น ขอไถ่บาปพูดเพื่อทำให้คนรักพ่อแม่

ความประทับใจที่มีต่อพี่เบส : เมื่อปี 2556 วันปฐมนิเทศสำหรับการมาเป็นเด็กนักเรียนชั้นม.4 ของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย วันนั้นเป็นวันที่พี่เบส มาพูดเป็นวิทยากรที่โรงเรียน เรื่องวันนั้นฉันยังจำได้ดีว่าพี่ได้พูดเรื่องใดบ้าง ซึ่งมันเป็นทอร์คโชว์ที่ใช้เวลาเพียง2ชั่วโมงเศษๆเท่านั้นแต่มันเรียดได้ว่า 2 ชั่วโมงที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ พี่เบสได้พูดเกี่ยวกับชีวิตของคนเราตั้งแต่ด้านการเรียนจนไปถึงบุคคลที่อยู่ข้างๆเราเสมอมาคนๆนั้นก็คือแม่ของเรา พี่เบสสามารถพูดให้เด็กคนๆนึงกลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่ จากเด็กที่ทำตัวแย่ๆคอยแต่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขไปวันๆโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้นแม้แต่แม่ตัวเอง ผู้หญิงที่คอยดูแลเอาใจใส่เรามาโดยตลอดคอยเป็นห่วงเป็นใยเราเสมอแต่เรามักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญ พี่เบสสอนว่าชีวิตคนเรานั้นจะไม่เจริญเลยหากเราปราศจากการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ จากเด็กที่เอาแต่ใจ พูดจาแย่ๆกับแม่ เวลาที่ท่านเป็นห่วงเรามักจะรำคาญท่าน พี่ทำให้เด็กคนๆนึงกลับตัวกลับใจเป็นคนที่ดีและเลิกการมีพฤติกรรมแย่ๆ จากวันนั้นจนถึงวันนี้หนูยังจำได้ทุกๆเรื่องราวที่พี่ได้พูดไปวันนั้น ถ้าวันนั้นพี่ไม่ทอร์คโชว์ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้ชีวิตของหนูจะเป็นยังไง พี่คือบุคคลที่หนูเคารพนับถืออย่างยิ่งแม้ว่าหนูจะมีโอกาสได้ไปนั่งฟังพี่พูดเพียงครั้งเดียว แต่เพียงแค่เวลา2ชั่วโมงที่เสียไปนั้นมันได้อะไรมาในชีวิตอย่างมากมาย

แนวคิดที่ได้จากพี่เบส : พี่มีแนวคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่ในสังคมเพื่อน การปฎิบัติตัวต่อบุคคลรอบข้างและเรื่องการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การไม่เห็นแก่ตัว การมีมนุษสัมพันธ์ การหัดเอาใจผู้อื่นมาใส่ใจเรา การเรียนที่ดีควรไม่เครียดจนเกินไปและไม่ควรเห็นแก่ตัวซึ่งพี่เบสสอนว่าถึงเรียนได้ 4.00 แต่เห็นแก่ตัวโดยทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้คะแนนสูงๆโดยไม่สนใจผู้อื่นนั้นเป็นการกระทำที่แย่ คนเราจะมีความสุขได้มันต้องเกิดจากความพอดี

 

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์