บุคคลต้นแบบ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

 

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

          ปัจจุบันมีดารานักแสดงจำนวนไม่น้อยที่มีจิตอาสา ตอบแทนสังคม ด้วยการหันมาทำกิจกรรมเพื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดของการทำดีไม่หวังผลตอบแทนก็ต้องยกให้ พระเอกหนุ่ม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานกับมูลนิธิร่วมกตัญญูในการออกช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่าง ๆ ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งองค์กรความดี เพื่อช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากให้สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถอยู่ในสังคม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เริ่มต้นชีวิตจิตอาสาว่ามาจากตอนสมัยเด็ก ๆ อยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และเคยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิต่าง ๆ เอาสิ่งของที่จำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันและการเรียนมาให้ โดยที่ไม่หวังอะไร ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่มูลนิธิต่าง ๆ ทำมันเป็นสิ่งที่ดีงามที่เขาจะทำเพื่อสังคม ก็เลยตั้งใจไว้ว่า ถ้าโตขึ้นและมีโอกาสจะตอบแทนคืน จนเมื่อเข้าสู่วงการบันเทิง วันหนึ่งเมื่อว่างจากการถ่ายหนังและเปิดทีวีเห็นข่าวตึกถล่มหน้าโรงหนังเอเธนส์ และมีคนติดอยู่ด้านใน เลยตัดสินใจออกไปช่วย โดยที่ไม่รู้จักใครสักคน ใจคิดแค่เพียงว่าอยากช่วยเหลือคนเหล่านั้น ตอนที่ไปช่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งเสื้อมูลนิธิร่วมกตัญญูมาให้ใส่ และบิณฑ์เป็นคนแรกที่เจอศพ นักข่าวต่างก็ไปทำข่าวแต่ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตว่านี่คือ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จากนั้นมาก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานอาสาสมัครให้กับ มูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งในตอนแรกมีเสียงวิจารณ์กันอย่างมากว่า ทำไปเพื่อเอาหน้า สร้างภาพแต่ปัจจุบันก็ทำมาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า เขาเป็นคนตั้งใจทำงานตรงนี้จริง ๆ โดยที่ไม่หวังอะไรแม้แต่น้อย แต่กลับมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ ทำให้คนตกทุกข์มีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันตนไม่ได้ช่วยเหลือคนเฉพาะที่ประสบอุบัติเหตุ ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือคนยากไร้ที่เจ็บป่วย ดังจะเห็นข้อมูลข่าวคราวต่าง ๆ ได้จากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ การทำงานอาสาของบิณฑ์นั้นไม่มีเงินเดือน มีเพียงเบี้ยเลี้ยงนิดหน่อย แถมบางครั้งยังต้องควักเงินส่วนตัวจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้อาสาคนอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีกำลังใจทำงานต่อไป หรือบางครั้งก็มีคนใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือมาบ้าง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี ในส่วนของตัวบิณฑ์เองไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาคิดแต่เพียงว่าการเป็นดารานักแสดงย่อมโชคดีมากกว่าคนอื่นแล้ว เพราะมันดีตรงที่คนศรัทธาและเชื่อถือ เห็นว่าทำจริง เวลาโพสต์ขอความช่วยเหลือไปทางโซเชียลมีเดียก็จะได้รับการตอบกลับมาที่ดี สามารถช่วยเหลือคนเดือดร้อนได้ ซึ่งเขาเองไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นฮีโร่หรือดาราผู้โด่งดัง แต่แค่วันหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็อยากจะช่วยคืนตอบแทนสิ่งดี ๆ จากสังคมที่ตัวเองเคยได้รับมา เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว หัวใจยังอิ่มเอมที่เห็นคนอื่นมีความสุขด้วย 

ความประทับใจในช่วง 25 ปี ที่ผ่านมากับภาระกิจอาสากู้ภัยนั้น พบเห็นเหตุการณ์ มาเป็นพันๆเรื่อง มีทั้งที่เสียใจกับการจากไปของคนอันเป็นที่รักของใครหลายคนจากอุบัติเหตุ จากภัยธรรมชาติ ส่วนที่ยังจดจำประทับใจก็อย่างเช่น ก้าวแรกที่เข้าสู่การเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตึกถล่ม การช่วยเหลือเด็กหญิงคนหนึ่งที่จมน้ำไปหลายนาทีเมื่อนำขึ้นมาได้แพทย์บอกว่าถ้าฟื้นก็จะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ปรากฏว่าเมื่อเด็กฟื้นขึ้นมาก็ไม่เป็นอะไรเลยนับว่ามหัศจรรห์มาก อีกรายมีคนตายมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่ออาสากูภัยไปถึงบอกว่าตายแล้ว ไม่มีชีพจร หัวใจไม่เต้น เมื่อจับตัวรู้สึกว่ายังอุ่น จึงรีบพาไปโรงพยาบาล แพทย์บอกว่าเอาคนตายมาทำไม เขาเซ้าซี้ให้หมอสอดเครื่องหายใจ ปรากฏว่าชายคนนั้นฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนผู้หญิงที่ถูกตึกถล่มทับที่จังหวัดนครราชสีมา มีคนบอกเธอว่าต้องยอมถูกตัดขา ไม่อย่างนั้นจะเอาตัวออกมาไม่ได้ และจะตายใต้อาคาร ตอนแรกเธอไม่ยอม สุดท้ายร้องขอบอกอยากให้บิณฑ์ และเอกพันธ์มาช่วย จึงรีบเดินทางไป ปรากฎว่ากล่อมให้เธอยอมถูกตัดขาแล้วช่วยนำตัวขึ้นมา ทุกวันนี้ยังมีชีวิตอยู่

ส่วนเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่ง ที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว ถูกรถชน จึงรีบพาไปโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนกลับให้เบอร์โทรศัพท์กับนางพยาบาลไว้หากมีใครติดต่อมาให้ช่วยอะไรยินดีอยางยิ่ง ไม่นานนัก แม่ของเด็กคนนี้ก็โทรมาแล้วเล่าว่า ลูกชายเคยพูดว่าถ้าจะตายขอตายในอ้อมกอดของบิณฑ์ หรือเอกพันธ์ เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ต่อมาอีก 1 ปี คุณแม่ของน้องคนนี้ชวนไปออกรายการโทรทัศน์ แล้วอ่านไดอารี่ที่เขียนถึงผมในทุกๆวัน จากนั้นก็มีเสียงปรบมือจากคนในห้องส่ง ทำให้ตื้นตันใจมาก ว่าทำดีมีคนชื่นชม เขาว่าหลายกรณียังเคยออกเงินค่าทำศพให้อีกด้วย

สำหรับเหตุการณ์ช่วยคลี่คลายแม่จับลูกเป็นตัวประกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมนั้นมีน้องที่มูลนิธิร่วมกตัญญูโทรศัพท์มาบอกว่ามีเหตุนี้นานเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่คลี่คลายก็รีบนั่งรถตู้ออกไป แต่รถติดมากจึงโดดไปขึ้น รถ จยย. รับจ้าง เมื่อถึงที่เกิดเหตุประมาณ 3 นาที ได้ประเมินสถานการณ์ สังเกตุเห็นว่าเธอจะหันไปเกรี้ยวกราดกับทางตำรวจ ไม่มองไปทางทิศอื่น จึงฉวยจังหวะที่เธอเอามีดออกจากคอลูกแล้วชี้ไปทางตำรวจ จึงเข้าชาร์ตแย่งมีดแล้วเหตุกาณ์ก็จบลงโดยไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย และเธอก็ได้แผงค้าคืนมา ยืนยันว่าได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่าที่ทำลงไปจะสำเร็จไม่เป็นอันตราย ไม่ได้ว่าอยากดัง จริงๆแล้ว มูลนิธิสามารถทำงานประสานกับตำรวจได้

สำหรับกรณีมหาอุทกภัยน้ำท่วมปี 2554 มีคนเดือดร้อนนั้นมีเยอะมาก ไม่น่าเชื่อว่าภาพที่เคยเห็นในหนังที่คนวิ่งกรูไปยื่นมือขออาหาร จะเกิดที่เมืองไทย มีคนอดอยากไม่มีนมให้ลูกกิน ไม่มีแพมเพิร์ดให้คนชราใช้ ไม่มียารักษาโรค ซึ่งตนจะออกช่วยเหลือประชาชนต่อไป ซึ่งเวลาผ่านมา 25 ปีก็เป็นเรื่องยืนยันได้

นอกจากนั้นยังปลื้มใจที่มีจิตอาสาเด็กรุ่นใหม่ นักศึกษา ออกมาช่วยกันเยอะมาก อย่างที่โรงพยาบาลศิริราชมาช่วยกันปกป้องบ้านของพ่อ และเมื่อเหตุการ์จบลงก็อยากให้เห็นคุณค่าของจิตอาสา และมูลนิธิที่ต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น

06054 002.jpg

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 72 คน กำลังออนไลน์