เรียงความเรื่อง หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง นางสาววิลาวัลย์ จันทร์เพชร ม.5/7 เลที่14

เรียงความเรื่อง...หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

       มนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดมาแล้วต้องมีการพึ่งพากันไม่สามารถอยู่คนเดียวบนโลกได้ ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมต้องการความช่วยเหลือจากสิ่งรอบตัวทั้งสิ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสังคม และแน่นอนในสังคมนี้ย่อมมีความแตกต่างในหลายๆด้านไม่มากก็น้อย ที่มนุษย์เราจะต้องทำความเข้าใจและปรับตัวอยู่ให้ได้อย่างมีความสุขความแตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องใหญญ่ที่คนในสังคมจะยอมรับเพราะการยอมรับจะทำให้เรามีความสุข

ในสังคมมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันออกไป การอยู่ร่วมกันในสังคมจึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน และมีการปรับทัศนคติที่ดีงามเข้าหาการ เพื่อให้สังคมเกิดความสันติสุข ความแตกต่างทั้งทางศาสนาที่มีความเชื่อต่างกันแต่ทุกศาสนานั้นล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี วัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ล้วนสอนให้เคารพผู้ที่มีอายุมากกว่า และในด้านอื่นๆที่มีความแตกต่างกัน รวมไปถึงด้าน การรับประทานอาหาร,การทักทาย,พิธีกรรมต่างๆ

                ความแตกต่างในสังคมเกิดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความหลากหลายเพื่อให้เรียนรู้ความต่าง การเรียนรู้ความแตกต่างอย่างเข้าใจจะทำให้เรามีสังคมที่น่าอยู่และไม่เกิดความขัดแย้งกัน เพราะมีการปรับทัศนคติเข้าหากันแล้ว ดังตัวอย่างเช่นในด้านศาสนา ในสังคมของเรานั้นมีผู้คนนับถือศาสนาที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม แต่ทว่าศาสนาดังกล่าวนี้มีพิธีกรรมและความเชื่อที่แตกต่างกัน มีพิธีกรรม และการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ทำให้เราต้องมีการเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ให้ล่วงเกินต่อศาสนานั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนปฏิบัติตนเป็นคนดีด้วยกันทั้งสิ้น เพราะการทำความดีจะส่งผลให้มีแต่สิ่งดีๆ ความเป็นสิริมงคล และมีความสุขในการดำเนินชีวิต การละเว้นความชั่ว เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ในทุกศาสนานั้นล้วนมีความเชื่อ การไม่ลบหลู่ความเชื่อในศาสนาต่างๆเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทุกศาสนาย่อมมีธรรมเนียมการปฏิบัติ เราควรให้เกียรติความแตกต่างขงศาสนานั้นๆ ไม่ควรลบหลู่หรือละเมิดในทางอื่นๆเด็ดขาด

                ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมนั้นล้วนมีหลากหลาย ดังตังอย่างเช่นการรับประทานอาหารซึ่งแต่ละที่มีวัฒนธรรมการกินที่ต่างกัน การใช้สิ่งของต่างๆทุกคนมีพื้นฐานของตนเอง การพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตเพราะจะทำให้เราไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น การเบียดเบียนผู้อื่นจะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและขัดแย้งกัน ผลที่ตามมาก็จะทำให้ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เกิดการก่ออาชญากรรมซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคมที่ใหญ่โตได้ การอบรมเลี้ยงดูลูกหลานๆให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อสังคมอย่างมาก หากมีการอบรมที่ดีก็จะเป็นคนดีของสังคมและเข้ากับคนรอบข้างได้อย่างเป็นมิตร แต่ถ้าหาอบรมเลี้ยงดูไม่ได้ก็จะกลายเป็นปัญหาของสังคมในที่สุด ก่อความวุ่นวายให้สังคม สังคมการเมืองถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะทุกคนล้วนมีอุดมการณ์ที่แตกต่าง ดังนั้นควรจะมีความคิดที่เป็นกลางเพื่อให้มองโลกได้กว้างขึ้น

                ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา บางคนให้ความสำคัญกับสถานที่ศึกษา ไม่เน้นถึงความสามารถในตัวของคนนั้นๆจนทำให้คนในสังคมเลือกที่จะเรียนในที่ที่มีชื่อเสียง เพื่ออัพเกรดตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าเป็นความคิดที่ค่อนข้างไม่สมบูรณ์ เพราะการเลือกคนที่ความดังของมหาลัยจะทำให้คนที่มีความสามารถนั้นหลุดมือไป คนเก่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่โล่งแจ้งเสมอไป คนเก่งไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่อง ดังนั้นความแตกต่างด้านการศึกษาไม่สามรถนำมาวัดค่าของความเป็นมนุษย์ได้ทุกอย่าง ดังนั้นทุกสถาบันการศึกษานั้นสอนศิษย์ให้เป็นคนดีด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ควรดูถูกสถาบันการศึกษาไม่ว่าสถาบันนั้นจะมีชื่อเสียงโด่งดังหรือไม่ เราควรให้เกียรติสถาบันที่ให้ความรู้และสร้างคนให้เป็นคนดี

ความแตกต่างทางด้านการประกอบอาชีพทุกๆอาชีพนั้นมีความสำคัญเท่ากันหมด ไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพใดในสังคมล้วนเป็นอาชีพที่มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น เพราะการเอาความแตกต่างมารงมกันจะทำให้สังคมสมบูรณ์ขึ้น เช่น หากไม่มีครูจะมีใครสอนและให้ความรู้แก่ผู้ที่ไม่รู้วิชา  หากไม่มีหมอจะมีใครคอยรักษาคนที่เจ็บป่วย หากไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเราจะซื้อของจากที่ไหน หากไม่มีชาวนาเราจะเอาข้าวจากที่ไหนมากิน ดังนั้นทุกอาชีพมีความสำคัญเท่ากันหมด เราไม่ควรดูถูกอาชีพเล็กๆน้อย ไม่ใช่อาชีพเล็กๆน้อยๆหรอที่ทำให้บางอาชีพดำรงอยู่ได้ ทุกคนมีคุณค่าในตนเอง เราไม่ควรดูถูกตนเอง ทุกคนมีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกันออกไป การรู้ไม่เหมือนกันไม่ได้แปลว่าโง่เสมอไป

                ความแตกต่างหลายๆด้านที่ยกตัวอย่างมาทำให้ข้าพเจ้ามีแนวคิดในการดำรงชีวิตได้ในหลายๆด้าน การใช้ชีวิตในสังคมนั้นควรคำนึงถึงคนรอบข้าง ไม่ใช่เพียงตัวเรา เพราะคนเราไม่สามารถอยู่คนเดียวในสังคมได้อย่างแน่นอน ทุกสิ่งอย่างล้วนต้องการความช่วยเหลือด้วยกันทั้งสิ้น การจะอยู่ในสังคมที่มีความแตกต่างหลายๆอย่างได้นั้นจะต้องอาศัยความคิดที่เป็นมิตร มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อบุคคลรอบข้าง มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ นอกจากนี้ทุกคนต้องมีความสามัคคี ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกด้วย เพราะความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันและไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรถ้าหากคนในสังคมมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ย่อมผ่านไปด้วยดีเช่นกัน ต่อมาความเข้าใจกันไม่ว่าเราจะแตกต่างกันแค่ไหนหากเราเปิดใจและพยายามทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆก็จะทำให้คนในสังคมเกิดความเข้าใจกันมากขึ้น ความขัดแย้งก็จะลดลงเพราะความเข้าใจกันจะทำให้เรารู้จักคิดถึงใจเขาใจเรา นึกถึงคนรอบข้างมากขึ้น การเห็นประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตัวถือเป็นสิ่งที่น่านับถือสำหรับคนที่มีสิ่งนี้ในสังคม ก็จะทำให้สังคมมีแต่ความสุขความเจริญและไม่มีซึ่งความขัดแย้งแตกแยกกัน

                ดังนั้นแล้วการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความแตกต่าง ควรคำนึงถึงคนรอบข้างและมีความคิดทีเป็นบวกเรียนรู้และทำความเข้าใจซึ่งกันและกันกะทำให้สังคมน่าอยู่ คนในสังคมมีความสุข และปราศจากความขัดแย้งเพียงเท่านี้ก็ทำให้สังคมเกิดความน่าอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างมากมายแค่ไหน หากคนในสังคมเข้าใจกันก็ทำให้สังคมที่มีความหลากหลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน กำลังออนไลน์