หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

 

          การอยู่ร่วมกันในสังคม มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ และด้านต่างๆ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ดังนั้น การอยู่ร่วมกันในสังคม ทุกคนในสังคมจะต้องมีความเกี่ยวข้องกันในด้านต่างๆ เช่น การพึ่งพาอาศัยกัน ให้การช่วยเหลือกัน มีความสามัคคีกัน และร่วมมือกันพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า สังคมก็จะน่าอยู่ คนในสังคมก็จะมีความสงบและมีความสุข อาจจะมีการทำกิจกรรมอะไรบางอย่างร่วมกันบ้าง ได้คุยกัน ได้ช่วยเหลือกัน ได้พึ่งพาอาศัยกันบ้าง ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนั้น

          ไม่ว่าจะเป็นชนชาติต้่างๆที่มาอยู่ร่วมกันในที่เดียวกัน ในที่ใกล้เคียงกัน หรือทำงานร่วมกัน 1.ต้องมีความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ หากเราได้รับมอบหมายให้ทำบางสิ่งบางอย่างเราต้องทำให้เต็มความสามารถ และทำให้ทันเวลาที่กำหนด 2.ต้องมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อความเป็นระเบียบและความสงบสุขของสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย 3.ต้องมีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา มีความยุติธรรม ไม่คดโกง ไม่หลอกลวงหรือเอาเปรียบผู้อื่น หากเรามีความซื่อสัตย์ ก็จะไม่เกิดปัญหา ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น 4.ต้องมีความสามัคคีกัน หากทุกคนมีความสามัคคี เห็นแก่ส่วนรวมไม่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ สังคมก็จะมีความเจริญก้าวหน้า ฉะนั้น ทุกคนในสังคมต้องรักใคร่สามัคคีกัน 5.ต้องมีความเสียสละ สมาชิกในสังคม ควรรู้จักการเสียสละ ช่วยเหลือกัน เห็นอกเห็นใจกัน มีความเมตตากรุณา เมื่อทุกคนมีความเสียสละก็จะไม่มีความเห็นแก่ตัว 

          การอยู่ร่วมกันในสังคม ทุกคนในสังคม จะต้องรู้จักการวางตัวให้ดี ไม่แสดงกิริยาก้าวร้าว ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ต่อว่าหรือด่ากันในทางที่ไม่ดี มีอะไรก็คุยกันดีๆ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน เมื่อไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วย ต้องรู้จักอดทน ต้องรู้จักการวางตน ไม่ทำให้ตัวเองเด่นหรือสร้างจุดสนใจในตัวเรามากไป เพราะอาจจะทำให้ผู้อื่นที่ไม่สนิทกับเรามากนัก เกิดอาการไม่พอใจ ขัดหูขัดตา หมั่นไส้ อาจทำให้คนอื่นไม่ชอบได้ เพราะเราทำอะไรเกินตัว ต้องรู้จักการพูดจา ควรพูดจาให้ไพเราะ ถูกกาละเทศะ ไม่คุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ควรมีสติ ใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์รุนแรง เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น โกรธ โมโห หรือไม่พอใจ ควรตั้งสติ ใช้เหตุผลเข้าสู้ ระงับอารมณ์ตัวเอง เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อตัวเองและคนรอบข้าง และจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกด้วย ต่อมาต้องรู้จักความมีน้ำใจไมตรี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในสังคมถ้าจะให้รักกันต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน มีน้ำใจไมตรี ช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้

          ลักษณะการอยู่ร่วมกันคือ คนในสังคมร่วมมือกันในการทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่สร้างภาระอะไรให้สังคมเดือดร้อน อาจจะคิดกิจกรรมอะไรซักอย่างขึ้นมา เพื่อทำความรู้จักกัน แล้วกิจกรรมนั้นอาจเป็นกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาของสังคมได้ แล้วคนในสังคมจะได้รู้จักกัน มีความสามัคคีกัน คนในสังคมจะต้องประกอบอาชีพสุจริต เช่น ไม่ลักขโมย ไม่ค้ายา ไม่ทำสิ่งที่ไม่ควรทำไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ต่อตนเองและผู้อื่น คนในสังคมจะต้องมีความรักใคร่ สนิทสนมกัน สังคมถึงจะสงบสุข ต่อมา คนในสังคมต้องมีคุณธรรม มีจริยธรรม ก็คือ ปฏิบัติดี ปฏบัติชอบ ทำแต่สิ่งที่ดีงาม มีจริยธรรมคือ ทำตามหลักคุณธรรมต่างๆที่พระพุทธเจ้าได้สั่งสอน อาจจะเป็นการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ 

การอยู่ร่วมกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ เช่น การพาเด็กหรือผู้สูงอายุข้ามถนน หรือการสละที่นั่งบนรถโดยสารให้หญิงท้อง หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมช่วยกันพัฒนาสังคมของเราให้ดีขึ้นก็ได้ ก็นับว่าเป็นการแสดงน้ำใจ การแสดงความมีน้ำใจจึงไม่ได้วัดกันด้วยเงินทอง บางคนมีเงินมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นคนมีน้ำใจ เพราะเขาอาจแล้งน้ำใจก็ได้ บางคนเป็นเศรษฐีแต่มีความตระหนี่ ขี้เหนียวมากไม่ยอมแม้จะสละเงินให้ผู้อื่นโดยที่ตนไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน คนที่ไม่ได้มีเงินมากเพียงแค่พอมีพอกินอาจเป็นคนที่พอมีน้ำใจให้คนอื่นบ้างก็ย่อมเป็นที่รักและเป็นที่ชื่นชมของผู้อื่นเสมอ ความมีน้ำใจนั้น ตรงกันข้ามความเห็นแก่ตัว ขณะที่คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน แต่ที่คนมีน้ำใจจะคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง และความ มีน้ำใจก็ยังตรงกันข้ามกับความอิจฉา คนที่อิจฉาริษยาคนอื่นย่อมต้องการที่จะเห็นความล้มเหลวของผู้ที่ได้ดีกว่า แต่คนมีน้ำใจนั้น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่าจะมีมุทิตาและจะ แสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจ คนมีน้ำใจจะนึกถึงคนอื่นและจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่วไป และเป็นคนมีคุณค่าต่อสังคม และที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นก็จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

          ดังนั้น การที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ถึงจะต่างชาติ ต่างศาสนา แต่ถ้ามีความจริงใจต่อกัน ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็จะอยู่ร่วมกันได้ มีความสามัคคีกัน ใครที่ทำอะไรไม่ดีก็ช่วยขัดเกลา ช่วยดูแลกันเพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน ถ้าเห็นสิ่งไม่ดี ใครทำไม่ดี ก็ช่วยๆกันแก้ไข ไม่ใช่เมินเฉยและปล่อยผ่านไป การที่จะอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่แค่ต้องมีความสามัคคีกันเท่านั้น หากไม่มีความจริงใจต่อการ ต่างฝ่ายต้างเสแสร้อง ซักวันหนึ่ง หากหมดความอดทน ต่างคนต่างทนไม่ไหว สุดท้ายก็แตกคอกันอยู่ดี หากมีปัญหา ให้อดทนแล้วคิดหาวิธีแก้ไข เปิดอกนั่งคุยกัน ไม่ใช่พอทะเลาะกัน ต่างฝ่ายก็ต่างจะไม่ยอมกัน เพราะจะทำให้อยู่ในสังคมร่วมกันลำบาก ยิ่งถ้าเป็นคนรักกัน ต่างคนต่างมาจากคนละสังคม ต่างคนต่างมาจากคนละครอบครัว ถ้ามีปัญหา ไม่ใช่ทะเลาะตบตีกัน แต่ต้องเป็นการนั่งคุยและช่วยกันแก้ไขปัญหา ถึงจะอยู่ร่วมกันได้ ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่ด้วยกันเป็นปีๆ มีอะไรก็หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน ชีวิตจะได้มีความสุข และสังคมจะได้ไม่เกิดความวุ่นวาย 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 78 คน กำลังออนไลน์