ประวัติหลินตัน

 

            

 

                         "หลินตัน" ที่แฟนๆของเขาให้ฉายา SUPER DAN ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวัง
          ล่าสุด เขา"กลับมา"คว้าเหรียญทองการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 ที่อินชอน โดยชนะ เฉินหลง แชมป์โลกคนล่าสุดเพื่อนร่วมชาติ 12-21, 21-16 และ 21-16 ทั้งๆที่เขาถูกเลือกไปร่วมแข่งชันในฐานะ"มือไร้อันดับ" เนื่องจากไม่ค่อยกลับมาลงสนาม หลังคว้าแชมป์โลกเมื่อปีก่อน จนอันดับโลกร่วงไปกว่า 104 เมื่อต้นปี 
          ปีนี้ หลินตันลงแข่งเพียงไม่กี่รายการ หลังห่างจากคอร์ตแบดไปนานถึง 7 เดือน และสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นก็คือ หลินตันคือ"ของจริง"ในวงการแบดมินตันโลก ด้วยการ"คว้าแชมป์"ทุกรายการที่เข้าแข่งขัน 4 รายการ คือ ไชน่ามาสเตอร์ แบดมินตันชิงแชมป์เอเชีย เจแพนโอเพ่นและออสเตรเลียนโอเพ่น ก่อนจะปิดฉากล่าสุดโดยค้าเหรียญทองชายเดี่ยวโอลิมปิค
          แต่ทีมชาติจีนก็"พลาด"แชมป์โทมัสคัพ ซึ่งถือเป็นการชิงแชมป์โลกประเภททีมชาย เนื่องจากหลินตันไปในฐานะมือ 3 ตามอันดับโลก เขาจึงไม่สามารถลงช่วยทีมได้มากนัก เพราะมือ 3 จะลงแข่งขันเป็นคนสุดท้าย และจะได้ลงก็ต่อเมื่อ 4 รายการแรก คือชายเดี่ยว 2 มือ ชายคู่ 2 มือ มีคะแนนเสมอกันที่ 2-2
          ซึ่งเขาแทบจะไม่ได้ลงสนามเลย...

          "หลินตัน" ถูกจับตามองครั้งแรกในปี 2000
          ในวัย 17 เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนจีนในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย และคว้าแชมป์ประเภททีมและชายเดี่ยว แต่ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก แม้จะนำทีมชาติจีนคว้าแชมป์ แต่ในส่วนตัว เขาได้อันดับ 3 ร่วมกับลีชองเหว่ย
          แต่ความาสำเร็จนั้น ทำให้เขาเข้าร่วมทีมชาติจีนในปี 2001 ด้วยอายุเพียง 18 และกล่าวได้ว่า ถึงวันนี้ เขาเป็นนักแบดที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการเป็นแชมป์เป็นรองเพียง"ลีชองเห่วย" นักแบดมือ 1 ของโลกชาวมาเลเซีย เนื่องจากหลินตันจะไม่ลงเล่นติดต่อกันหลายรายการแบบลีชองเหว่ย แต่ในแง่สถิติเป็นเปอร์เซ็นต์ เขาได้แชมป์มากที่สุด
          "แชมป์แรก"ในการเล่นแบดมินตันของหลินตัน คือ โคเรียโอเพ่น 2002 โดยรอบชิงเขาชนะ ซอนเซียงโม จากเกาหลี 1-7, 7-3, 7-3 และ 7-5 และนับถึงวันนี้ เขาเป็นแชมป์ทั้งหมด 56 รายการ รองแชมป์ 18 รายการ
          แต่ที่ถือเป็น"ความสำเร็จยิ่งใหญ่" คือการเป็นแชมป์แบดมินตันโลก(World Championships) 5 ครั้ง แชมป์โลก 2 ครั้ง แชมป์โอลิมปิค 2 ครั้ง เอเชียนเกมส์ 2 ครั้ง แชมป์เเอเชีย 3 ครั้ง ฯลฯ
          อย่าลืมว่า"ลีชองเหว่ย"ที่เป็นมือ 1 ของโลกแบบผูกขาดมาช้านาน ไม่เคยได้แชมป์ World Championships โอลิมปิคและเอเชียนเกมส์ จนได้ฉายา"ราชาไร้มงกุฎ" เพราะเป็นมือ 1 โลกที่ไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่
          สำหรับ"รายการใหญ่"ที่เป็นแชมป์ ขอนำมาให้ทราบคือ เอเชียนเกม 2010 ชนะ ลีชองเหว่ย 21-13, 15-21 และ 21-10 ส่วนปี 2014 ชนะเฉินหลง 12-21, 21-16 และ 21-16 ส่วนโอลิมปิค 2008 รอบชิง ชนะลีชองเหว่ย 21-12 และ 21-8 ส่วนปี 2012 ก็ชนะลีชองเหว่ย 15-21, 21-10 และ 21-19
          ส่วนแบดมินตันชิงแชมป์โลก(World Championships) 5 ครั้ง ที่เป็นแชมป์ คือ ปี 2006 ชนะ เปาชุนเหลยจากจีน 18-21, 21-17 และ 21-12 ปี 2007 ชนะ ซันนี้่ คุนโคโร่ จากอินโดนีเซีย 21-11, 22-20 ปี 2009 ชนะ เฉินจิน 21-18, 21-16 ปี 2011 ชนะลีชองเหว่ย 20-22, 21-14 และ 23-21 และปี 2013 ชนะลีชองเหว่ย 16-21, 21-13 และ 20-17 ก่อนที่ลีจะยอมแพ้โดยไม่ได้เล่นคะแนนสุดท้าย
          ขณะที่"แชมป์โลก" หรือ World Cup ปี 2005 ชนะ ซูเปอร์แมน บุญศักดิ์ พลสนะ ของไทย 21-13, 21-11 และปี 2006 ชนะเฉินหยู 21-19, 19-21 และ 21-17 

   "หลินตัน"เป็นนักแบดที่รักษาสุขภาพมาก
          เป็นที่รู้กันว่า"ซูเปอร์แดน" มีความเป็นศิลปินสูง โดยเขาจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันหาก"ไม่พร้อม"ทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น หลังจากที่ได้แชมป์โอลิมปิค 2012 ที่ลอนดอน เขาตัดสินใจไม่ร่วมแข่งขันรายการซูเปอร์ซีรีส์ ซึ่งในฐานะที่มีอันดับโลกติดทอปเทน เขาถุกปรับรายการละ 5 พันเหรียญ แต่เขายินดีที่จะถูกปรับทั้งหมด 6 รายการโดยไม่ร่วมแข่งขันเลย จนปี 2013 อันดับของเขาร่วมไปต่ำจนไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันแบดมินตันโลก แต่โชคดีที่สหพันธ์แบดมินตันโลกอนุมัติให้จีนส่งชื่อเข้าแข่งขันในฐานะผู้เล่น Wild Card หรือประมาณ"ตัวสำรอง"
          แต่สุดท้าย เขากลายเป็นแชมป์ในปีนั้น ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่รัชนก อินทนนท์ คว้าแชมป์หญิงเดี่ยว
          และเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ในตอนแรก"หลินตัน"ก็ไม่มีชื่อร่วมทีม แต่สุดท้าย โค้ชใหญ่สั่งปรับเปลี่ยนทีมหลังทีมชาติล้มเหลวในรายการโทมัสคัพ โดยตัดมือที่มีอันดับโลกสูงออก 2 คนเพื่อใส่ชื่อหลินตันไปร่วมทีม 
          สุดท้าย เขาคือ"แชมป์เอเชียนเกมส์"สมัยที่ 2 เมื่อชนะ เฉินหลง 12-21, 21-16 และ 21-16

  อย่างที่บอก หลินตันดูแลสุขภาพมาก
          โดยตั้งแต่ต้นปี หลังจากห่างคอร์ตโดยไม่ลงแข่งขันเลย 7 เดือนหลังจากค้วาแชมป์แบดมินตันโลก 2013 ในเดือนสิงหาคม เขาก็เริ่มฟิตซ้อมอย่างหนักเพื่อคืนสภาพร่างกาย ทั้งวิ่งขึ้นเขา เล่นฟิตเนสส์ ด้วยความเชื่อว่านักแบดทุกวันนี้ ฝีมือไม่แตกต่างกันมากนัก ผลงานจะปรากฎก็ต่อเมื่อสภาพร่างกายพร้อม จึงไม่น่าแปลกใจที่ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน หลินตันกลับมา"ฟิต"สภาพร่างกานไม่ต่างจากปี 2012 ที่เขาคว้าแชมป์โอลิมปิคลอนดอนเกม
          การฟิตครั้งนี้ เขากล่าวเล่นๆว่า ถ้าสตาฟฟ์โค้ชเลือก เขาพร้อมที่จะไปโอลิมปิค 2016 ที่บราซิล
          แต่นั่นเป็นเรื่องที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ นอกจาก"เล่นแบดมินตัน"ที่เป็นสิ่งที่เขาจาดไม่ได้ในชีวิตแล้ว หลินตันมีความสุขกับ"ร้านกาแฟ" ที่เขาและ เซียะถึงฟาง ภรรยาที่เป็นอดีตนักแบดหญิงทมือ 1 ของจีนร่วมกันเปิดขึ้น โดยเป็นร้านที่เขาบอกว่า "ผมเปิดเพราะภรรยาชอบดื่มกาแฟ"

 

  เป็นบุคคลที่ มีความสามารถในการเล่นกีฬาแบดมินตันได้ ดีมาก เป็นผู้มีความกัญญูรู้คนแม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์