หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

             

   หลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

     

              ความหลากหลาย คือ ความแตกต่างบนโลกใบนี้ที่มีอยู่ในสังคม ความหลากหลายมีทุกรูปแบบเพราะไม่มีสิ่งใดๆที่จะทำให้ทุกสิ่งบนโลกนี้เหมือนกัน เช่น ความหลากหลายของชาติบนโลกนี้ที่มีเป็นร้อยๆชาติ ความหลากหลายทางศาสนา ความหลากหลายทางภาษา ความหลายหลายทางอุดมการณ์ ความหลายหลายในวัฒนธรรม และอีกมากมายจึงอาจทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นจากที่เห็นในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายและในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ เพราะชะนั้นพวกเราที่อยู่ในสังคมปัจจุบันจึงต้องหาวิธีทางทำให้ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่งให้ได้เพื่อให้สังคมอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความขัดแย้งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้  เพียงแค่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์  โดยการช่วยเหลือในส่วนที่เราทำได้ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ เช่น การบริจาคสิ่งของให้ผู้ยากไร้

                ความหลากหลายมีอยู่ทุกๆที่แต่ทุกคนในสังคมจะต้องทำให้กลายเป็นหนึ่งได้ จึงจะอยู่ร่วมกันได้ การยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่นการช่วยเหลือกันและกันโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างว่าคนนั้นแตกต่างจากเรา การมีน้ำใจช่วยเหลือคนยากไร้ และอีกเหตุการณ์สำคัญหนึ่งคือการยกพวกตีกันของเยาวชนไทยที่มีความแตกต่างในสถาบันกันทำให้เกิดการสูยเสียชีวิตได้ส่งผลเสียในด้านลบทำให้โรงเรียนของทั้งสองมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เราจึงควรอบรมรณรงค์ให้ทุกคนเห็นถึงความแตกต่างที่มีอยู่ในทุกๆด้าน เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างทางความคิดในสังคมไทยที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีนั้นก็มีความรุนแรงสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากเนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน จุดประสงค์ต่างกันจึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แต่หลายคน ก็มีหลายความคิด หลายการกระทำ ความขัดแย้งที่เกิดจากความหลากหลาย ความแตกต่างทางความคิด คำพูด การกระทำ ก่อให้เกิดผลเสียต่างๆมากมาย ทั้งต่อตนเอง สูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ คนเรานั้นเกิดมาก็ต้องมีนิสัยเหมือนกันได้ถึงมีก็มีจำนวนน้อย ดังนั้นนี้จึงอาจจะเป็นหนึ่งในตัวปัญหาทำให้ เกิดการกระทบกระทั้งในสังคมเกิดขึ้นได้ เพราะนิสัยที่จะอยู่ร่วมกันไม่ตรงกัน  ปัญหาที่สองที่มองได้ชัดเจนคือความแตกต่างทางความคิด ทุกปัญหาความขัดแย้งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆแต่ถ้าปล่อยไว้นานเข้าๆก็อาจทำให้กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อปัญหาความขัดแย้งเริ่มใหญ่ขึ้นเท่าใดก็มักจะเกิดความวุ่นวายเพิ่มมากขึ้นด้วยและอาจเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง เช่น การก่อจลาจล การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย และก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การจัดการด้วยสันติวิธีสันติวิธี คือวิธีการจัดการกับความขัดแย้งวิธีหนึ่ง การใช้สันติวิธีมีเหตุผลสำคัญตรงที่ว่า เป็นวิธีการที่น่าจะมีการสูญเสียน้อยที่สุด ทั้งระยะสั้นระยะยาว ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ผิดกับการใช้ความรุนแรง ซึ่งทุกฝ่ายอ้างว่าเป็นวิธีการสุดท้าย ซึ่งบางกรณีสามารถบรรลุผล ในระยะสั้นเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่หากความขัดแย้งดำรงอยู่เพียงแต่ถูกกดไว้ โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงในระยะยาวย่อมมีอยู่ ส่วนในทางนามธรรม เช่น ความเข้าใจอันดี ความสามัคคีปรองดอง นั้นย่อมเกิดขึ้นได้ยากด้วยวิถีความรุนแรง บางคนมองสันติวิธีในลักษณะปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจ เช่น การใช้ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง เพื่อให้รัฐหรือผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือพฤติกรรมบางคนใช้สันติวิธี เพราะความเชื่อว่าจะให้ผลที่ยั่งยืนและเป็นไปตามหลักจริยธรรม หรือ ศาสนธรรม บางคนใช้สันติวิธีตามหลักการบริหารเพื่อลดความขัดแย้ง ความขัดแย้งในด้านสังคมถือเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน ความขัดแย้งก็เหมือนเหรียญที่ด้านหนึ่งเป็นความขัดแย้ง ความขัดแย้งก็คือตัวแปรสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งที่นำไปสู่สงครามได้นำไปสู่การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ การสื่อสารและการขนส่ง จึงมีการค้นคว้าวิจัยกันมากในเรื่องนี้ เมื่อสงครามสงบลงก็เกิดมีการใช้วิทยุสนามเพื่อการสื่อสารจนถึงการพัฒนาเครื่องบินรบมากลายเป็นเครื่องบินขนส่งและเครื่องบินโดยสาร เป็นต้น ความขัดแย้งในทางสังคมไปสู่การตรากฎหมาย กฎระเบียบ และการพัฒนากระบวนการยุติธรรมและศาลในระดับต่างๆ และเมื่อเหรียญมีด้านที่เป็นบวกแล้วก็ต้องมีเหรียญด้านที่ป็นลบ เช่นกัน แต่ก็สามารถนำความต่างตรงนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน  แนวทางการใช้ชีวิตก็ได้มาจากการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องมีนั้นก็คือความสามัคคีเป็นที่ตั้ง อย่างที่ทราบกันทั่วว่า ความสามัคคีนั้นก็คือการที่คนหลากหลายฝ่ายมาร่วมกันทำงาน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างที่กันมา สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือการฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เมื่ออีกฝ่ายกล้าเสนอ อีกฝ่ายก็ต้องกล้าสนองหรือฟังนั้นเอง จึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จที่ดีออกมา เพราะมีความคิดที่หลากหลายมาผสมผสานกัน ดีกว่าความคิดของคนใดคนหนึ่งเพราะหลากหลายทางความคิดก็จะทำให้เห็นในหลากหลายมุมมอง ในชีวิตภายในโรงเรียนของข้าพเจ้าก็ได้พบความหลากหลายมากมายโดยเฉพาะเพื่อนซึ่งมาจากต่างที่ต่างถิ่นต่างครอบครัวก็จะมีนิสัยที่แตกต่างกันทุกคนแต่หากมาอยู่ร่วมกันก็ต้องปรับสภาพให้ตนเองอยู่ร่วมกับเพื่อนๆในสังคมได้ การทำงานกลุ่มก็เช่นกันในทุกๆวิชาก็จะมีงานกลุมจึงมีหลายๆความคิดพวกเราก็ต้องช่วยกันนำมารวมเป็นหนึ่งความคิดให้ได้และทำให้ผลงานนั้นออกมาดีที่สุด

              หากเราจะรวมความหลากหลายให้กลายเป็นหนึ่งเราต้องสามัคคีกันในสังคม ร่วมกันศึกษาความแตกต่างของกันและกัน เพราะจะได้เข้าใจถึงความแตกต่างว่าทำไมคนนั้นถึงต้องทำสิ่งนั้นเราจึงควรเข้าใจความคิดของเพื่อนร่วมโลกและยอมรับความคิดเห็นของผู้คน ในเมื่อเราไม่ได้อยู่คนเดียวหรือกลุ่มเดียวบนโลกใบนี้ ถ้าทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกันก็จะสามารถอยู่รวมกันได้อย่างสงบ สันติสุข ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นไม่มีความเสียหายที่ต้องตามมาทีหลัง จึงจะทำให้สังคมพัฒนาได้อย่างรวดเร็วไม่มีสิ่งใดมาขัดขวาง คนในสังคมเข้าใจกันและกันเคารพต่อความคิดเห็นของผู้อื่นได้ และทำให้ทุกคนได้เห็นความคิดใหม่ๆที่แตกต่างออกไปจากตัวเรา และได้รู้ว่าโลกนี้มีสิ่งที่แปลกใหม่มากมาย มิได้มีแค่กลุ่มพวกเราแค่กลุ่มเดียว

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน กำลังออนไลน์