โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้ไม่เคยยอมแพ้

โทมัส เอดิสัน ผู้ล้มเหลวเกือบหมื่นครั้ง แต่ไม่เคยยอมแพ้

       "ความล้มเหลวหลายๆอย่างในชีวิต เป็นเพราะคนเราไม่ตระหนักว่าพวกเขาอยู่ใกล้ความสำเร็จแค่ไหน ตอนที่เขายอมแพ้" เป็นคำยืนยันของนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก คือ โทมัส เอดิสัน ชายผู้นี้หูหนวกตั้งแต่เด็ก เขาไม่สามารถได้ยินอะไรชัด ทำให้เขาเรียนที่โรงเรียนได้ไม่ดีและที่โรงเรียนให้สมญานามเขาว่าเป็น "ไข่เน่าของชั้นเรียน” แต่เอดิสันมีแม่ที่เข้าใจเขา คอยดูแลและอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ เอดิสันต้องเข้าๆออกๆโรงเรียนหลายแห่ง แม่ของเขา ได้เป็นผู้สอนหนังสือให้เขาและยอมให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเองกำลังใจจากแม่ ทำให้เอดิสันอ่านหนังสือมากขึ้น เขาสนุกสนานกับการทดลองต่างๆที่เขาอ่านจากหนังสือ ความอยากรู้ อยากเห็น ทำให้เขาได้ทดลองวิทยาศาสตร์ต่างๆมากมาย แม้การทดลองหลายครั้งจะมีความผิดพลาดและไม่ได้ผล แต่แม่คือผู้ที่พูดให้กำลังใจแก่เอดิสันอยู่เสมอ ปลูกฝังให้เขามีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เอดิสันมองเห็นความผิดพลาดเป็นบทเรียนมากกว่าจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาท้อถอย ดังเช่นในการทดลองเพื่อคิดค้นหลอดไฟ ซึ่งเป็นผลงานประดิษฐ์ชิ้นสำคัญของเขา เมื่อผู้ช่วยของเอดิสันกล่าวกับเขาว่า "เราทำการทดลองมา 700 ครั้งแล้ว แต่เรายังไม่มีคำตอบ เราล้มเหลวเสียแล้ว" แต่เอดิสันกลับตอบว่า "เปล่าหรอก เรายังไม่ล้มเหลว เรารู้มากกว่าใครๆในโลกในเรื่องนี้ และเรายังรู้อีกว่ามี 700 วิธีที่ไม่ควรทำ อย่าเรียกว่า ความผิดพลาด แต่ให้เรียกว่า เป็นการเรียนรู้"

ชีวิตในวัยเด็ก

       เอดิสัน เข้าเรียนในชั้นประถมขณะอายุ 8 ปี เป็นโรงเรียนเล็กๆในโบสถ์ มีนักเรียนเพียง 48 คน มีครูเพียงสองคนคือ นายเอ็งเกิล และนางเอ็งเกิล (Engle) แต่ด้วยความที่เอดิสันมีมีนิสัยสนใจในสิ่งรอบตัว ไม่ใช่เนื้อหาในตำราคร่ำครึ สิ่งที่เขาสนใจถามครูจึงไม่ใช่เรื่องที่ครูสอน แต่เป็นเรื่องนอกตำรา นายและนางเอ็งเกิล จึงมักเรียกเขาว่าเป็นเด็กที่หัวขี้เลื่อย "เอดิสัน ถูกหาว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน" หลังจากตรวจดูศีรษะของเอดิสันแล้ว หมอบอกกับครูว่า "ศีรษะของเด็กคนนี้เบี้ยวผิดปรกติ เซลล์สมองก็คงผิดปรกติด้วย" ครูนำผลการตรวจของหมอไปแจ้งให้พ่อแม่ของเอดิสันทราบ แต่แม่ของเอดิสันไม่เชื่อว่า เอดิสันเป็นเด็กปัญญาอ่อน จึงไปพูดคุยกับคุณครูที่โรงเรียน หลังการพูดคุย เอดิสันต้องออกจากโรงเรียน โดยแม่ของเขาจะเป็นผู้สอนเอดิสันด้วยตนเอง หลังจากเข้าโรงเรียนได้ 3 เดือนเท่านั้น

       เอดิสันเคยถูกให้ออกจากโรงเรียนเนื่องจากว่าเขาไม่สามารถเรียน วิชา คณิตศาสตร์ได้ ครอบครัวของเขาจึงต้องนำเอดิสันไปเลี้ยงดูเองและปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง

       เอดิสัน ชื่นชอบหนังสือนอกเวลาเล่มหนึ่ง ซึ่งมีภาพและเนื้อหาการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้อ่านทดลองเองได้ เขามีความสนใจที่จะทำการทดลองในหนังสือ ใน ค.ศ. 1857 พ่อและแม่ของเขาจึงสร้างห้องใต้ดินเพื่อให้เอดิสันได้ทำการทดลองต่างๆ ในหนังสือ และเขาก็ได้ทำการทดลองมากมายในห้องใต้ดินนั้น แม่ของเขา ได้เป็นผู้สอนหนังสือให้เขาและยอมให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเอง กำลังใจจากแม่ ทำให้เอดิสันอ่านหนังสือมากขึ้น เขาสนุกสนานกับการทดลองต่างๆที่เขาอ่านจากหนังสือ ความอยากรู้ อยากเห็น ทำให้เขาได้ทดลองวิทยาศาสตร์ต่างๆ มากมาย แม้การทดลองหลายครั้งจะมีความผิดพลาดและไม่ได้ผล แต่แม่คือผู้ที่พูดให้กำลังใจแก่เอดิสันอยู่เสมอ  ปลูกฝังให้เขา มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เอดิสันมองเห็นความผิดพลาดเป็นบทเรียน มากกว่าจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาท้อถอย

       ค.ศ. 1859 เอดิสันทำงานหารายได้พิเศษโดยการขายลูกอมและหนังสือพิมพ์บนรถไฟ ในช่วงอายุ 12 ปีเขาทำงานเป็นเด็กเดินข่าวของรถไฟ ครั้งหนึ่งเอดิสันทดลองเคมีทำให้เกิดเสียงระเบิดไฟไหม้ จนเขากลายเป็นคนหูหนวก โดยสาเหตุของการหูหนวกก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร บางแห่งก็ว่าเขาถูกตบแก้วหูทำให้แก้วหูหนวกและอื้อ  บางแห่งว่าเกิดเสียงระเบิดสนั่นทำให้เอดิสันกลายเป็นคนหูหนวก  แต่ตามที่เอดิสันแถลง เขากล่าวว่า  การที่เขาหูพิการเกิดจากเขาลื่นไถลลงไปใต้ท้องรถไฟจนเกือบจะถูกล้อทับ ได้มีคนช่วยเหลือเขาไว้โดยจับหูเขาดึง ขึ้นมาบนรถ

       นอกจากโทมัส เอดิสัน จะฝากผลงานทางวิทยาศาสตร์ไว้แก่โลกอย่างมากมายด้วยผลงานประดิษฐ์ซึ่งจดสิทธิบัตรไว้มากกว่า 1,000 ชิ้นแล้ว เขายังได้ฝากข้อคิด เพื่อการก้าวไปสู่ความสำเร็จไว้อย่างน่าฟังว่า "ความสำเร็จที่เขาได้รับนั้น เกิดจากแรงบันดาลใจ 1% อีก 99% มาจากหยาดเหงื่อที่เขาทุ่มเท"

       จากการที่ได้ทราบประวัติของโทมัส เอดิสัน ก็ทำให้รู้สึกประทับใจว่าเขาเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนเก่ง แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่สนใจในสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวมากกว่าสนใจความรู้จากตำรา ทำให้ถูกครูมองว่าเขาเป็นเด็กปัญญาอ่อน จนไม่สามารถเรียนในโรงเรียนได้ แต่การที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนที่ไม่มีความรู้ เขารู้จักที่จะหาความรู้จากการอ่านหนังสือและทดลองสิ่งต่างๆตามที่เขาสนใจ จนในที่สุดเขาก็ทำมันออกมาได้สำเร็จ แม้ว่าเขาจะต้องล้มเหลวมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยคิดท้อถอยหรือว่ายอมแพ้ และอีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจคือบทสัมภาษณ์ระหว่างโทมัส เอดิสันกับนักข่าวคนหนึ่ง  "มีนักข่าวคนหนึ่งเคยถามเอดิสันว่า กว่าที่จะสามารถผลิตหลอดไฟได้ ต้องใช้ความพยายามลองผิดลองถูกกว่า 700 ครั้ง คุณไม่รู้สึกท้อและล้มเหลวบ้างหรือครับ" เอดิสันกล่าวว่า "ไม่ครับ ผมไม่รู้สึกท้อแท้และล้มเหลว เพราะผมได้เรียนรู้แล้วว่า การทดลองกว่า 700 ครั้งนั้นผิดพลาดเพราะอะไร และก็รู้ว่ามี 700 วิธีที่ไม่ใช่ ผมก็แค่หาวิธีผลิตหลอดไฟต่อจากนั้นเองครับ" เอดิสันล้มเหลวกว่า 1,000 ครั้ง เขาก็ยังลุกขึ้นสู้ต่อโดยไม่ยอมแพ้ และยังได้เรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั้วข้ามคืน หลังจากนั้น เขาถูกนักข่าวรุมถามเสมอว่า เอดิสันคิดอย่างไรกับการที่คนทั่วไปเรียกเขาว่าอัจฉริยะ เขาตอบว่า "คำว่าอัจฉริยะในความคิดของผม ประกอบด้วยพรสวรรค์เพียง 1% ส่วนอีก 99% มาจากความพยายาม"

       จากบทสัมภาษณ์ของโทมัส เอดิสัน ทำให้เราเอาแนวคิดของเขามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็คือแม้ว่าเราจะต้องเจอกับความผิดหวังหรือความล้มเหลวในชีวิตมากแค่ไหน แต่เราก็ไม่ควรที่จะยอมแพ้ เราควรที่จะนำข้อผิดพลาดนั้นมาเรียนรู้ต่อ เพื่อที่จะพยายามทำให้สิ่งนั้นมันสำเร็จในที่สุด "เชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ เชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ ล้มเหลว คนล้มเหลวคือ…คนที่ล้มเลิกต่างหาก"

แหล่งอ้างอิง : https://th-th.facebook.com/7quotes/posts/551341688222651

                    https://jaisai.wordpress.com/ล้มเหลวความสำเร็จ/

                    https://sites.google.com/site/arbalover/bukhkhl-tawxyang-1

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์