บุคคลต้นแบบ สมศักดิ์ เหมรัญ

สมศักดิ์ เหมรัญ  อายุ 30 ปี ครับ   หรือรู้จักกันในชื่อว่า “สมศักดิ์ กีตาร์มือเดียว”

 

คำว่าศรัทธาในความหมายของคุณสมศักดิ์
อาจจะสูงกว่า “ความเชื่อ” สักนิดนึง เพราะความเชื่อเราอาจจะพิสูจน์ได้จากสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นมา แต่ศรัทธาเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้
อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เอาชนะอุปสรรคได้
คำสอนของแม่ของผมทำให้ผมลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านสอนให้ผมเป็นคนที่สู้ และยอมรับความจริง อดทนและสู้ต่อไป ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ เกิดเป็นคนต้องสู้ต่อไป


จุดที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิต แตกต่างจากจุดประสบความสำเร็จในปัจจุบันอย่างไรบ้าง
จุดที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตของผมคือ 1 วันหลังจากวันที่ 12 สิงหาคม 2544 ซึ่งเป็นวันแม่ ผมต้องสูญเสียคุณแม่ของผม และแขนซ้ายของผม พอประสบอุบัติเหตุในวันนั้น ทำให้ชีวิตของผมลำบาก จากที่เป็นคนปกติก็มาเหลือแขนแค่ข้างเดียว ก็ทำให้มีปัญหาในชีวิตประจำวัน แต่ที่หนักไปกว่านั้นก็คือมันอยู่ในจิตสำนึก ในความรู้สึก ในสมอง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมไม่มีวันลืมวันที่ผมสูญเสียคุณแม่ไป นั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม


ความโชคร้าย มีส่วนผลักดันชีวิตอย่างได้อย่างไร
ผมคิดเสมอว่า “ในโชคร้ายมันย่อมมีโชคดีอยู่” แต่ผมก็นึกถึงคำสอนของคุณแม่ ให้ต่อสู้ ให้แข็งแกร่ง และยอมรับความจริงได้ก็เพราะท่านนี่แหละครับ และก็พี่ชาย ญาติ และเพื่อนฝูง ที่คอยให้กำลังใจ


หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในชีวิตมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง
ผมอยู่กับพี่ชาย และมีพี่คอยดูแลช่วยเหลือ หลังจากโดนรถชนตอนปี 2544 แล้วผมก็หยุดเรียนไป 7 ปี กลับมาเรียนอีกครั้งตอนปี 2551 ทั้งๆ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้สวมชุดนักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่โดนรถชนนั้นอายุ 20 ปี ยังไม่จบม.6 ชีวิตเมื่อก่อนก็เที่ยวตามประสาวัยรุ่น พอมาคิดได้ก็ตอนที่มันสาย หรือบางเรื่องก็เกือบจะสายไป


แรงพลักดันที่ทำให้กลับมาเรียนหนังสือต่อ หลังจากที่ทิ้งการเรียนไปนาน
ที่ผมกล้าออกไปเผชิญโลกภายนอก และสู้โดยที่กลับไปเรียนเพราะว่าผมอยากจะทำสิ่งที่ผมเคยผิดพลาดมาตั้งแต่วันรุ่นที่เคยผิดพลาดไม่รักดี เลยอยากเริ่มต้นใหม่ เอาใหม่ แม่ผมเคยบอกว่าเอาใหม่ได้ คนเราผิดพลาดมาแล้วก็เริ่มใหม่ได้ แก้ไขได้ ท่านบอกตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เริ่มเป็นวัยรุ่นเลยครับ


ความสำเร็จในชีวิตการเรียนควบคู่กับการเป็นนักกีฬาตระกร้อ
ผมเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป ปี.4 จริงๆ ผมไม่สามารถสอบแข่งขันต่อสู้กับเพื่อนๆ น้องๆ ได้หรอกนะครับ เพราะผมจบมาจาก กศน. ผมจบม.6 ตอนอายุ 20 ปี ก่อนนั้นก็ตั้งเป้าไว้ว่าเรียนพละ เล่นดนตรีกลางคืนส่งเสียตัวเองเรียน พอจบออกมาก็เป็นโค้ช เป็นนักกีฬาตระกร้อ อยู่ในวงการนี้ และที่ผมได้ไปเรียนก็เพราะผมได้เข้าโควต้าตระกร้อ เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ได้เล่นทั้งทีมเดี่ยวและทีมชุด เวลาผมเล่นก็คล้องแขนเอาไว้ ตอนปี 2551 ได้ไปแข่งกีฬา 9 ราชมงคลทั่วประเทศ หรือ ล้านนาเกมส์ ที่เชียงใหม่ ในครั้งนั้นผมได้ลงตัวจริง ตัวชงทีมเดี่ยวชาย ลงเป็นตัวฟาดในทีมชุด และได้เหรียญทองแดงมาทั้ง 2 ประเภท ปีต่อมาก็ได้ไปแข่งรัตนโกสินทร์ เกมส์ ที่ศาลายา ก็ได้เหรียญทองแดงกลับมทั้ง 2 ประเภท ปี 2553 ภาคตะวันออกเกมส์ ที่ชลบุรี ก็ได้ที่ 4 และ ประเภททีมชุดได้เหรียญเงินกลับมาครับ ทั้งหมดนี่เกิดจากความตั้งใจอย่างเต็มที่ รางวัลก็เป็นกำลังใจให้ซ้อมต่อไปครับ

 

รู้สึกรักดนตรี และเล่นกีตาร์อย่างจริงจังเมื่อใด
ผมเริ่มฝึกหัดเล่นกีต้าร์ตอน ม.1-ม.2 พร้อมๆ กับตระกร้อ ฝึกหัดมาเรื่อยๆ แบบครูพักลักจำ ด้วยตัวเอง ถามจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เล่นเก่ง ดูจังหวะ เล่นมาตลอดเพราะรักในเสียงกีตาร์ เครื่องดนตรีชนิดอื่นผมเล่นไม่ค่อยเก่ง บาครั้งผมก็คิดว่ากีตาร์เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดของผม ไม่ว่าจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน ก็ไม่เคยดุ เคยว่าผม บางครั้งผมเศร้าผมก็เล่นกีต้าร์ ผมมีความสุขผมก็แล่นกีต้าร์


วันที่ต้องเล่นด้วยมือข้างเดียวที่ยังใช้งานได้ ต้องฝึกฝนหรือเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างไร
พอเกิดอุบัติเหตุ พอรู้แล้วว่าแขนข้างซ้ายใช้การไม่ได้ กระดิกไม่ได้ ไม่มีความรู้สึก ก็เลยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้เล่นแล้ว แต่ด้วยความที่ผมรักในเสียงกีตาร์ และมีเพื่อนรักที่อยู่ที่บ้าน ก็เอากีตาร์มานั่งเล่นเพื่อนก็ช่วยบอกช่วยสอนเทคนิคต่างๆ ความที่ผมอยากจะเล่น นายก็จับคอร์ทแล้วกัน เดี๋ยวผมดีด ก็เล่นกันมาอย่างนี้เรื่อยๆ จนวันหนึ่งเพื่อนทั้งคู่ก็พูดกับผมว่า เขาได้ดูทีวี เห็นนักกีตาร์แขนเดียวเป็นมือโซโลด้วย ผมก็ถามเลยว่า ช่วยบอกหน่อยเขาเล่นอย่างไร เขาก็ตอบวว่าตั้งกีตาร์นอนหงาย แล้วใช้มือที่เหลือดีด ผมก็เลยคิดว่าเขาเล่นได้ ผมก็น่าจะลองเล่นดุบ้างนะ น่าจะเล่นได้ แต่พอหยิบมาเล่น ก็ไม่เคยเห็นว่าจะเล่นอย่างไร คิดไปว่าจะพอมีวิธีไหนที่จะเล่นได้ เล่นแรกๆ ก็ไม่ดัง เสียงบอด และไปโดนสายอื่น วางนิ้วก็ไม่เป็น จะเล่นได้อย่างไร แต่ก็หยิบขึ้นมาอีก เล่นได้คอร์ทหนึ่ง ก็รู้สึกสบายใจ จากที่ช้าๆ ก็ไปเรื่อยๆ ด้วยความอดทนฝึกฝน เมื่อก่อนก็ไม่มีกีตาร์เป็นของตัวเอง แต่เพื่อนข้างบ้านผมมี และผมพอมีประสบการณ์เล่นกีตาร์แสดงดนตรีตามที่อื่นๆ บ้าง หัดเล่นตั้งแต่ปลายปี 2544 จนมาเริ่มเล่นได้อย่างจริงจังตอนปลายปี 2545 1 ปีเต็มๆ ที่ฝึกฝน เพราะถ้านคนอื่นเล่นได้ผมก็ต้องเล่นได้ แต่กว่าจะได้ก็เกือบบจะท้อแล้ว แต่ก็ไม่ถอย


ส่งกำลังใจให้ผู้ฟังผ่านบทเพลง และเสียงกีตาร์
เวลาที่ผมเล่นเพลง ผมก็จะเล่นเพลงที่ให้กำลังใจผมมาก่อน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับชีวิตทั่วไป ชีวิตประจำวัน ความรักแบบหนุ่มสาว ความรักแบบครอบครัว หรือว่าเป็นเพลงที่ทำให้ผมมีความสุข เพลงที่ผมชอบ ก็คิดว่าผู้ฟังน่าจะมีความสุขแบบผม แต่ละคนที่มานั่งอยู่ตรงหน้า หลายคนหลายปัญหา แต่ต้องมีบ้างที่โดนใจกับความหมายของเพลงที่อยู่ข้างหน้า

รู้สึกอย่างไรบ้างที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่มอบกำลังใจให้คนอื่นๆ ได้
ความรู้สึกของผมที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คน ได้ ผมก็ภูมิใจ ปลื้มใจในตัวเองที่มีส่วนช่วยคนที่กำลังท้อแท้กลับมาต่อสู้ สร้างพลังสร้างแรงใจให้คนที่เขามีปัญหา ครั้งหนึ่งผมพบพี่ผู้หญิงคนหนึ่งมาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่สนามบินหาดใหญ่ เค้าวิ่งเข้ามาจับมือแน่นแล้วบอกว่า “คุณสมศักดิ์ ขอจับมือหน่อย รู้หรือเปล่าว่าหนูมี่ปัญหามากเลยเรื่องงาน เรื่องชีวิต แต่พอได้ดูพี่ไปออกรายการThailand’s Got Talent แล้วหนูไม่อยากออกจากงานแล้ว คุณทำให้หนูสู้ต่อไป หนูขอบคุณมาก ” พี่เขาพูดไปน้ำตาก็ไหลไป ผมเองก็น้ำตาคลอเบ้าตา เพราะผมปลื้มใจ พี่ชายผมอยู่ด้วยก็พลอยปลาบปลื้มไปด้วย ผมมีโอกาสได้ช่วยคนผมก็มีความสุข


ส่งผ่านกำลังใจให้กับผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ที่กำลังท้อแท้
ผมอยากบอกกับทุกคนที่ไม่ว่าจะพิการ หรือเป็นคนปกติ ผมอยากให้คนที่ท้อแท้ท้อถอยมาหาวิธีที่จะผ่าฟันอุปสรรค เพราะในโชคร้ายยังมีโชคดีเสมอ ทุกๆ สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ขอเพียงยอมรับความจริง และเดินต่อสู้กับปัญหา ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง ผมขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปครับ


ความมุ่งหวังที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตต่อจากนี้
ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากจะได้ปริญญาตรีสักใบ เล่นดนตรีสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปอย่างเดิม และอยู่ในวงการตะกร้อต่อไป เป็นโค้ช หรือเป็นที่ปรึกษาก็ได้ครับ

ความรู้สึกประทับใจ : ถึงแม้ชีวิตจะย่ำแย่มากเพียงไหนแต่เขาก็ยังคงสู้ต่อและยังกำลังใจคนอื่นให้สู้เหมือนเขา

แนวคิดที่ได้จากบุคคลต้นแบบ : ชีวิตเรามีคุณค่าอีกมาก อย่าพึ่งท้อถอยถ้าหากยังไม่ได้สู้

แนวคิดที่จะนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน : หากมีอุปสรรคเข้ามามากมายเพียงไหน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะสู้ ก่อนเรียนรู้ที่จะแพ้

 

น.ส.อริสรา แดงชาติแท้ ม.6/4 เลขที่ 26

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 94 คน กำลังออนไลน์