บุคลต้นแบบ สตีฟจ็อบ

         น้อยคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสตีฟ จ๊อบส์ เขาได้รับการยกย่องจากผู้บริหารบรรษัทระดับโลกว่าเป็น หนึ่งในบรรดาซีอีโอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ ใช่แต่เท่านั้นในสายตาของคนทั่วไป เขายังเป็นนักธุรกิจที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ไม่มีใครปฏิเสธว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่เขาเป็นคนที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในแวดวงธุรกิจและเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็น “บุคคลทางวัฒนธรรม”ที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในยุคของเรา

ความสำเร็จของจ๊อบส์นั้นน่าตื่นตาตื่นใจ ส่วนหนึ่งก็เพราะบริษัทแอปเปิลที่เขาสามารถสร้างให้กลายเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสินทรัพย์มากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกนั้น มีจุดเริ่มต้นจากโรงรถในบ้านของเขา ด้วยวัยเพียง ๒๑ ปีอีกทั้งยังเรียนไม่จบ ทุนก็มีน้อย แต่เขากล้าที่จะต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มซึ่งครองตลาดคอมพิวเตอร์ในเวลานั้นอย่างแทบจะผูกขาดก็ว่าได้ จนกระทั่งในที่สุดแอปเปิลสามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของวงการคอมพิวเตอร์ ความสำเร็จของเขาเป็นความสำเร็จของ “มวยรอง”ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

แต่ถ้าเรื่องราวของเขามีเพียงเท่านี้ ความสำเร็จของเขาก็คงไม่จับใจผู้คนทั้งโลกอย่างที่เป็นอยู่ บนเส้นทางจากโรงรถสู่การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่บนเวทีโลกนั้น ทั้งแอปเปิลและจ๊อบส์เอง ต้องประสบกับอุปสรรคและความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จ๊อบส์เองนั้นเคยถูกไล่ออกจากการเป็นซีอีโอของบริษัทที่ตนตั้งมากับมือ ส่วนแอปเปิลก็ประสบกับการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมหาศาลจนทำท่าว่าจะไปไม่รอด ฐานะของบริษัทย่ำแย่ถึงขั้นที่ผู้บริหารคิดจะขายให้แก่ไอบีเอ็มแต่ไม่สำเร็จ มีการพูดกันถึงขั้นที่จะขายกิจการเป็นส่วน ๆ แต่แล้วในที่สุดแอปเปิลก็กลับฟื้นขึ้นมาและผงาดอย่างยิ่งใหญ่ ภายในเวลา ๑๔ ปี หุ้นของแอปเปิลเพิ่มเป็น ๕๗ เท่า มีสินทรัพย์ ๓.๕ แสนล้านเหรียญ มากกว่าไมโครซอฟท์และเป็นรองแค่เอ็กซอน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเมื่อจ๊อบส์กลับมาเป็นซีอีโอของแอปเปิลอีกครั้ง จากคนที่ถูกไล่ออกเพราะไร้ความสามารถในทางธุรกิจ เขากลับมาอย่างคนมีประสบการณ์และพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เขามิได้มีแต่วิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากยังเป็นผู้บริหารธุรกิจที่จัดเจน สามารถกอบกู้บริษัทที่เกือบล้มละลายให้กลายเป็นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลก การกลับมาครั้งนั้นของเขา ได้รับการยกย่องว่า เป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการธุรกิจ เพราะไม่มีใครคิดว่าคนที่เคยล้มเหลวอย่างเขาจะทำได้สำเร็จ

กล่าวได้ว่าความสำเร็จของจ๊อบส์ มิอาจแยกออกจากความล้มเหลว เป็นเพราะเขาเคยประสบความล้มเหลวอย่างหนักมาก่อน ความสำเร็จของเขาจึงกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เกินความคาดหมายจนบางคนถึงกับเรียกว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” แต่ความล้มเหลวไม่ได้ทำหน้าที่เพียงช่วยขับความสำเร็จให้มีความโดดเด่นกว่าเดิมเท่านั้น หากยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ พูดอีกอย่าง จ๊อบส์ยากที่จะประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตหากเขาไม่ประสบความล้มเหลวมาก่อน

ตอนที่จ๊อบส์ถูกไล่ออกจากตำแหน่งซีอีโอของแอปเปิลนั้น นั่นคือจุดต่ำสุดในชีวิตของเขา เขารู้สึกสะเทือนใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่ในเวลาต่อมาเขาได้พบว่า “การถูกไล่ออกจากแอปเปิลกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดกับผมได้” ทั้งนี้เพราะมันทำให้เขามีอิสรภาพที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกังวลกับความสำเร็จเดิม ๆ ที่กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งในจิตใจ เขาเข้าสู่วงการแอนิเมชั่นด้วยการเข้าไปบริหาร(และต่อมาเป็นเจ้าของ)บริษัทพิกซาร์ (Pixar) ที่นั่นเองเขาได้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่วงการบันเทิง รวมทั้งภาพยนตร์ขนาดยาวที่เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นล้วน ๆ เรื่องแรกของโลกคือ Toy Story ไล่เลี่ยกันนั้น เขาได้ก่อตั้งบริษัทเน็กสท์ (NeXT)เพื่อผลิตคอมพิวเตอร์สำหรับมหาวิทยาลัย จ๊อบส์พูดถึงช่วงเวลานั้นว่าเป็น “ช่วงที่ผมมีความสร้างสรรค์ที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต”

พิกซาร์เป็นบริษัทแอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็เกือบล้มละลายเหมือนแอปเปิล หากไม่ได้เงินอุดหนุนจากจ๊อบส์ ก็คงเลิกกิจการไปแล้ว อย่างไรก็ตามประสบการณ์ในการกอบกู้พิกซาร์ขึ้นมาจนมีชื่อเสียงโด่งดังได้เพิ่มความจัดเจนทางธุรกิจให้แก่เขา ซึ่งเป็นประโยชน์แก่เขาเมื่อกลับไปบริหารแอปเปิลในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันเทคโนโลยีของเน็กสท์ก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลจนเป็นที่นิยมทั่วโลก ระบบปฏิบัติการไม่ว่าของไอโฟนและไอแพด ล้วนมาจากซอฟท์แวร์ของเน็กสท์ทั้งสิ้น

กล่าวได้ว่าหากจ๊อบส์ไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิลและมีโอกาสเคี่ยวกรำประสบการณ์ในพิกซาร์และเน็กสท์ (ซึ่งทำท่าจะไปไม่รอดอยู่หลายครั้ง) รวมทั้งได้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่นั่น เขาคงไม่สามารถฟื้นแอปเปิลให้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ หากการถูกไล่ออกเป็นความล้มเหลวของเขา มันก็มีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้แก่เขา (รวมทั้งทำให้เขาพบหญิงสาวซึ่งเป็นภรรยาในเวลาต่อมา) จ๊อบส์ถึงกับพูดว่าสิ่งดี ๆ เหล่านี้ “จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าแอปเปิลไม่ไล่ผมออก”

ชีวิตและงานของจ๊อบส์ เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความล้มเหลวนั้นหาได้อยู่ตรงข้ามกับความสำเร็จไม่ หากเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จโดยแท้ มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และการสร้างโอกาสที่นำไปสู่ความสำเร็จ คนที่ประสบความล้มเหลวนั้น ได้เปรียบกว่าคนที่ประสบความสำเร็จตรงที่ มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดด้วยตนเอง อย่างน้อยมันก็สอนเขาว่าอะไรที่ไม่ควรทำ ขณะเดียวกันโอกาสที่ถูกปิดเพราะความล้มเหลว ยังเป็นแรงผลักดันให้เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ อีกมากมายที่เปิดรอสำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาตน หรือใช้ศักยภาพในทางที่ถนัดจนประสบความสำเร็จ

คนที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามนั้นมีจำนวนมากทีเดียวที่ไม่ต่างจากจ๊อบส์ คือเคยประสบความล้มเหลวมาก่อน โดยที่ความล้มเหลวเหล่านั้นล้วนมีส่วนสำคัญในการหนุนให้เกิดความสำเร็จในเวลาต่อมา จนกล่าวได้ว่าหากไม่ล้มเหลวมาก่อน เขาเหล่านั้นก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ ความล้มเหลวจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม หากความสำเร็จเปรียบเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง ความล้มเหลวก็คือมวลน้ำแข็งที่หนุนอยู่ใต้น้ำนั่นเอง

จะว่าไปแล้วคนเราเรียนรู้จากความล้มเหลวได้มากกว่าความสำเร็จเสียอีก เป็นเพราะล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างที่หัดเดิน ทารกจึงเดินเป็นในที่สุด เป็นเพราะเขียนผิดแล้วผิดเล่า เด็กจึงเขียนหนังสือได้ถูกต้องเป็นระเบียบ กล่าวได้ว่าความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและความชาญฉลาด ถ้าไม่ยอมล้มเหลวเลย ก็ยากที่จะเติบโตและมีปัญญาได้

สตีฟ จ๊อบส์ ยังเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า คนที่ประสบความล้มเหลวนั้น หาใช่คนที่ไร้อนาคตหรือ “จบเห่” เขายังสามารถกลับมาอย่างคนใหม่ที่สร้างสรรค์ความสำเร็จอันงดงามได้ คนที่ล้มเหลวจึงไม่ควรสิ้นหวังในตนเอง แทนที่จะจมอยู่กับอดีต ควรมองไปข้างหน้าและพากเพียรไม่หยุดหย่อน ขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรดูแคลนหรือปิดโอกาสคนที่เคยล้มเหลว เพราะเขาอาจไม่ใช่คนเดิม และสามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

บุคคลที่มีชื่อเสียงโดดเด่นอย่างสตีฟ จ๊อบส์ ดึงดูดความสนใจของผู้คนก็เพราะความสำเร็จของเขา แต่ที่จริงแล้วความล้มเหลวของเขาก็เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้เช่นกัน อาจจะน่าเรียนรู้ยิ่งกว่าความสำเร็จของเขาด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุดมันก็สามารถเป็นกำลังใจให้แก่คนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ต้องเจอกับความล้มเหลวอยู่บ่อย ๆ หากไม่มัวเป็นทุกข์จนหมดอาลัยตายอยาก แต่พร้อมจะเรียนรู้จากมันแล้วก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ลดละ ไม่ช้าไม่นานก็ย่อมประสบความสำเร็จในที่สุด

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 92 คน กำลังออนไลน์