บุคคลต้นแบบที่ประทับใจ

Smileประทีป   ตั้งมติธรรมSmile

ประทีป ตั้งมติธรรม จากชีวิตที่เคยติดลบกลับกลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านนามว่า “ศุภาลัย”  คำว่า “จน” สำหรับบางคนอาจหมายถึง “มีน้อย” สำหรับบางคนอาจหมายถึง “ไม่มี” แต่คำว่า “จน” ของด.ช.ประทีป ตั้งมติธรรม นั้น หมายถึง “เป็นหนี้” ถึงแม้ครอบครัวของประทีปจะมีกิจการค้าไม้และวัสดุก่อสร้างใหญ่โตหลายคูหา ซึ่งดูจากภายนอกคนทั่วไปยากนักที่จะทราบว่า ความเป็นอยู่ของคนในบ้านกำลัง “อัตคัด” ช่วงที่ครอบครัวลำบากว่า เริ่มต้นขึ้นจากกิจการที่บ้านมีการขาย “เชื่อ” ให้ผู้รับเหมา และถูกผู้รับเหมาบางคนเบี้ยวหนี้ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เงินทุนร่อย

จนต้องไปแลกเช็คกู้หนี้ ยืมสินมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วยดอกเบี้ยแสนโหด เมื่อสภาพคล่องลด สินค้าในร้านเหลือน้อย ก็ยิ่งทำให้ขายของได้ยากขึ้น บางวันขายไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ขณะที่รายได้จากการขายของลดลง แต่รายจ่ายยังคงมีทุกวัน รวมทั้งดอกเบี้ยแพงๆ ด้วย
ยังไม่ทันฟื้นสภาพได้ พ่อของประทีป ก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต

พี่ชายคนโต “ชวน” และพี่สาวคนที่ 2 “ดารณี” ตัดสินใจเดินออกจากสถานศึกษาเพื่อลดรายจ่ายและทำงานหาเงินมาจุนเจือทางบ้าน ส่วน “ประทีป” และน้องชายคนเล็ก “ประศาสน์” ได้เรียนต่อ โดยเลือกเรียนต่อในโรงเรียนรัฐบาล ประทีป ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมที่ “University of Illinois at Urbana-Champaign” สหรัฐอเมริกา ด้วยเงินติดกระเป๋าที่หาได้เอง 40,000 บาท แม่และพี่สาวสมทบให้อีกคนละ 10,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท ถือเป็นครึ่งเดียวของเงินที่ต้องใช้ในการเรียน 1 ปี

 

 

ประทีป เดินทางกลับสู่บ้านเกิดพร้อมเงินสดอุ่นๆ ที่กำไว้ในมือราว 1 แสบบาทเศษ ซึ่งเป็นเงินทุนตั้งต้นก่อนจะมาเป็น “ศุภาลัย” อย่างในวันนี้ โดยเริ่มต้นจากการลงหุ้นกับ “ชวน” ผู้เป็นพี่ชาย เพื่อสร้าง “หมู่บ้านชวนชื่น-ประชาชื่น” ก่อนจะขยายงานต่อเนื่องมาเรื่อย และจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มั่นคง สถาปัตย์ จุดกำเนิดของบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด ในเวลาต่อมา
สองพี่น้องจะแยกทางกันเดิน เนื่องจากมุมมองในการทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ประทีป จึงตัดสินใจทิ้งหุ้นส่วนน้อยไว้ที่มั่นคงเคหะการ และหอบเงินอีกจำนวนหนึ่งมาสร้างฝันของตัวเองในชื่อว่า

Yell “ศุภาลัย” ซึ่งเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด และกลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้านได้อย่างในปัจจุบัน
อีกหนึ่งต้นทุนสำคัญที่ทำให้ประทีปมีวันนี้ได้ คือ “ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งผู้บริหารรายนี้ให้ความสำคัญมาก
“เราไม่กู้เกินทุนที่มี และที่สำคัญคือต้องมีความรู้ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งเสี่ยงน้อย โดยเราพยายามหาคำตอบว่าแนวทางที่ถูกต้องคืออะไร ลองผิดลองถูก ทำแล้วไม่ดีก็เลิก แต่ก็ต้องทำถูกมากกว่าทำผิด เพราะถ้าทำผิดบ่อยความน่าเชื่อถือก็ไม่เกิด และสิ่งที่เราจะไม่ทำเด็ดขาด คือ ไปโกงเขามา ความน่าเชื่อถือจึงเป็นต้นทุนที่สำคัญของเรา”

 

Tongue Outเถ้าแก่อสังหา ประทีป ตั้งมติธรรม เผยเคล็ดลับร่ำรวยมีสุขอย่างยั่งยืน  ด้วยวัย 65 ปีTongue Out

(เกิดวันที่ 5 พ.ค.) ผ่านประสบการณ์วงการอสังหาริมทรัพย์มาอย่างโชกโชน ด้านหนึ่งของ "ประทีป ตั้งมติธรรม" คือนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ความสำเร็จในฐานะประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย บริษัทอสังหาฯ มหาชนที่มียอดรับรู้รายได้ต่อปีกว่า 10,000 ล้านบาท

ขณะที่อีกด้านเขาเป็นนักธุรกิจที่บริหารชีวิตในวิถีการมีสุขอย่างยั่งยืน ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายมากขึ้น ทำงานศิลปะ เขียนหนังสือ แต่งเพลง ท่องเที่ยว เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างสมดุลทั้ง "หน้าที่การงาน" และ "ความสุข"
"ผมเคยจนมาก่อน ขนาดที่บ้านไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม" คำบอกเล่าช่วงแรก ๆ ของ "ประทีป" ที่บ่งบอกว่าเขาไม่ท้อแท้กับชะตาชีวิตตัวเอง
สมัยเด็กครอบครัวของ "ประทีป" ทำธุรกิจร้านค้าไม้แปรรูปและวัสดุ แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อสูญเสียคุณพ่อกะทันหัน บวกกับถูกผู้รับเหมาเบี้ยวเงิน ทำให้พี่ชายและพี่สาว (ชวน-ดารณี) ต้องหยุดเรียนเพื่อมาทำงาน ส่วนตัวเขา และน้องชาย (ดร.ประศาสน์) เลือกเรียนต่อโรงเรียนรัฐบาลซึ่งมีค่าเทอมถูก ขณะที่ฐานะทางบ้านก็เริ่มดีขึ้นบ้าง   ต้องบอกว่า "ประทีป" ใช้ชีวิตแบบมอง "โอกาส" มากกว่ามอง "ปัญหา" เพราะหลังจากเรียนจบปริญญาตรีคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ เมื่อทำงานสักระยะก็ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตย์ที่อเมริกา ขณะนั้นมีเงินติดตัวอยู่ 60,000 บาท ขณะที่ค่าเล่าเรียน 1 ปี ต้องใช้เงิน 120,000 บาท แต่ก็ไปลุยต่อข้างหน้าโดยขวนขวายทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบ และมีเงินติดตัวกลับบ้านอีก 100,000 บาท

Kissจากประสบการณ์ของ "ประทีป" สรุปว่า "คนรวย" กับ "คนจน" มักคิดต่างกัน !Kiss

โดยสรุปคือคนรวยคิดการใหญ่ ส่วนคนจนคิดการเล็ก คนรวยกุมชะตาชีวิตตัวเอง ส่วนคนจนมองว่าชีวิตถูกลิขิตแบบนี้ คนรวยมองทุกอย่างเป็นโอกาส แต่คนจนมองเป็นอุปสรรค
คนรวยเลือกรับเงินตามผลงาน ส่วนคนจนเลือกรับเงินตามเวลาที่ทำ คนรวยเลือกเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา แต่คนจนคิดว่าตัวเองทำได้แค่นี้ คนรวยทำเพราะรัก แต่คนจนทำเพราะเงิน

หลักในการสร้าง "ความมั่งคั่ง" ของ "ประทีป" สรุปได้ว่า เงินที่หามาได้ควรใช้จ่ายไม่เกิน 80% ส่วนอีก 20% ให้ออมด้วยการลงทุนแบบต่าง ๆ ซึ่งมี 5 แนวทาง คือ ฝากธนาคาร ซื้อทองคำ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อหลักทรัพย์ (หุ้น-กองทุน-พันธบัตร) และทำธุรกิจ

"ประทีป" ไม่สรุปว่าวิธีลงทุนแบบไหนดีที่สุด แต่ให้เลือกเองระหว่าง "เสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนต่ำ" กับ "เสี่ยงสูง-ผลตอบแทน

สูง" ได้แก่ การฝากแบงก์ข้อดีคือสภาพคล่องสูงเพราะถอนเงินได้ตลอด ความเสี่ยงต่ำเพราะเงินต้นไม่ลดลง การลงทุนหุ้นบางปีผลตอบแทนสูงแต่บางปีก็ขาดทุน การลงทุนทองก็มีความเสี่ยงเพราะคาดหวังส่วนต่างกำไรจากราคาในอนาคต

ส่วนการลงทุนอสังหาฯระยะยาวมีแต่ราคาขึ้น แต่สภาพคล่องต่ำเพราะไม่สามารถขายได้ทันที โดยการลงทุนทำธุรกิจต้นทุนบวกดอกเบี้ยต้องต่ำกว่ากำไรที่ได้ ที่สำคัญต้องมีความน่าเชื่อถือ

Coolส่วนเคล็ดลับการมีความสุขอย่างยั่งยืน 5 วิธี พบความสุขของ "ประทีป" คือCool

 1) รักตัวเอง

2) ทำในสิ่งที่ดี

3) ให้อภัยผู้อื่นเสมอ

4) ไม่ทำร้ายใคร

5) คิดบวก Embarassed

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์